ปชป. เตรียมชงญัตติด่วน "ฝุ่น PM 2.5" เข้าสภา แก้ 4 มิติเกี่ยวข้อง
"การดี" เผย ปชป. เตรียมยื่นญัตติด่วนด้วยวาจา ต่อสภาฯ พรุ่งนี้ ขอตั้งกมธ. แก้ปัญหาฝุ่นพิษเป็นระบบ มองต้องแก้4มิติ สุขภาพ-สิ่งแวดล้อม-เกษตร-เศรษฐกิจ
พรรคประชาธิปัตย์เตรียมผลักดันปัญหาฝุ่นพิษเข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติอย่างเป็นทางการ หลังมองว่าการแก้ปัญหาแบบตั้งรับปีต่อปีไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป
การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค เปิดเผยที่รัฐสภาว่าในวันพรุ่งนี้ (1 เม.ย.) พรรคจะยื่นญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้สภาฯ พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ปัญหา PM 2.5 โดยเฉพาะ โดยมีเป้าหมายรวบรวมข้อเสนอเชิงนโยบายส่งต่อไปยังรัฐบาล
โดยระบุว่าการแก้ปัญหาฝุ่นต้องมองพร้อมกันใน 4 มิติ ได้แก่ มิติสิ่งแวดล้อม มิติการจัดการเกษตร มิติสุขภาพ และมิติเศรษฐกิจภาพรวม โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่มักถูกมองข้าม พร้อมชี้ว่า
"ปัญหาฝุ่นพิษปัจจุบันไม่ใช่เรื่องที่กระทบต่อสุขภาพเท่านั้น แต่ยังกระทบถึงส่วนของเศรษฐกิจ ที่พบว่าในพื้นที่ภาคเหนือมียอดจองโรงแรมลดลง และมีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง เนื่องจากกังวลเรื่องปัญหาสุขภาพเพราะฝุ่นพิษ"
สำหรับคำถามที่ว่าทำไมปัญหานี้ถึงวนซ้ำทุกปี การดีมองว่าอุปสรรคที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องกฎหมาย แต่คือการที่ภาคเกษตรยังขาดทางเลือกที่ทำได้จริงและมีต้นทุนที่รับได้ เธอเสนอว่าต้องสร้างระบบกำจัดของเสียทางการเกษตรที่มีวงจรชัดเจนและต้นทุนถูกลง ก่อนจะทิ้งท้ายว่า
"ประเด็นฝุ่นพิษต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง มีการจัดการให้เป็นระบบ เพราะปัจจุบันกลายเป็นปัญหาเฉพาะหน้าและฉับพลัน"
สถานการณ์ฝุ่นวันนี้ยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะภาคเหนือ
จากข้อมูลคุณภาพอากาศวันที่ 31 มีนาคม 2569 จังหวัดเชียงใหม่อยู่ในระดับ "มีผลกระทบต่อทุกคน" ด้วยค่าความเข้มข้น PM 2.5 สูงถึง 14.4 เท่าของค่าแนวทางประจำปีขององค์การอนามัยโลก
ขณะที่พื้นที่สันทราย จังหวัดเชียงใหม่ วัดได้สูงถึง 41.8 เท่าของค่ามาตรฐาน WHO อยู่ในระดับ "มีผลกระทบต่อทุกคนอย่างรุนแรง"
ส่วนกรุงเทพฯ อยู่ในระดับปานกลาง ด้วยค่าความเข้มข้น PM 2.5 ที่ 3.2 เท่าของค่ามาตรฐาน WHO
ทั้งนี้ ตามเกณฑ์ของกรมควบคุมมลพิษ ค่า PM 2.5 ที่ 51–90 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ถือว่าเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ และหากเกิน 90 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ถือว่ามีผลกระทบต่อสุขภาพมาก


