
สธ.แจงข้อมูล “หมอพร้อม” คลาดเคลื่อนราว 0.01% เร่งตรวจสอบ–แก้ไขรายกรณี
ปลัด สธ.ชี้แจง กมธ.สาธารณสุข หลังประชาชนร้องข้อมูลใน “หมอพร้อม” ไม่ตรงข้อเท็จจริง พบคลาดเคลื่อนราว 0.01% พร้อมลด KPI และนำเทคโนโลยีช่วยตรวจสอบข้อมูล
นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 กรณีประชาชนร้องเรียนว่าพบข้อมูลสุขภาพในแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” คลาดเคลื่อน ไม่ตรงกับบริการที่ได้รับ หรือมีข้อความที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด
ปลัดกระทรวงสาธารณสุขชี้แจงว่า ข้อมูลที่ปรากฏในหมอพร้อมมีต้นทางจากการบันทึกของหน่วยบริการ เมื่อประชาชนเข้ารับการตรวจรักษา คัดกรอง ส่งเสริมสุขภาพ หรือป้องกันโรค ก่อนส่งเข้าสู่ระบบ MOPH PHR เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงประวัติสุขภาพของตนเอง
หากประชาชนสงสัยว่าข้อมูลไม่ถูกต้อง สามารถขอให้ตรวจสอบย้อนกลับไปยังหน่วยบริการต้นทางได้ โดยจะพิจารณาทั้งหลักฐานการรับบริการ การยืนยันจากผู้ปฏิบัติงาน ข้อมูลการเบิกจ่าย และการทวนสอบก่อนปรับปรุงข้อมูลในระบบ
ร้องตรวจสอบกว่า 2.4 หมื่นรายการ
ข้อมูล ณ วันที่ 20 สิงหาคม 2569 พบว่า มีรายการที่ประชาชนแจ้งให้ตรวจสอบ 24,346 รายการ จากประชาชน 9,289 คน ครอบคลุมสถานพยาบาล 2,783 แห่ง โดยประมาณ 76% เป็นข้อมูลด้านการคัดกรอง ส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค
สธ.ระบุว่า จากข้อมูลที่ส่งเข้าสู่ระบบประมาณ 204 ล้านรายการต่อปี รายการที่ประชาชนแจ้งให้ตรวจสอบคิดเป็นสัดส่วนราว 0.01% ของข้อมูลทั้งหมด
ผลการตรวจสอบข้อมูลชุดแรกจำนวน 16,346 รายการ ซึ่งแถลงเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 พบว่า
- 35.8% เป็นข้อมูลถูกต้องและมีการรับบริการจริง
- 32.9% อาจเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานตามตัวชี้วัด
- 24.8% เป็นความผิดพลาดจากคน หรือ Human Error
- 6.2% เป็นกรณีอื่น
- 0.3% อาจเกี่ยวข้องกับการเบิกจ่าย
ชื่อกิจกรรมคัดกรองทำประชาชนเข้าใจผิด
นพ.สมฤกษ์ระบุว่า ข้อมูลบางส่วนไม่ได้เป็นประวัติการวินิจฉัยหรือรักษาโรค แต่เป็นกิจกรรมคัดกรองที่ใช้ชื่อจนประชาชนอาจตีความคลาดเคลื่อน เช่น การประเมินความเครียดถูกบันทึกเป็น “คัดกรองสุขภาพจิต” หรือการส่งเสริมให้ตรวจเต้านมด้วยตนเองถูกบันทึกเป็น “คัดกรองมะเร็งเต้านม”
นอกจากนี้ ยังพบกรณีหน่วยบริการจัดเตรียมข้อมูลกลุ่มเป้าหมายไว้ล่วงหน้า แต่ประชาชนไม่ได้เข้ารับบริการจริง รวมถึงความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูล เช่น พิมพ์ข้อมูลผิด นำข้อมูลจากแบบฟอร์มกระดาษมาบันทึกย้อนหลัง เลือกรายการจากเมนูผิด หรือคัดลอกข้อมูลเดิมโดยไม่ได้แก้ไขให้ตรงกับผู้รับบริการรายปัจจุบัน
ตัวอย่างหนึ่งคือ ผู้ร้องเรียนพบข้อมูล “การนวดประคบเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยอัมพฤกษ์หรืออัมพาต” รหัส 58131 ทั้งที่บริการจริงควรบันทึกเป็น “การนวดประคบเพื่อการบำบัดรักษาทั่วไป” รหัส 58130 โดย สธ.ระบุว่าเป็นการเลือกรหัสผิด และทั้งสองรหัสมีอัตราค่าบริการเท่ากัน
พบเบิกจ่ายโดยไม่มีบริการจริง 5 รายในปทุมธานี
สำหรับข้อมูล 19 รายการ หรือ 0.3% ที่อาจเกี่ยวข้องกับการเบิกจ่าย สธ.ตรวจสอบร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พบการเบิกจ่ายจริง 2 รายการ แต่ตรวจสอบแล้วพบว่าผู้ร้องเรียนเคยเข้ารับบริการและได้รับการตรวจรักษาจริงในต่างจังหวัด โดยหน่วยงานได้ชี้แจงแก่ผู้ร้องเรียนแล้ว
อย่างไรก็ตาม ในกรณีร้องเรียนจากจังหวัดปทุมธานี มีการตรวจสอบ 333 รายการ พบข้อมูลการรับบริการคลาดเคลื่อน 39 รายการ และพบการเบิกจ่ายโดยไม่มีบริการจริง 5 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมคืนเงินและได้ชี้แจงผู้ร้องเรียนแล้ว
ส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี พบว่าข้อมูลคลาดเคลื่อนส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมคัดกรองด้วยวาจา
นพ.สมฤกษ์กล่าวว่า ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในการทำงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ส่วนหนึ่งเป็น Human Error และยังไม่พบข้อสรุปว่ามีเจตนาทุจริต แต่หากตรวจพบว่ามีการเบิกเงินโดยมิชอบ จะต้องสอบสวนและดำเนินการตามขั้นตอน
เตรียมลด KPI–ใช้เทคโนโลยีช่วยตรวจข้อมูล
ที่ประชุมยังหารือถึงข้อจำกัดของระบบบริการสาธารณสุข ทั้งจำนวนบริการที่มีปริมาณมาก บุคลากรจำกัด และภาระจากการบันทึกข้อมูลตามตัวชี้วัด ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสเกิดความผิดพลาด
สธ.จึงเตรียมปรับปรุงระบบงานและนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ลดภาระการบันทึก เพิ่มความแม่นยำของข้อมูล รวมถึงทบทวนและลดจำนวนตัวชี้วัดหรือ KPI ให้เหมาะสมกับภาระงาน
ขณะเดียวกัน จะเดินหน้าตรวจสอบข้อมูลที่ประชาชนร้องเรียนเป็นรายกรณี พร้อมปรับปรุงข้อมูลให้ตรงกับข้อเท็จจริง โดยคำนึงถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของระบบ







