posttoday

โลกมาไกลขนาดนี้! เมื่อทุกอย่างที่เราสวมใส่กำลังจะเปลี่ยนไปด้วยนวัตกรรม

24 เมษายน 2569

จากสายรัดข้อมืออ่านใจ ไปจนถึงเลนส์ที่ตรวจเลือดผ่านน้ำตา ทุกอย่างที่เราสวมใส่กำลังจะเปลี่ยนไปด้วยนวัตกรรม!

KEY

POINTS

  • นวัตกรรมอุปกรณ์สวมใส่กำลังเปลี่ยนสิ่งของในชีวิตประจำวัน เช่น นาฬิกา แว่นตา และแหวน ให้กลายเป็นอุปกรณ์อัจฉริยะที่ทำงานได้มากกว่าเดิม
  • เทคโนโลยีใหม่มุ่งเน้นการควบคุมอุปกรณ์ดิจิทัลผ่านการเคลื่อนไหวของร่างกาย เช่น การใช้แหวนแทนเมาส์ หรือการสั่งงานด้วยการขยับนิ้วผ่านสายรัดข้อมือ
  • ปัจจุบันมูลค่าตลาดทั่วโลกในส่วนของนวัตกรรมอุปกรณ์สวมใส่พุ่งสูงแตะระดับแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และผู้ใช้งานในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วมีสวมใส่คิดเป็น 1 ใน 3 ของประชากร

ลองนึกภาพตื่นเช้ามา นาฬิกาบอกว่านอนหลับลึกไป 94 นาที แว่นตาปรับโฟกัสอัตโนมัติตามระยะที่มองโดยไม่ต้องหมุนปุ่ม แหวนบนนิ้วตรวจพบว่าระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่าปกติ และสายรัดข้อมือเปิด Spotify แค่ขยับนิ้วโป้งกับนิ้วกลาง ทั้งหมดนี้ไม่ใช่นิยายวิทยาศาสตร์ มันคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในปี 2026

 

วงการ Wearable Technology ผ่านจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา หลังจากทศวรรษแรกของสมาร์ทวอทช์ที่ส่วนมากทำได้แค่นับก้าวและรับการแจ้งเตือน เทคโนโลยีสวมใส่รุ่นใหม่เริ่มทำในสิ่งที่ไม่เคยมีใครคิดว่าเป็นไปได้ ... โพสต์ทูเดย์ ขอรวบรวมนวัตกรรมสุดเจ๋งใหม่ๆ มาให้ได้รู้จักกัน

 

01

Ganance Heir 

อุปกรณ์เสริมขนาดเล็ก รูปทรงเหมือนเหรียญ ที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนนาฬิกาข้อมือแบบเข็มทั่วไป ให้กลายเป็น "สมาร์ทวอทช์" โดยที่ไม่ต้องทิ้งสไตล์นาฬิกาสุดคลาสสิกไป! 

 

สิ่งที่น่าสนใจ อาทิ

  • ดีไซน์  ตัวเครื่องมีความหนาเพียง 3 มม. และหนักแค่ 5 กรัม ทำให้แทบไม่รู้สึกถึงความแตกต่างเมื่อสวมใส่แม้ว่าจะมีอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติมเข้ามา
  • ไม่มีหน้าจอ  ไม่รบกวนสายตา และไม่ต้องสมัครสมาชิกรายเดือน ข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งผ่านบลูทูธไปยังแอปบนมือถือ
  • การติดตามสุขภาพเบื้องต้น ปัจจุบันเน้นการนับก้าว, วัดระยะทาง และคำนวณแคลอรี โดยข้อมูลสามารถเชื่อมต่อกับแอปของ Ganance และ Apple Health และกำลังจะมีแอป Android ตามมา
  • การแจ้งเตือน  รองรับการสั่นเตือนเมื่อมีสายเข้าหรือข้อความ และรองรับการควบคุมสื่อ เช่น กดครั้งเดียวเพื่อหยุดเพลง หรือกดสองครั้งเพื่อข้ามเพลง
  • อุปกรณ์ไม่มีแม่เหล็กที่จะไปรบกวนกลไกของนาฬิกา

 

โลกมาไกลขนาดนี้! เมื่อทุกอย่างที่เราสวมใส่กำลังจะเปลี่ยนไปด้วยนวัตกรรม

 

 อย่างไรก็ตาม Ganance Heir ยังคงมีข้อจำกัดทั้งเรื่องแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้เพียง 42 ชั่วโมงต่อการชาร์จ ซึ่งทำให้ต้องชาร์จแทบทุกวัน และปัญหาความแม่นยำในการติดตามกิจกรรมที่ผู้ผลิตกำลังเร่งปรับปรุงอัลกอริทึมให้ดียิ่งขึ้น

แม้ปัจจุบันฟีเจอร์จะยังมีจำกัด แต่ทีมพัฒนาวางแผนจะอัปเดตฟังก์ชันใหม่ๆ เช่น การตรวจจับการนั่งนานเกินไป การแจ้งเตือนแอปพลิเคชัน และการจำแนกประเภทกิจกรรมในเร็วๆ นี้ เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการความคลาสสิกควบคู่กับความอัจฉริยะได้ครอบคลุมมากขึ้น

 

 

02 

นวัตกรรมปลอกคอ AI จาก POSTECH  พูดคุยได้แม้ไม่มีเสียง

ทีมนักวิจัยจาก POSTECH ประเทศเกาหลีใต้ พัฒนาปลอกคอซิลิโคนอัจฉริยะที่สามารถอ่านการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อและผิวหนังบริเวณลำคอขณะผู้สวมใส่ขยับปากออกเสียงโดยไม่มีเสียงออกมา โดยใช้กล้องขนาดจิ๋วและเซ็นเซอร์วัดการเปลี่ยนรูปของผิวหนัง ร่วมกับโมเดล AI เพื่อวิเคราะห์ว่าผู้สวมใส่กำลังพูดคำว่าอะไร ก่อนจะสังเคราะห์ออกมาเป็นเสียงพูดจริงผ่านระบบประมวลผล

 

โลกมาไกลขนาดนี้! เมื่อทุกอย่างที่เราสวมใส่กำลังจะเปลี่ยนไปด้วยนวัตกรรม

 

จุดเด่นคือการปรับแต่งเสียงให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล 

จุดเด่นสำคัญคือระบบสามารถเลียนแบบน้ำเสียงของผู้สวมใส่ได้อย่างสมจริง โดยใช้ข้อมูลเสียงต้นแบบของผู้ใช้งานเพียง 10 นาทีเท่านั้น เพื่อฝึกฝนโมเดล AI ให้สามารถสร้างโทนเสียงและลักษณะการออกเสียงที่ใกล้เคียงกับตัวผู้ใช้จริง

นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการตัดเสียงรบกวนภายนอกได้ดีเยี่ยม แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังมาก จึงเหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่อุตสาหกรรมหรือพื้นที่ที่การสื่อสารด้วยไมโครโฟนปกติทำได้ยาก

 

ข้อจำกัดและการพัฒนาในอนาคต 

ปัจจุบันอุปกรณ์ยังรองรับคำศัพท์ในชุดข้อมูลจำกัดเพียง 26 คำ และความแม่นยำจะลดลงหากผู้สวมใส่เคลื่อนที่หรือขยับศีรษะขณะใช้งาน ซึ่งถือเป็นความท้าทายหลักที่ทีมวิจัยกำลังเร่งแก้ไขผ่านการทดสอบในกลุ่มผู้ใช้ที่หลากหลายขึ้น รวมถึงการขยายคลังคำศัพท์และพัฒนาอัลกอริทึมให้สามารถชดเชยการเคลื่อนไหวของร่างกาย เพื่อมุ่งหวังให้เทคโนโลยีนี้กลายเป็นเครื่องมือช่วยชีวิตสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการพูด หรือใช้สื่อสารในสถานการณ์เฉพาะทางได้อย่างแม่นยำในอนาคต

 

 

03

Prolo Ring  เมาส์สวมนิ้วอัจฉริยะ

 

 

Prolo Ring คือนวัตกรรมเมาส์สวมนิ้วไร้ปุ่มที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนวิธีการใช้งานคอมพิวเตอร์ให้คล่องตัวยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มคนที่ต้องสลับการใช้งานระหว่างคีย์บอร์ดและเมาส์อยู่ตลอดเวลา ซึ่งตัวอุปกรณ์มีความโดดเด่นในด้านฟีเจอร์และการใช้งานดังนี้

 

โลกมาไกลขนาดนี้! เมื่อทุกอย่างที่เราสวมใส่กำลังจะเปลี่ยนไปด้วยนวัตกรรม

 

เทคโนโลยีการควบคุมขั้นสูง

หัวใจสำคัญของ Prolo Ring คือการผสานเทคโนโลยี Modtouch ซึ่งเป็นการใช้ Trackpad แบบคาปาซิทีฟความละเอียดสูง ทำงานร่วมกับ Modstrip สำหรับตรวจจับท่าทาง  และ Motion Sensor ที่มีความแม่นยำสูง อุปกรณ์นี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงการเลื่อนเคอร์เซอร์หรือคลิกเมาส์เท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานควบคุมการสั่งการผ่านนิ้วมือได้อย่างลื่นไหล ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนหน้าเว็บไซต์หรือการจัดการงานบนหน้าจอโดยไม่ต้องละมือจากตำแหน่งการวางคีย์บอร์ด

 

รองรับท่าทาง สั่งยังไงก็เข้าใจ

เพื่อให้ตอบโจทย์การทำงานระดับโปร Prolo Ring รองรับการตั้งค่าท่าทางได้มากกว่า 40 รูปแบบ เพื่อเป็นคำสั่งคีย์ลัด ที่หลากหลาย เช่น การ Copy, Paste, การเลื่อนสไลด์นำเสนองาน, การควบคุมระดับเสียง รวมถึงการเล่นหรือหยุดสื่อมัลติมีเดีย นอกจากนี้ผู้ใช้งานยังสามารถปรับแต่งการตั้งค่า Macros ต่างๆ ได้อย่างอิสระผ่านโปรแกรมเสริมอย่าง Prolo Studio เพื่อให้เหมาะสมกับเวิร์กโฟลว์เฉพาะตัวของแต่ละบุคคล

 

รองรับการใช้งานที่ครอบคลุมทุกระบบปฏิบัติการ 

ด้วยความเป็นอุปกรณ์เชื่อมต่อผ่านบลูทูธ Prolo Ring จึงมีความยืดหยุ่นสูง รองรับการใช้งานข้ามแพลตฟอร์มได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น Windows, macOS, Linux, Android หรือ iOS ทำให้เป็นอุปกรณ์เสริมที่ทรงพลังสำหรับทั้งการทำงานในสำนักงาน การสร้างสรรค์คอนเทนต์ หรือแม้แต่การใช้งานในชีวิตประจำวันบนแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน

 

ดีไซน์เรียบหรูและตัวเลือกที่หลากหลาย 

นอกเหนือจากฟังก์ชันที่อัดแน่นแล้ว Prolo Ring ยังให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ด้วยดีไซน์ที่เรียบหรู โดยมีให้เลือกถึง 3 สี ได้แก่ Champagne Gold , Future Silver  และ Carbon Black  เพื่อให้สอดคล้องกับสไตล์ของผู้ใช้งานแต่ละคน โดยแบ่งรุ่นจำหน่ายออกเป็น Basic, Standard และ Pro Edition ตามแพ็กเกจความสามารถที่แตกต่างกัน เพื่อรองรับความต้องการตั้งแต่ระดับผู้ใช้งานทั่วไปไปจนถึงมืออาชีพที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด

 

 

04

IXI แว่นตาอัจฉริยะที่ปฏิวัติการมองเห็นด้วยระบบโฟกัสอัตโนมัติ

 

 IXI นำเสนอนวัตกรรมแว่นตาที่ออกแบบมาเพื่อทดแทนแว่นสายตายาวโดยเฉพาะ ด้วยการผสานเทคโนโลยีผลึกเหลว (Liquid Crystal) แทรกไว้ระหว่างเลนส์ทั้งสองข้าง ซึ่งทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ติดตามดวงตา 

 

โลกมาไกลขนาดนี้! เมื่อทุกอย่างที่เราสวมใส่กำลังจะเปลี่ยนไปด้วยนวัตกรรม

 

เมื่อผู้สวมใส่เหลือบมองวัตถุในระยะใกล้ เซ็นเซอร์จะส่งสัญญาณไฟฟ้าขนาดเล็กไปยังชั้นผลึกเหลว เพื่อปรับเปลี่ยนค่ากำลังขยายของเลนส์ให้โฟกัสวัตถุนั้นได้คมชัดในทันที และจะคืนค่าสู่สถานะการมองระยะไกลปกติเมื่อผู้ใช้ละสายตาออกจากวัตถุนั้น .. หมายความว่าแว่นตานี้สามารถปรับระบบโฟกัสอัตโนมัติให้ผู้ใช้ได้ทันที!

 

สำหรับการออกแบบ เน้นความสวยงามและสวมใส่สบาย  IXI ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และประสบการณ์การสวมใส่ โดยตั้งเป้าให้แว่นตานี้เป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่นระดับพรีเมียมมากกว่าอุปกรณ์ไอที

ตัวแว่นถูกออกแบบให้ดูเหมือนแว่นตาทั่วไป มีน้ำหนักเบาเพียง 22 กรัม ซึ่งเบากว่าแว่นตาส่วนใหญ่ในตลาด โดยเน้นความประณีตในการผลิต ไม่ว่าจะเป็นส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ที่ผลิตในฟินแลนด์ และงานตัวกรอบแว่นที่ทำด้วยมือจากอิตาลี พร้อมฟังก์ชันที่ปรับแต่งได้ละเอียดทั้งแป้นจมูกและขาแว่น

 

ปัจจุบัน IXI อยู่ในช่วงขั้นตอนสุดท้ายของการพัฒนาเพื่อเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แม้จะยังไม่เปิดเผยราคาที่ชัดเจนแต่มีการวางตำแหน่งสินค้าไว้ในระดับพรีเมียม   ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่น่าจับตามองในอุตสาหกรรมแว่นตาที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานไม่ต้องแบกรับภาระจากการใส่แว่นสายตาแบบเดิมอีกต่อไป

 

 

05

สายรัดข้อมือ Meta เปลี่ยนการขยับมือให้กลายเป็นคำสั่งดิจิทัล

 

ทีมวิจัย Reality Labs ของ Meta ได้พัฒนาอุปกรณ์สวมใส่แบบสายรัดข้อมือ ที่ใช้เซ็นเซอร์ไฟฟ้ากล้ามเนื้อพื้นผิวเพื่ออ่านสัญญาณประสาทที่ส่งผ่านจากสมองไปยังมือขณะเคลื่อนไหว แล้วเปลี่ยนสัญญาณเหล่านั้นให้กลายเป็นคำสั่งดิจิทัล เช่น การเลื่อนเคอร์เซอร์เมาส์บนหน้าจอ การเลือกไอเท็มด้วยท่าทางนิ้วมือ หรือแม้กระทั่งการจำลองท่าทางเขียนหนังสือในอากาศเพื่อพิมพ์ข้อความลงบนอุปกรณ์ได้อย่างรวดเร็ว

 

โลกมาไกลขนาดนี้! เมื่อทุกอย่างที่เราสวมใส่กำลังจะเปลี่ยนไปด้วยนวัตกรรม

 

จุดเด่นด้านการใช้งาน

ข้อได้เปรียบที่สำคัญของเทคโนโลยีนี้คือความสามารถในการใช้งานแบบ "Universal" เนื่องจากทีมวิจัยได้ใช้ชุดข้อมูลฝึกฝนจากผู้เข้าร่วมทดสอบหลายพันคนผ่านระบบ Deep Learning ทำให้โมเดล AI สามารถตีความสัญญาณการเคลื่อนไหวของผู้ใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการ Calibration เฉพาะบุคคลเหมือนอุปกรณ์รุ่นก่อนๆ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเริ่มต้นใช้งานได้รวดเร็วและเป็นธรรมชาติเสมือนการใช้เมาส์คอมพิวเตอร์ทั่วไป

โดยเป้าหมายหลักของ Meta คือการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงอุปกรณ์ดิจิทัลสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดทางร่างกายหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง รวมถึงการสร้างวิถีใหม่ในการควบคุมอุปกรณ์อัจฉริยะที่ง่ายและไม่ต้องใช้แรงเยอะ

ในอนาคตทีมวิจัยเชื่อมั่นว่าจะสามารถพัฒนาเซ็นเซอร์ให้ตรวจจับความตั้งใจและแรงกดของการขยับได้ละเอียดยิ่งขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การพัฒนาเมาส์และคีย์บอร์ดรูปแบบใหม่ที่ช่วยลดการใช้แรงกล้ามเนื้อและเปิดทางสู่ปฏิสัมพันธ์กับโลกดิจิทัลในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

 

06

คอนแทคเลนส์เหนือมนุษย์ มองเห็นได้แม้หลับตา!

 

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศจีน (USTC) ได้พัฒนานวัตกรรมคอนแทคเลนส์อัจฉริยะที่สามารถช่วยให้มนุษย์มองเห็นแสงอินฟราเรด (Near-Infrared: NIR) ซึ่งปกติอยู่นอกเหนือการรับรู้ของดวงตามนุษย์ โดยการฝังอนุภาคนาโน  ที่ได้รับการออกแบบโครงสร้างมาเป็นพิเศษลงในเนื้อเลนส์ อนุภาคเหล่านี้มีคุณสมบัติในการดูดซับคลื่นแสงอินฟราเรดและเปลี่ยนให้เป็นแสงที่ดวงตามนุษย์มองเห็นได้ 

 

โลกมาไกลขนาดนี้! เมื่อทุกอย่างที่เราสวมใส่กำลังจะเปลี่ยนไปด้วยนวัตกรรม

 

ความสามารถในการมองเห็นผ่านเปลือกตา ไม่ต้องลืมตา!

ผลการทดสอบที่น่าทึ่งเผยว่า ผู้สวมใส่คอนแทคเลนส์นี้ไม่เพียงแต่มองเห็นแสงอินฟราเรดในสภาพแวดล้อมปกติได้เท่านั้น แต่ยังสามารถรับรู้สัญญาณอินฟราเรดได้แม้ในขณะที่หลับตาอยู่ เนื่องจากแสงอินฟราเรดมีความสามารถในการทะลุผ่านเปลือกตาได้ดีกว่าแสงที่มองเห็นได้ปกติ ทำให้ผู้สวมใส่สามารถสื่อสารหรือรับข้อมูลผ่านสัญญาณอินฟราเรดที่กะพริบเป็นรหัสลับได้แม้จะปิดตาอยู่ก็ตาม

นอกจากนี้ ทีมนักวิจัยยังปรับแต่งการเปลี่ยนสีของแสง โดยแปลงคลื่นความถี่อินฟราเรดที่แตกต่างกันให้เป็นแสงสีน้ำเงิน สีเขียว และสีแดง ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มความชัดเจนในการมองเห็นสภาพแวดล้อมแล้ว ยังอาจช่วยพัฒนาเป็นโซลูชันสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องตาบอดสีในอนาคต

 

ศักยภาพและการประยุกต์ใช้งานในอนาคต

 เทคโนโลยีนี้เปรียบเสมือนการมอบ "พลังวิเศษ" ให้กับดวงตามนุษย์ โดยมีศักยภาพในการประยุกต์ใช้ได้กว้างขวางตั้งแต่ด้านความปลอดภัยและการเข้ารหัสลับข้อมูล ไปจนถึงงานกู้ภัยที่ต้องการการมองเห็นในสภาพแวดล้อมที่มืดสนิท

แม้ปัจจุบันเทคโนโลยีจะยังคงรองรับการรับสัญญาณจากแหล่งกำเนิดแสงอินฟราเรดแบบ LED เท่านั้น แต่ทีมนักวิจัยกำลังมุ่งมั่นพัฒนาขีดความสามารถของเลนส์ให้สูงขึ้น รวมถึงการบูรณาการเข้ากับแว่นตาอัจฉริยะเพื่อเพิ่มรายละเอียดและความแม่นยำในการมองเห็นให้ดียิ่งขึ้นไปอีกขั้น 

...

 

ทั้งนี้ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดอุปกรณ์สวมใส่ หรือ Wearable Technology กำลังสะท้อนภาพชัดเจนถึงยุคที่เทคโนโลยีแทรกซึมเข้าสู่ชีวิตประจำวันอย่างเป็นรูปธรรม

 

โดยในปี 2025 ที่ผ่านมา มูลค่าตลาดทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 186,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่สูงกว่า 15% ต่อปี จึงมีการคาดการณ์ว่าตัวเลขนี้จะทะยานเกิน 250,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2028 ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลกที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพและประสิทธิภาพในการทำงานผ่านอุปกรณ์พกพา

 

ปรากฏการณ์นี้ถูกตอกย้ำด้วยสถิติผู้ใช้งานในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ที่พบว่าปัจจุบัน 1 ใน 3 ของผู้ใหญ่สวมใส่อุปกรณ์อย่างน้อยหนึ่งชิ้น เมื่อเปรียบเทียบกับสัดส่วน 1 ใน 10 เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นการก้าวกระโดดที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีสุขภาพ 

ข่าวล่าสุด

ยุค "ปิดกั้นตัวเอง"! ผลสำรวจพบคนไทย 65% ไม่ไว้ใจคนที่ "คิดต่าง"