ชง 4 รูปแบบ "เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม" เร็วสุด ก.ค.69 นี้
ประกันสังคม กางโรดแมปเลือกตั้งบอร์ดชุดใหม่ หลังชุดเดิมหมดวาระมาแล้วกว่า 1 เดือน ขณะที่ผลประชาพิจารณ์ชี้ชัด 95% หนุนใช้ระเบียบเดิมปี 2564 เพื่อตัดวงจร "บอร์ดรักษาการ"
นางนิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม(สปส.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ประเด็นการจัดการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมชุดใหม่ ภายหลังบอร์ดชุดปัจจุบันหมดวาระลงตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า สปส.ได้พิจารณาทั้งในมิติของข้อกฎหมาย ผลการรับฟังความคิดเห็น และข้อจำกัดด้านระยะเวลา โดยเฉพาะความจำเป็นในการเร่งจัดการเลือกตั้งเพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศในการบริหารกองทุน
ทั้งนี้ นางนิยดา กล่าวว่า สปส.ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการยกร่างระเบียบการเลือกตั้งศึกษารูปแบบที่เหมาะสม โดยนำผลการสำรวจความคิดเห็นจากผู้ประกันตนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกว่า 1.2 ล้านคน มาประกอบการพิจารณา ก่อนสรุปเป็น “4 รูปแบบ” เพื่อเสนอเป็นทางเลือกเชิงนโยบายให้คณะกรรมการประกันสังคม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานพิจารณา
เปิด 4 ร่างระเบียบเลือกตั้ง ทางเลือกใหม่ vs เกณฑ์เดิม
นางนิยดา ะบุว่าขณะนี้ได้สรุปรูปแบบการเลือกตั้ง 4 แนวทาง เพื่อเสนอเชิงนโยบายไม่ให้เกิดสุญญากาศในการบริหารกองทุน ดังนี้
รูปแบบที่ 1 ฉบับรับฟังความคิดเห็น แยกสัดส่วนผู้แทนผู้ประกันตน (ม.33 จำนวน 5 คน, ม.39 และ ม.40 อย่างละ 1 คน) โดยผู้ประกันตน 1 คน เลือกผู้สมัครได้เพียง 1 คน และเพิ่มเกณฑ์คุณสมบัติด้านความรู้ความสามารถ มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เป็นข้าราชการหรือมีตำแหน่งทางการเมือง และต้องสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มเวลา
รูปแบบที่ 2 แยกสัดส่วน และขยายสิทธิเลือกตั้ง โดยจำนวนผู้แทนยังคง 7 คนต่อฝ่าย โดยฝ่ายผู้ประกันตน “แยกสัดส่วน” เช่นเดียวกับรูปแบบที่ 1 ม.33 มี 5 คน, ม.39 มี 1 คน, ม.40 มี 1 คน แต่ปรับ “สิทธิการเลือกตั้ง” โดยนายจ้างสามารถเลือกได้ 7 คน และผู้ประกันตนสามารถเลือกได้ 7 คน ตามสัดส่วน เช่น ม.33 เลือก 5 คน ม.39 และ 40 เลือกได้กลุ่มละ 1 คนคุณสมบัติผู้สมัครและเงื่อนไขเงินสมทบ ยังคงเช่นเดียวกับรูปแบบที่ 1
รูปแบบที่ 3 ไม่แยกสัดส่วนและเลือกแบบรวม กำหนดจำนวนผู้แทนฝ่ายละ 7 คน โดย “ไม่แยกสัดส่วน” ผู้ประกันตน สิทธิเลือกตั้ง นายจ้างเลือกได้ 7 คน และผู้ประกันตนเลือกได้ 7 คน ยังคงกำหนดคุณสมบัติผู้สมัคร เช่น ต้องมีความรู้ ความสามารถ มีความสุจริต และไม่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมถึงเงื่อนไขเงินสมทบ 48 เดือนใน 60 เดือน เช่นเดียวกับรูปแบบที่ 1 และ 2
รูปแบบที่ 4 (ระเบียบเดิมปี 2564) ไม่แยกสัดส่วน และไม่กำหนดคุณสมบัติเพิ่มเติมพิเศษจากเดิมสิทธิเลือกตั้ง นายจ้างเลือกได้ 7 คน และผู้ประกันตนเลือกได้ 7 คน ไม่มีการกำหนดคุณสมบัติผู้สมัครเพิ่มเติมในลักษณะเดียวกับ 3 รูปแบบแรก ส่วนเงื่อนไขเงินสมทบ กำหนดให้ส่งเงินสมทบต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 36 เดือน นับถึงวันสมัคร
นางนิยดา กล่าวด้วยว่า รูปแบบที่ 1-3 จำเป็นต้องดำเนินการยกร่างระเบียบใหม่ตามขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งจะใช้เวลาพอสมควร และอาจส่งผลกระทบต่อแผนการจัดการเลือกตั้ง ขณะที่รูปแบบที่ 4 สามารถดำเนินการได้ทันที คือ ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2569 โดยสำนักงานสามารถเรียกประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อกำหนดวันเลือกตั้ง และเดินหน้ากระบวนการตามขั้นตอนต่อไปได้ ในด้านกรอบเวลา สปส.ประเมินว่า กระบวนการจัดการเลือกตั้งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 120 วัน ตั้งแต่การเตรียมการ การประกาศวันเลือกตั้ง การรับสมัคร ไปจนถึงการลงคะแนนและประกาศผล
"ประเด็นสำคัญที่ทุกฝ่ายกังวลคือ บอร์ดหมดวาระไปแล้ว หากปล่อยให้รักษาการเป็นเวลานาน อาจกระทบต่อการตัดสินใจเชิงนโยบายและการบริหารกองทุน จึงมีความพยายามที่จะเร่งรัดให้เกิดการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด” นางนิยดากล่าว
เสียงสะท้อนจากฝั่งลูกจ้าง "ระเบียบเดิมคือทางออกที่เร็วที่สุด"
ด้าน รศ.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตน ระบุว่า จากการสำรวจความคิดเห็นผู้ประกันตนกว่า 1.2 ล้านคน พบว่า 95% ต้องการให้ใช้ระเบียบเดิม เนื่องจากมีความกังวลเรื่องสุญญากาศในการบริหารงาน
"การรักษาการที่ยาวนานมีผลเสียแน่นอน โดยเฉพาะการพิจารณางบประมาณมูลค่า 60-100 ล้านบาท หรือการผลักดันสิทธิประโยชน์หลักพันล้านบาท บอร์ดรักษาการย่อมไม่มีความสบายใจที่จะพิจารณาเรื่องที่มีภาระผูกพันสูงขนาดนั้น ทำให้การพัฒนาสิทธิประโยชน์ต่างๆ ล่าช้าออกไป" รศ.ษัษฐรัมย์ กล่าว
นอกจากนี้ รศ.ษัษฐรัมย์ ยังตั้งข้อสังเกตว่า หากการเลือกตั้งล่าช้าไปจนถึงเดือนกรกฎาคม 2569 จะเท่ากับว่าบอร์ดต้องรักษาการนานถึง 6 เดือน หรือคิดเป็น 25% ของวาระการทำงานทั้งหมด (2 ปี) ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงเกินไป และส่งสัญญาณถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่ว่า การใช้ระเบียบเดิมจะช่วยให้การบริหารงานราชการทำได้เต็มประสิทธิภาพรวดเร็วที่สุด


