
“Korat NAM” นวัตกรรม “โคราช” ต้นแบบดูแล “ปากแหว่งเพดานโหว่”
“Korat NAM” นวัตกรรมจาก รพ.มหาราชนครราชสีมา ต้นแบบดูแล “ปากแหว่งเพดานโหว่” ตั้งแต่แรกเกิด ภายใต้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง
รพ.มหาราชนครราชสีมา ต้นแบบดูแล “ผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่” ทุกมิติ พัฒนา “Korat NAM” นวัตกรรมจัดโครงสร้างจมูกและสันเหงือกก่อนผ่าตัด ช่วยลดความซับซ้อนในการรักษา เพิ่มผลลัพธ์ด้านความสวยงามและการพูด เผยให้การรักษาผู้ป่วยสะสมแล้ว 1,552 ราย
ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พร้อมด้วย ดร.พญ.สาวิตรี วิษณุโยธิน ผอ.สปสช.เขต 9 นครราชสีมา และคณะ ชมการดำเนินงาน “ศูนย์กลางการรักษาผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ครบวงจร” และนวัตกรรม “โคราชแนม” (Korat NAM : Nasoalveolar Molding) อุปกรณ์ช่วยจัดรูปร่างสันเหงือกและโครงสร้างจมูกเด็กตั้งแต่แรกเกิดก่อนการผ่าตัด เพื่อลดความรุนแรงของรอยแยกและช่วยให้ผลการผ่าตัดเย็บริมฝีปากมีประสิทธิภาพและสวยงามยิ่งขึ้น ในการดูแลผู้ป่วยสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ “บัตรทอง 30 บาท” เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา
นพ.ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา กล่าวว่า โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เปิดศูนย์รักษาผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ตั้งแต่ปี 2553 ดูแลผู้ป่วยต่อเนื่อง ตั้งแต่วัยทารกจนถึงอายุ 15 ปี ปัจจุบันมีผู้เข้ารับการรักษาสะสมกว่า 1,552 คน โดยจุดเด่นสำคัญ คือการพัฒนานวัตกรรม “Korat NAM” เครื่องมือจัดสันเหงือกและโครงสร้างจมูกก่อนการผ่าตัด ช่วยให้การผ่าตัดทำได้ง่ายขึ้น ลดการดึงรั้งของแผล และเพิ่มผลลัพธ์ด้านความสวยงามและการใช้งาน ซึ่งการรักษาทั้งหมดดำเนินการโดยทีมสหวิชาชีพ ทั้งศัลยแพทย์ตกแต่ง ทันตแพทย์ และนักแก้ไขการพูด เพื่อดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องในทุกช่วงวัย
ด้าน พญ.ปองใจ วิรารัตน์ ผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศด้านการดูแลผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ กล่าวว่า โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลแรกของประเทศ ที่พัฒนาและนำ Korat NAM มาใช้ในช่วงปลายปี 2552 เพื่อช่วยปรับแนวสันเหงือกและรูปทรงจมูกให้ใกล้เคียงปกติมากที่สุดก่อนผ่าตัด ส่งผลให้ลดขั้นตอนการรักษา ลดการเกิดพังผืด และช่วยให้การจัดฟันในระยะยาวทำได้ง่ายขึ้น ทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีราคาสูงอีกด้วย
ทั้งนี้ ในการรักษาผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ ไม่ใช่เพียงแค่การผ่าตัดเท่านั้น แต่เป็นการดูแลแบบครบวงจร ตั้งแต่การช่วยให้เด็กดูดนมได้ การผ่าตัดแก้ไข การจัดฟัน ไปจนถึงการฝึกพูด เพื่อให้เด็กสามารถสื่อสารและใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมั่นใจ โดยปัจจุบันศูนย์ปากแหว่งเพดานโหว่ของโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานศูนย์ความเชี่ยวชาญระดับสูงด้านสุขภาพช่องปาก และได้รับการจัดอยู่ในศูนย์ระดับที่ 1 ของประเทศ
ทพ.อรรถพร กล่าวว่า แม้ปัจจุบันจำนวนเด็กปากแหว่งเพดานโหว่จะลดลงตามอัตราการเกิดของเด็กไทย แต่การดูแลรักษายังคงมีความสำคัญ เพราะเด็กกลุ่มนี้มักเผชิญปัญหาทั้งด้านการดูดนม การพูด และการเข้าสังคม ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการและคุณภาพชีวิตในระยะยาว โดย สปสช. สนับสนุนสิทธิประโยชน์การรักษาอย่างครบวงจร ทั้งการผ่าตัด การจัดฟัน และการฝึกพูด เพื่อให้เด็กทุกคนเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพโดยไม่มีอุปสรรคด้านค่าใช้จ่าย ซึ่งหากพบเด็กที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่สามารถส่งต่อเพื่อรับการรักษาในระบบได้ทันที







