posttoday
บาดแผลในใจรักษาได้! ปลดล็อก Trauma และ PTSD ในคนยุคใหม่

บาดแผลในใจรักษาได้! ปลดล็อก Trauma และ PTSD ในคนยุคใหม่

09 มิถุนายน 2569

เปิดสาเหตุบาดแผลทางใจฝังลึกจากอดีต สู่ภาวะ PTSD ในชีวิตประจำวัน พร้อมแนะ 5 วิธีรับมือด้วยตัวเองและแนวทางเยียวยาจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อใจที่แข็งแรง

เพราะแผลใจรักษาได้: ทำความเข้าใจ Trauma และ PTSD ที่ซ่อนอยู่ในไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่

คุณเคยรู้สึกวิตกกังวลอย่างไร้สาเหตุ ชาชินทางอารมณ์ หรือเผลอหลีกเลี่ยงผู้คนและสถานการณ์บางอย่างไหม? 

หลายครั้ง พฤติกรรมและการตอบสนองต่อโลกในปัจจุบันของเรา อาจเป็นสัญญาณเตือนของ “บาดแผลทางใจ” (Trauma) ที่ฝังลึกมาตั้งแต่เด็กโดยที่เราไม่รู้ตัว 

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัว เพื่อน หรือคนรัก ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการเยียวยา บาดแผลเหล่านี้สามารถพัฒนาไปสู่ภาวะ PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) หรือโรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์รุนแรงได้
 

บาดแผลในใจรักษาได้! ปลดล็อก Trauma และ PTSD ในคนยุคใหม่

Mike Miller ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการด้านคลินิกของ Yatra Trauma Centre ได้สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจว่า:

“ทุกคนมีบาดแผลทางใจและมีการตอบสนองที่แตกต่างกัน ประสบการณ์ที่เจ็บปวดในอดีตมักทิ้งร่องรอยไว้ทั้งในจิตใจและร่างกาย จนหล่อหลอมวิธีคิดและการใช้ชีวิตของเราในตอนโต แต่ทุกบาดแผลสามารถฟื้นฟูได้ หากเราได้รับความเข้าใจ มีพื้นที่ปลอดภัย มีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแล และให้เวลาตัวเองได้เยียวยาตามจังหวะชีวิตของตนเอง”

เช็ก 5 เทคนิครับมืออาการ PTSD ในชีวิตประจำวันเมื่อถูกกระตุ้น (Triggers)

ในวันที่มีสิ่งรอบตัวมากระทบจิตใจจนเริ่มรู้สึกตื่นตระหนก ทาสแมวหรือคนรุ่นใหม่สามารถนำ 5 วิธีดูแลใจตัวเองแบบง่าย ๆ นี้ไปปรับใช้ในไลฟ์สไตล์ประจำวันได้ทันที:

ฝึกเทคนิค Grounding (ดึงสติกลับสู่ปัจจุบัน): เมื่อรู้สึกดิ่งหรือตื่นตระหนก ให้หยุดนิ่งแล้วลองมองหาสิ่งของรอบตัว 5 อย่าง (เช่น โคมไฟ แก้วน้ำ หนังสือ) พร้อมกดเท้าลงบนพื้นอย่างหนักแน่นประมาณ 10 วินาที เพื่อดึงสมองกลับมาอยู่กับปัจจุบัน

ขยับร่างกายหรือออกกำลังกาย: การขยับเขยื้อนร่างกายจะช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนความเครียด คลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ และช่วยให้อารมณ์กลับมาคงที่

เบี่ยงเบนความสนใจด้วยสิ่งที่ชอบ: พาตัวเองไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย ฟังเพลงโปรด ทำงานอดิเรก หรือพูดคุยกับคนที่ไว้ใจได้ เพื่อหยุดความคิดที่กำลังถาโถม
 

ฮีลใจผ่านการเขียน (Journaling): การเขียนไดอารี่หรือจดบันทึกความรู้สึก ช่วยให้เราได้จัดระเบียบความคิด ทบทวนอารมณ์ และเข้าใจ “สิ่งกระตุ้น” ของตัวเองมากขึ้น

ฝึกสติและผ่อนคลายระบบประสาท: การทำสมาธิ หรือฝึกหายใจเข้า-ออกลึก ๆ (Mindfulness) จะช่วยส่งสัญญาณให้ระบบประสาทคลายความตึงเครียดลง

บาดแผลทางใจ... รักษาหายขาด หรือต้องอยู่กับมันไปตลอดชีวิต?

คำตอบคือ “สามารถเยียวยาให้ดีขึ้นได้” การฟื้นฟูจิตใจอาจต้องใช้เวลาและมีจังหวะก้าวเดินที่ต่างกันไปในแต่ละบุคคล ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยายุคใหม่ การรักษาที่มีประสิทธิภาพไม่ได้มีเพียงแค่การนั่งพูดคุย (Talk Therapy) เท่านั้น แต่ยังต้องพึ่งพาองค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วน คือ:

Evidence-based therapies: การบำบัดทางจิตวิทยาที่อิงหลักฐานเชิงประจักษ์

Nervous system regulation: การปรับสมดุลระบบประสาทที่ตื่นตัวเกินไป

Emotional safety: การสร้างความรู้สึกปลอดภัยทางอารมณ์ให้เกิดขึ้นจริง

 Yatra Trauma Centre เชื่อมั่นว่า เส้นทางฟื้นฟูใจของทุกคนมีความจำเพาะบุคคล (Personalized) และทุกคนควรค่าแก่การได้รับการดูแลด้วยความเห็นอกเห็นใจ ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เพื่อให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันด้วยสภาวะอารมณ์ที่มั่นคงและมีความสุขได้อีกครั้ง
 

ข่าวล่าสุด

เบทาโกร จัดงานใหญ่แห่งปี “CAT DOG n joy Fun Fest” เปิดตัว ‘ออฟโรด - กันตภณ’

เบทาโกร จัดงานใหญ่แห่งปี “CAT DOG n joy Fun Fest” เปิดตัว ‘ออฟโรด - กันตภณ’