
YouTube-TikTok ยอมความคดีเสพติดโซเชียลในรัฐเคนทักกี
YouTube, TikTok และ Snap บรรลุข้อตกลงยุติคดีโรงเรียนรัฐเคนทักกีกล่าวหาแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียสร้างวิกฤตสุขภาพจิตเยาวชน
บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ได้แก่ Alphabet เจ้าของ YouTube, Snap และ TikTok บรรลุข้อตกลงยุติคดีกับเขตการศึกษาในรัฐเคนทักกีของสหรัฐฯ ก่อนการพิจารณาคดีครั้งสำคัญ ซึ่งอาจกลายเป็นบรรทัดฐานต่อคดีลักษณะเดียวกันอีกนับพันคดีทั่วประเทศ
คดีดังกล่าวเกิดจากการที่เขตการศึกษา Breathitt County ในพื้นที่ชนบททางตะวันออกของรัฐเคนทักกี กล่าวหาว่าแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียมีส่วนกระตุ้นให้เกิด “วิกฤตสุขภาพจิตในเยาวชน” ผ่านการออกแบบระบบที่สร้างพฤติกรรมเสพติด ส่งผลให้โรงเรียนต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายด้านการดูแลและฟื้นฟูสุขภาพจิตของนักเรียนเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
เอกสารที่ยื่นต่อศาลรัฐบาลกลางในเมืองโอ๊กแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ระบุว่า ทั้งสามบริษัทได้ตกลงยุติข้อพิพาทแล้ว อย่างไรก็ตาม ไม่มีการเปิดเผยเงื่อนไขหรือมูลค่าของข้อตกลงดังกล่าวต่อสาธารณะ
แม้ YouTube, Snap และ TikTok จะยุติคดีแล้ว แต่ Meta Platforms บริษัทแม่ของ Facebook และ Instagram ยังเตรียมเข้าสู่การพิจารณาคดีในวันที่ 15 มิถุนายนนี้
โฆษกของ YouTube ระบุว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับช่วงวัย พร้อมเพิ่มระบบควบคุมโดยผู้ปกครอง ขณะที่ Snap ระบุเพียงว่าคดีได้รับการแก้ไขอย่างเป็นมิตร ส่วน TikTok ยังไม่มีการแสดงความเห็นอย่างเป็นทางการ
ปัจจุบัน มีคดีฟ้องร้องเกี่ยวกับการเสพติดโซเชียลมีเดียมากกว่า 3,300 คดีอยู่ในศาลรัฐแคลิฟอร์เนีย และอีกกว่า 2,400 คดีในศาลรัฐบาลกลาง โดยผู้ฟ้องประกอบด้วยบุคคลทั่วไป หน่วยงานรัฐ เทศบาล และเขตการศึกษาทั่วสหรัฐฯ
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 25 มีนาคม คณะลูกขุนในนครลอสแอนเจลิสมีคำตัดสินสำคัญว่า Meta และ Google มีความประมาทในการออกแบบแพลตฟอร์มที่ส่งผลกระทบต่อเยาวชน พร้อมสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายรวม 6 ล้านดอลลาร์แก่หญิงวัย 20 ปีรายหนึ่ง ซึ่งระบุว่าเธอเริ่มเสพติดโซเชียลมีเดียตั้งแต่วัยเด็ก
ด้านเขตการศึกษา Breathitt County เรียกร้องค่าเสียหายมากกว่า 60 ล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนโครงการฟื้นฟูสุขภาพจิตระยะเวลา 15 ปี และขอให้ศาลมีคำสั่งบังคับให้บริษัทเทคโนโลยีปรับเปลี่ยนระบบแพลตฟอร์มเพื่อลดคุณสมบัติที่กระตุ้นการเสพติด
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมองว่า คดีนี้ถือเป็น “คดีนำร่อง” ที่จะถูกใช้ประเมินมูลค่าความเสียหายในคดีอื่น ๆ และอาจมีผลต่อแนวทางเจรจายุติคดีในวงกว้างของอุตสาหกรรมโซเชียลมีเดียในอนาคต







