posttoday
สิงคโปร์แก้เกม “เด็กเกิดน้อย” ช่วยเลี้ยงยาวถึง 17 ปี อัดฉีด 1.8 ล้านบาทต่อคน

สิงคโปร์แก้เกม “เด็กเกิดน้อย” ช่วยเลี้ยงยาวถึง 17 ปี อัดฉีด 1.8 ล้านบาทต่อคน

25 สิงหาคม 2569

สิงคโปร์ยกเครื่องนโยบายครอบครัวครั้งใหญ่ หลังอัตราเกิดลดลงต่อเนื่อง เปลี่ยนจากการอัดเงินช่วยเหลือช่วงมีลูก ไปสู่การช่วยค่าเลี้ยงดูตั้งแต่เกิดถึงอายุ 17 ปี รวมเกือบ 1.8 ล้านบาท

KEY

POINTS

  • เด็กสิงคโปร์จะได้รับความช่วยเหลือโดยตรงจากรัฐตั้งแต่เกิดถึงอายุ 17 ปีรวมประมาณ 70,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 1.8 ล้านบาทต่อคน 
  • เด็กที่เกิดตั้งแต่ 1 เม.ย. 2570 จะได้รับ Baby Gift 10,000 ราว 257,000 บาท และ Child Credits อีก 824,000 บาท ทยอยจ่ายปีละประมาณ 51,500 บาทจนถึงอายุ 16 ปี
  • รัฐบาลมองว่านโยบายต้องเปลี่ยนจากการช่วยเฉพาะตอนเด็กเกิด เป็น ช่วยครอบครัวต่อเนื่องตลอดช่วงที่ลูกเติบโต พร้อมเพิ่มเวลาให้พ่อแม่ดูแลลูกและลดต้นทุนการเลี้ยงดู

นายกรัฐมนตรี ลอว์เรนซ์ หว่อง ของสิงคโปร์ ประกาศยกเครื่องมาตรการสนับสนุนครอบครัวครั้งใหญ่ ในการแถลง National Day Rally เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2569 ท่ามกลางความท้าทายจากจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงและโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไป

 

สิ่งที่น่าสนใจของมาตรการรอบนี้ไม่ใช่เพียง “รัฐบาลแจกเงินเพิ่มเพื่อจูงใจให้คนมีลูก”

 

แต่สิงคโปร์กำลังเปลี่ยนวิธีคิดของนโยบายครอบครัว จากระบบที่ความช่วยเหลือจำนวนมากกระจุกตัวอยู่ในช่วงแรกของชีวิต ไปสู่การให้รัฐช่วยแบ่งเบาภาระการเลี้ยงลูกอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงที่เด็กเติบโต

 

นายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์

 

เด็ก 1 คน รัฐช่วยเกือบ 1.8 ล้านบาทจนถึงอายุ 17 ปี

หัวใจของการเปลี่ยนแปลงคือ SG Child Support Package

 

ภายใต้ระบบใหม่ เด็กสิงคโปร์แต่ละคนจะได้รับแพ็กเกจสนับสนุนจากรัฐมูลค่า 62,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 1.60 ล้านบาท

 

และเมื่อรวมกับสวัสดิการที่มีอยู่แล้ว เช่น เงิน MediSave สำหรับทารกแรกเกิดและเงินสนับสนุนการศึกษาผ่าน Edusave รัฐบาลประเมินว่าเด็กสิงคโปร์แต่ละคนจะได้รับ ความช่วยเหลือทางการเงินโดยตรงรวมเกือบ 70,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ ตั้งแต่เกิดถึงอายุ 17 ปี

 

คิดเป็นเงินไทยประมาณ 1.8 ล้านบาทต่อเด็กหนึ่งคน 

 

สิงคโปร์แก้เกม “เด็กเกิดน้อย” ช่วยเลี้ยงยาวถึง 17 ปี อัดฉีด 1.8 ล้านบาทต่อคน

 

 

ทั้งนี้ เงินถูกแบ่งออกเป็นหลายรูปแบบและทยอยให้ตามช่วงอายุของเด็ก ดังนี้

 

  • เด็กที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2570 เป็นต้นไป

จะได้รับ Baby Gift 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 257,000 บาท โดยแบ่งจ่าย 2 ครั้งภายในปีแรกหลังคลอด เพื่อช่วยรับภาระค่าใช้จ่ายช่วงที่ครอบครัวมีสมาชิกใหม่ 

 

  • เด็กอายุ 1-16 ปี

จากนั้นรัฐจะให้ Child Credits รวม 32,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 824,000 บาท โดยจ่ายปีละ 2,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 51,500 บาทต่อปี  และเงินส่วนนี้สามารถนำไปใช้ได้ตามความต้องการของครอบครัว 

 

  • เงินตั้งต้นเข้าบัญชี Child Development Account

อีก 5,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 129,000 บาท พร้อมรัฐสมทบเงินที่ครอบครัวฝากเพิ่มได้สูงสุดอีก 5,000 ดอลลาร์

 

  • เมื่อเด็กอายุ 17 ปี

รัฐจะเติมเงินเข้าบัญชีสำหรับการศึกษาหลังระดับมัธยมอีก 10,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 257,000 บาทเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาต่อ 

 

ไม่สนว่าเป็น “ลูกคนที่เท่าไร”

อีกการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ เด็กทุกคนจะได้รับสิทธิพื้นฐานเท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นลูกคนแรก คนที่สอง หรือคนที่สาม

 

ระบบ Baby Bonus เดิมให้เงินแตกต่างกันตามลำดับการเกิด เช่น ลูกคนแรกและคนที่สองได้รับเงินสด 11,000 ดอลลาร์ ขณะที่ลูกคนที่สามเป็นต้นไปได้รับ 13,000 ดอลลาร์

 

แต่ระบบใหม่ยกเลิกโครงสร้างดังกล่าว โดยรัฐบาลให้เหตุผลว่าระบบเดิมมีหลายโครงการและซับซ้อนจนพ่อแม่จำนวนมากทำความเข้าใจได้ยาก จึงต้องการทำให้เรียบง่ายขึ้นและให้เด็กทุกคนได้รับระดับความช่วยเหลือเดียวกัน 

 

แต่การช่วยเหลือครอบครัวรอบนี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องเงิน

 

สิงคโปร์แก้เกม “เด็กเกิดน้อย” ช่วยเลี้ยงยาวถึง 17 ปี อัดฉีด 1.8 ล้านบาทต่อคน

 

 

มีลูกมากขึ้น พ่อแม่ได้วันลาดูแลลูกมากขึ้น

สิงคโปร์กำลังปรับ Childcare Leave หรือวันลาดูแลลูกครั้งใหญ่ด้วย

 

ปัจจุบันพ่อแม่ที่ทำงานได้รับสิทธิลา 6 วันต่อปีเมื่อลูกคนเล็กอายุไม่เกิน 6 ปี และเหลือ 2 วันเมื่อลูกเข้าโรงเรียนประถม โดยจำนวนลูกไม่ได้ทำให้สิทธิเปลี่ยนแปลง

 

ระบบใหม่จะเปลี่ยนเป็น

  • มีลูก 1 คน  ลาได้ 8 วัน/ปี
  • มีลูก 2 คน  ลาได้ 10 วัน/ปี
  • มีลูกตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป  ลาได้ 12 วัน/ปี
  • และขยายสิทธิไปจนถึงครอบครัวที่มีลูกอายุ 12 ปีหรือต่ำกว่า

 

ที่สำคัญ รัฐบาลจะชดเชยต้นทุนของวันลาที่เกี่ยวกับการดูแลลูกให้แก่นายจ้างตามเพดานที่กำหนด เพื่อลดแรงกดดันที่อาจเกิดขึ้นระหว่างสิทธิของพ่อแม่กับต้นทุนของสถานประกอบการ 

 

 

ค่าเลี้ยงเด็กก็ต้องลง

อีกต้นทุนใหญ่ที่รัฐบาลเลือกจัดการคือ ค่าศูนย์ดูแลเด็ก

 

รัฐบาลตั้งเป้าลดค่าบริการเต็มวันของศูนย์ Infant Care และ Childcare ที่รัฐสนับสนุนลงประมาณ ครึ่งหนึ่งภายในปี 2573

 

ขณะเดียวกันจะขยายเงินอุดหนุนให้ครอบครัวที่มีพ่อหรือแม่ไม่ได้ทำงานด้วย เพื่อให้การเข้าถึงบริการดูแลเด็กไม่ได้ผูกอยู่เฉพาะกับครอบครัวที่พ่อแม่ทำงานทั้งคู่ 

 

มาตรการด้านที่อยู่อาศัยก็ถูกดึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายครอบครัว โดยครอบครัวที่มีลูกหรือกำลังตั้งครรภ์จะได้รับสิทธิเพิ่มในการจับสลากบ้าน HDB หลังแรก และจำนวนสิทธิจะเพิ่มตามจำนวนลูก เพื่อเพิ่มโอกาสให้ครอบครัวได้ที่อยู่อาศัยเร็วขึ้น

 

สิงคโปร์แก้เกม “เด็กเกิดน้อย” ช่วยเลี้ยงยาวถึง 17 ปี อัดฉีด 1.8 ล้านบาทต่อคน

 

 

จาก “ให้เงินมีลูก” สู่ “ช่วยเลี้ยงลูก”

นี่อาจเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของการเปลี่ยนนโยบายครั้งนี้

 

มาตรการกระตุ้นการเกิดแบบเดิมมักเน้นต้นทุนช่วงต้น เช่น เงินช่วยคลอด เงินก้อนหลังมีลูก หรือโบนัสสำหรับลูกคนต่อ ๆ ไป

 

แต่ต้นทุนของการตัดสินใจมีลูกไม่ได้จบลงในวันที่เด็กเกิด เพราะดำเนินต่อไปอีกเป็นสิบปี ทั้งค่าอาหาร ศูนย์เด็กเล็ก การศึกษา ที่อยู่อาศัย และที่สำคัญคือ เวลาในการดูแลลูก ซึ่งมีต้นทุนต่อการทำงานและอาชีพของพ่อแม่

 

รัฐบาลสิงคโปร์จึงกำลังเปลี่ยนจากการสนับสนุนที่เน้นช่วงปีแรก ๆ ไปสู่การให้ความช่วยเหลือที่ต่อเนื่องตลอดช่วงวัยเด็ก 

 

อย่างไรก็ตาม คำถามใหญ่คือ เงินและวันลาที่เพิ่มขึ้นจะทำให้คนสิงคโปร์ตัดสินใจมีลูกมากขึ้นจริงหรือไม่?

 

รายงานหลังการประกาศมาตรการพบว่า แม้พ่อแม่จำนวนหนึ่งมองว่าเงินสนับสนุนและวันลาที่เพิ่มขึ้นช่วยลดภาระได้ แต่โจทย์ยังรวมถึงวัฒนธรรมการทำงาน ความยืดหยุ่นของนายจ้าง และความสามารถของพ่อแม่ในการมีเวลาสำหรับครอบครัวจริงๆ.

ข่าวล่าสุด

GEELY RIDDARA เปิด ECON L กระบะไฟฟ้ารุ่นใหม่ ขยายฐานธุรกิจ

GEELY RIDDARA เปิด ECON L กระบะไฟฟ้ารุ่นใหม่ ขยายฐานธุรกิจ