
เปิดไทม์ไลน์พบแพทย์กรณี “แฟนครูทราย” กับ “รพ.เอกชนราชบุรี”
สบส. ร่วม สสจ.ราชบุรี ลงสอบ รพ.เอกชน ไขปมผู้ป่วยเสียชีวิตจากการวินิจฉัย พร้อมเปิดเผยไทม์ไลน์หลังจากการสอบสวน
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ร่วมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ราชบุรี ลงสอบข้อเท็จจริง ณ โรงพยาบาลเอกชน ในจังหวัดราชบุรี ภายหลังปรากฏเป็นข่าวกรณีญาติร้อง แพทย์วินิจฉัยพลาดทำผู้ป่วยเสียชีวิต โดยนายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส. เปิดเผยไทม์ไลน์ดังนี้
- ผู้ป่วยมารับบริการเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ด้วยอาการ ปวดนิ้วนางมือซ้าย จึงได้ส่งให้พยาบาลวิชาชีพคัดกรองประวัติอาการเพื่อคัดแยกผู้ป่วยในการตรวจเฉพาะทางตามอาการ
- พยาบาลได้ซักถามประวัติเพิ่มเติมว่าผู้ป่วยมีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาประจำหรือไม่ ผู้ป่วยจึงแจ้งว่า เคยไปรับการรักษาอาการไขมันในเลือดสูง และได้กลับมาซื้อยาทานเองเมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน เพราะมีอาการเวียนศีรษะ จึงอยากมาปรึกษาตรวจไขมันในเลือด พยาบาลจึงเปลี่ยนระดับการประเมินเป็นกึ่งรีบด่วน และส่งผู้ป่วยไปพบแพทย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อ
- แพทย์วินิจฉัยว่า มีอาการเส้นเอ็นอักเสบ
- ส่วนเรื่องปรึกษาการตรวจไขมัน ได้ส่งพบแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป ซึ่งแพทย์ประเมินว่าอาการไม่เข้ากับลักษณะของโรคหัวใจขาดเลือด จึงมิได้ส่งตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และนัดตรวจเลือดเพื่อวัดค่าน้ำตาล และไขมันในเลือด ในวันรุ่งขึ้นเนื่องจากผู้ป่วยมิได้งดน้ำ งดอาหารมาก่อน
- ต่อมา ทางโรงพยาบาลฯ ได้รับแจ้งให้ไปรับผู้ป่วยที่บ้าน ซึ่งผู้ป่วยมีอาการหมดสติ ทีมแพทย์ได้ทำการช่วยชีวิตขั้นสูง โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง จึงได้ยุติการช่วยฟื้นคืนชีพ และได้แจ้งญาติให้ทราบว่าผู้ป่วยเสียชีวิต
-
นายแพทย์ภูวเดช ระบุว่า ทางโรงพยาบาลฯ ได้แสดงความเสียใจ และดำเนินการตรวจสอบเบื้องต้นของคณะกรรมการโรงพยาบาลมีความเห็นว่า แพทย์เวชปฎิบัติได้กระทำผิดข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และให้แพทย์คนดังกล่าว ออกจากการปฎิบัติหน้าที่ พร้อมแสดงความประสงค์ที่เยียวยา และหารือ ไกล่เกลี่ย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนกับญาติผู้ป่วยโดยเร็ว
อีกทั้ง ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานประกันสังคม สำนักจัดระบบบริการทางการแพทย์ และแพทยสภา อยู่ระหว่างขอข้อมูลและเอกสารประกอบการพิจารณาตามอำนาจหน้าที่
ทั้งนี้ กรม สบส. จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับ สสจ. ราชบุรี อย่างรอบด้าน หากพบการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพ จะดำเนินการตามกฎหมายโดยทันที พร้อมกำชับสถานพยาบาลทุกแห่งให้ยกระดับมาตรฐานการคัดกรอง วินิจฉัย และดูแลรักษาผู้ป่วย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบบริการสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน







