
ล่าสุด! อว. แจงปมทันตะม.ดัง หากยังไม่คืบหน้าในวันอังคารนี้ เตรียมเรียก "อธิการบดี" เข้าหารือ
Exclusive อว. แจงปมทันตะม.ดัง หากยังไม่คืบหน้าในอังคารนี้ จ่อเรียก อธิการบดี เข้าหารือ รับมีความซ้ำซ้อนทางกฎหมายการกำกับดูแล เล็งเปิดทางสภาวิชาชีพกำกับตั้งแต่แรก
ดร.วันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. ตอบ โพสต์ทูเดย์ กรณี "การเพิกถอนการรับรอง" จากทันตแพทยสภา ม.ดัง ลำปาง ถึงมาตรการแก้ไข - เยียวยา - และป้องกันจากเหตุที่เกิดขึ้น
รวมถึงประเด็น “ช่องว่างการกำกับมาตรฐานวิชาการกับวิชาชีพ” และข้อจำกัดทางกฎหมายที่ทำให้เกิดประเด็นดังกล่าว
เปิดปม 6 ปี เกิดอะไรขึ้น?
ดร.วันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงอว. กล่าวว่า สำหรับหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต ของ ม.เนชั่น ทำหลักสูตรตั้งแต่ปี 2562 เป็นหลักสูตรใหม่ภายใต้เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรของกระทรวง อว. ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ดูแลเรื่อง "มาตรฐานวิชาการ" แบบกว้างๆ
หลังจากนั้นก็จัดการศึกษาและรับนักศึกษารุ่นแรกในปี 2563, 64, 65 (รวม 3 ปี) และตอนนี้กำลังปรับปรุงหลักสูตรเป็นของปี 2568 ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา
“ กระทรวงเราดูเรื่องมาตรฐานวิชาการ เขาก็ได้รับการรับรองตามเกณฑ์วิชาการ แต่หลักสูตรที่เป็นวิทยาศาสตร์สุขภาพ ทางด้านการแพทย์ หรือทันตแพทย์ มันจะมี ‘มาตรฐานวิชาชีพ’ กำกับดูแลอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งทันตแพทยสภาเขาจะดูแลโดยมีหลักเกณฑ์ของเขาที่อาจจะลงรายละเอียดลึกพอสมควร
ในหลักสูตรของปี 62 ทางทันตแพทยสภาเขาไปตรวจตั้งแต่รับนักศึกษารุ่นแรกปี 63 แล้ว แล้วเขาก็ "รับรองมาแล้ว" ทั้งปี 63, 64, 65 แต่พอปี 66 มันเกิดประเด็นขึ้น
เพราะสภาวิชาชีพเขาจะมีการลงไปตรวจ Maintain (รักษาระดับมาตรฐาน) อยู่ตลอด พอเข้าไปตรวจปี 66 ไปเจอประเด็นปัญหาเรื่องของอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร ซึ่งทางสภาวิชาชีพลงลึกกว่ามาตรฐานวิชาการ มันเลยเป็นประเด็นที่นำไปสู่ "การเพิกถอนการรับรอง" ที่เคยให้ไว้ตั้งแต่ปี 63-65 ทั้ง 3 ปีครับ
ส่วนหลักสูตรใหม่ (ปี 68) ตอนนี้ทางสภาวิชาชีพจะลงไปตรวจอีกทีในวันที่ 5 พฤษภาคมที่จะถึงนี้”
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าว โพสต์ทูเดย์ ถามเจาะจงไปถึงปัญหาที่ทางทันตแพทยสภาระบุจนนำไปสู่การเพิกถอนว่า ทั้งในเรื่องของอาจารย์ที่ไม่ผ่านมาตรฐาน รวมไปถึงคลินิกปฏิบัติการ ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรจะพร้อมก่อนการเปิดสอนหรือไม่
ทางหัวหน้าผู้ตรวจราชการฯ ตอบประเด็นนี้ว่า
“ เวลาจะเปิดสอนคณะทางด้านพวกนี้ สภาวิชาชีพเขาจะต้องลงไปตรวจก่อนที่จะอนุญาตให้เปิดสอน อันนี้คือตามกฎระเบียบของสภาวิชาชีพ ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นตั้งแต่ปี 63 เพราะจริงๆ เขารับรองมาแล้ว (63, 64, 65) แต่ปี 66 ทำไมถึงเพิ่งไปเจอประเด็นนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะในรายละเอียดพวกนี้สภาวิชาชีพเขาจะลงลึก แต่กระทรวงเราดูแค่มาตรฐานวิชาการ”
“สภาวิชาชีพ” ไม่สามารถก้าวล่วงเชิงวิชาการ
อย่างไรก็ตาม ทางหัวหน้าผู้ตรวจราชการฯ ยอมรับว่า ภายใต้รัฐธรรมฉบับใหม่ ทำให้สิทธิของ “สภาวิชาชีพ” ไม่สามารถก้าวล่วงในเชิงวิชาการได้
“ ถ้าพูดกันตามตรง สภาวิชาชีพมีอำนาจค่อนข้างมาก ส่วนกระทรวงก็มีอำนาจตามกฎหมายของเราที่จะต้องเข้าไปดูแล แต่กฎหมายจะค่อนข้างให้อิสระมหาวิทยาลัยในการดูแลเชิงวิชาการ การกำกับดูแลของเราเป็นเชิงบริหาร เราไม่สามารถลงลึกได้ แต่ถ้าเกิดเป็นประเด็นปัญหาขึ้นมา กระทรวงก็คงต้องเข้าไปช่วยดูว่าจะแก้ไขอย่างไร
อย่างเคสนี้ พอเกิดปัญหาขึ้นมา ท่านปลัดกระทรวงก็บอกว่าอาจจะต้องเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูข้อเท็จจริงว่ามันเป็นยังไง แล้วจะมีเกณฑ์แก้ไขปัญหาอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่อไป ต้องมาบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างมาตรฐานวิชาชีพกับมาตรฐานวิชาการครับ
อย่างไรก็ตาม ผมขออนุญาตเรียนข้อมูลนิดนึงว่า สมัยก่อน... ก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เวลาจะเปิดหลักสูตรอะไร ต้องได้รับการอนุมัติเห็นชอบจากสภาวิชาชีพก่อน ถึงจะส่งมาเข้ากระทรวงได้ แต่เผอิญว่าพอรัฐธรรมนูญฉบับใหม่บังคับใช้ เขาให้สิทธิ "ไม่ให้ก้าวล่วงในเชิงวิชาการ"
มันเลยเป็นประเด็นปัญหาที่สะท้อนมาว่า ทางสภาวิชาชีพเองก็ไม่กล้าก้าวล่วง สภาวิชาการเองก็ไม่กล้าก้าวล่วง คือ ให้อำนาจสิทธิขาดกับมหาวิทยาลัยไปเลย
แต่ในประเด็นปัญหานี้ ทางคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา (กมอ.) รับทราบประเด็นแล้ว และตอนนี้กำลังคุยกันว่าจะตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งขึ้นมา เพื่อดูแลว่าจะปรับแก้กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหานี้ขึ้นอีก ทาง กมอ. ทราบปัญหาและพยายามแก้ปัญหาในเชิงกฎหมายอยู่ครับ”
ทั้งนี้ แม้จะอยู่ในช่วงที่กฎหมายยังไม่ได้มีการปรับแก้ หัวหน้าผู้ตรวจราชการฯ กล่าวว่าจะเป็นการทำงานเชิงบูรณาการร่วมกันระหว่างวิชาชีพกับวิชาการ
“ ซึ่งต่อไปในอนาคต ทาง กมอ. กำลังมองว่า 'หลักสูตรใดที่ได้รับการรับรองจากสภาวิชาชีพ ต่อไปอาจจะไม่จำเป็นต้องได้รับการรับรองจากมาตรฐานวิชาการอีก' ก็คือเอาตรงนั้นมาเป็นมาตรฐานตัวชี้วัดเลย ถ้าวิชาชีพรับรอง วิชาการก็รับรองอัตโนมัติ ไม่ต้องทำงานซ้ำซ้อนกัน ตัวนี้เป็นทิศทางที่ กมอ. กำลังคุยกันอยู่เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกัน”
นอกจากนี้ หากคิดว่าประเด็นไหนที่สภาวิชาชีพเจอ แล้วสถาบันไม่ดำเนินการแก้ไข อีกช่องทางหนึ่งคือต้องแจ้งมาที่กระทรวง อว. ซึ่งจะมี กมอ. ลงเข้าไปกำกับดูแลในเชิงคุณภาพได้ เพราะมีกฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับการประกันคุณภาพภายในและภายนอก มีการรับรองวิทยฐานะสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
“ ถ้าประเด็นนี้เกิดการร้องเรียนขึ้นมา แล้วมีผลกระทบต่อเด็ก มันมีกฎหมายกำหนดอยู่ครับ ถ้ามหาวิทยาลัยไม่แก้ปัญหา มันจะนำไปสู่ 'การเพิกถอนวิทยฐานะ' ได้เลย ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มาก แต่เพียงแต่ว่าช่วงแรกกระทรวงก็ไม่อยากจะลงดาบแรงขนาดนั้น ต้องพูดคุยกันก่อนเพื่อหาวิธีแก้ปัญหา ถ้าแก้ไม่ได้จริงๆ ถึงจะนำไปสู่ขั้นตอนกฎหมาย”
หนทางเยียวยา รับปาก “เห็นแอ็คชั่นแน่อาทิตย์หน้า”
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความกังวลของผู้ปกครอง ต่อมาตรการเยียวยาและแก้ไขปัญหา ดร.วันนี นนท์ศิริ รับว่าหากวันที่ 5 พ.ค.นี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ทางกระทรวงฯ จะเป็นผู้ประสานงานให้
“ เรื่องของการเยียวยา มหาวิทยาลัยจะต้องพูดคุยกับผู้ปกครอง แต่กระทรวงคงต้องเป็นผู้ประสานงานให้ครับ ถ้าเป็นในเรื่องของวิชาการ มหาวิทยาลัยกับสภาวิชาชีพเขาคุยกันอยู่แล้วว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร
ในเรื่องของเด็กที่เรียนในหลักสูตรที่ไม่ได้รับการรับรองจากสภาวิชาชีพเนี่ย จริงๆ ทางวิชาการเขายังรับรองอยู่ เพียงแต่ว่าพอจบมา อาจจะไม่ได้การรับรองโดยอัตโนมัติในการไปประกอบวิชาชีพ เด็กจะต้องไปสอบใบประกอบวิชาชีพเป็น "รายบุคคล" เอา ซึ่งอาจจะแตกต่างจากหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจากสภาวิชาชีพ ตรงนี้ทางสภาวิชาชีพเขาก็คุยกับมหาวิทยาลัยอยู่ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร อาจจะต้องมีการเรียนเสริมตรงส่วนไหน เดี๋ยวรายละเอียดคงต้องมีการเชิญมหาวิทยาลัยกับสภาวิชาชีพเข้ามาประชุมหารือกันครับ"
ทั้งนี้ ในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ จะมีการลงไปดูรายละเอียดจากทางสภาวิชาชีพทั้งหลักสูตรเดิมและหลักสูตรใหม่ปี 68 ซึ่งทางหัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงอว. กล่าวว่า
“ เดี๋ยวต้องดูว่า วันที่ 5 นี้จะมีประเด็นอะไรตามมาไหม ถ้ามีประเด็น คงจะต้องเชิญท่านอธิการบดีเข้ามา และหาแนวทางแก้ปัญหาภายในอาทิตย์หน้าก็น่าจะได้ข้อสรุป”
....
ทั้งนี้ ดร.วันนี ทิ้งท้ายไว้ว่า “ในส่วนของกระทรวง อว. เราพยายามกำกับดูแลในเชิงวิชาการ และนโยบายของท่านปลัดและ กมอ. ก็จะพยายามดูแลเรื่องการประสานงาน บูรณาการร่วมกับสภาวิชาชีพ เพื่อกำกับดูแลให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้”







