posttoday

ปั้น “ภูเก็ต” สู่ “Longevity City” วิสัยทัศน์ 5 ปีที่คนภูเก็ตต้องได้ประโยชน์ด้วย!

22 กุมภาพันธ์ 2569

ภาคเอกชนภูเก็ตเผยเตรียมปั้น “ภูเก็ต” สู่ “Longevity City” รวมข้อมูลสุขภาพคนภูเก็ตไว้ที่เดียว! พร้อมเผยความกังวลรายได้ไตรมาส 2-3 จากพิษเงินบาทแข็งค่า

ในวันที่กระแสการรักสุขภาพกลายเป็นเมกะเทรนด์โลก และกำลังผนวกเข้ากับ “ธุรกิจและบริการ” หลายแขนง “ภูเก็ต” ในฐานะเมืองแห่งการท่องเที่ยวระดับโลก กำลังขยับตัวครั้งใหญ่เพื่อก้าวข้ามการเป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล เป็นการผนวกเอา Wellness เข้าสู่บริการ สู่การสร้างแบรนด์ “Longevity City” หรือเมืองแห่งอายุสุขภาพยืนยาว

 

อย่างไรก็ตาม “คนภูเก็ต” มองไปไกลกว่านั้น แม้ภูเก็ตจะถูกออกแบบให้เป็นจุดหมายปลายทางของ Wellness Tourism อยู่แล้วแต่ผลลัพธ์ที่ผ่านมากลับพบว่าผู้ที่ได้รับประโยชน์หลักคือ “นักท่องเที่ยว”

ในขณะที่ “คนในพื้นที่”  ยังคงเผชิญกับปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ โรค NCDs ในระดับสูง

 

นายภูมิกิตต์ รักแต่งาม

 

นายภูมิกิตต์ รักแต่งาม ประธานมูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืนและตัวแทนภาคเอกชนจังหวัดภูเก็ต ได้สะท้อนทั้งโอกาส อุปสรรค และยุทธศาสตร์การปรับตัวของเมืองภูเก็ต ในระยะ 5 ปีนี้ เมื่อ โพสต์ทูเดย์ ถามว่า ความพร้อมต่อการเป็น Longevity City ของภูเก็ตพร้อมมากน้อยเพียงใด?

 

“ภูเก็ตยังไม่พร้อม” นายภูมิกิตต์ ตอบทันที

 

"แต่เราอยากจะเป็น Longevity City นั่นเป็นวิสัยทัศน์ของเรา .. เหตุผลเนื่องจากในอดีตเราดีไซน์ตัวเองว่าเป็น Wellness Tourism ซึ่งสุดท้ายคนได้ประโยชน์คือนักท่องเที่ยว แต่คนภูเก็ตไม่ได้

เราจึงกลับไปดูตัวเลขว่าคนบ้านเราป่วยโรค NCDs มากขนาดไหน และจะทำอย่างไรให้ ประโยชน์เกิดกับคนในพื้นที่ด้วย

เราจึงวางกลยุทธ์ใหม่ โดยตั้งเป้า 3-5 ปี ว่าจะลดโรค NCDs เช่น เบาหวาน ความดัน หรือเรื่องสุขภาพจิตได้อย่างไร เพราะภูเก็ตมีความเครียดจากการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงมาก”

 

ปั้น “ภูเก็ต” สู่ “Longevity City” วิสัยทัศน์ 5 ปีที่คนภูเก็ตต้องได้ประโยชน์ด้วย!

 

นายภูมิกิตต์มองว่า การที่จะปั้น “ภาพลักษณ์” ของเมืองให้คนภายนอกเชื่อถือได้นั้น ปัจจัยสำคัญคือ “คนในพื้นที่” ต้องเป็นหรือเชื่อเช่นนั้นก่อน โดยกล่าวว่า

 

“ เราอยากทำเรื่องนี้บนความเชื่อที่ว่า ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามคนภูเก็ตมีสุขภาพที่ดี นั่นจะเป็นตัวสำคัญในการดึงดูดคนให้มาใช้ชีวิตที่ภูเก็ต มาใช้ชีวิต กิน อยู่ และมีวิถีชีวิตที่ดีแบบคนภูเก็ต ไม่ใช่แค่มาศัลยกรรมซึ่งเป็นความนิยมในตอนนี้เท่านั้น ซึ่งมีอัตราการอยู่ในภูเก็ตเพียง 15 วัน เราอยากให้คนกลุ่มนี้อยู่ยาวขึ้นด้วย”

 

เป้าหมายของภูเก็ต คือการทำให้ Health Span หรือช่วงเวลาที่มีสุขภาพดี เข้าใกล้ Life Span หรือ อายุขัยให้มากที่สุด เพราะปัจจุบันช่วงเวลาที่คนเราเริ่มเจ็บป่วยก่อนเสียชีวิตเฉลี่ยสูงถึง 10 ปี

โดยคนไทยมีอายุขัยเฉลี่ย หรือ Lifespan ที่ 77.4 ปี ในขณะที่ Healthspan หรืออายุสุขภาพดีอยู่ที่ 67.3 ปี

 

ปั้น “ภูเก็ต” สู่ “Longevity City” วิสัยทัศน์ 5 ปีที่คนภูเก็ตต้องได้ประโยชน์ด้วย!

 

ข้อมูลสุขภาพต้องรวมได้ 100% เป็นวาระแห่งชาติ

 

นายภูมิกิตต์กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินงานว่า สิ่งสำคัญที่กำลังทำคือการรวม Health Data ของคนภูเก็ต ยกตัวอย่างเช่นข้อมูลของโรงพยาบาลรัฐและเอกชน ต้องรู้ทั้งหมด เพื่อที่จะรู้อัตราการเจ็บป่วยได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

 

“ ต้องให้กระทรวงดีอีและกระทรวงสาธารณสุขคุยกัน โดยใช้ภูเก็ตเป็น Sandbox ในการรวมข้อมูล ข้อมูลปัจจุบันแยกกันอยู่ 3 สังกัด คือ เอกชน รัฐ และท้องถิ่น ซึ่งโรงพยาบาลเอกชนในภูเก็ตยินดีให้ความร่วมมือในการแชร์ข้อมูลเพื่อให้เห็นภาพรวม 100%”

 

ตัวแทนภาคเอกชนจังหวัดภูเก็ต ยืนยันว่า

“ภูเก็ต” อยากจะเป็นจังหวัดแรกที่รวมข้อมูลสุขภาพของทุกฝ่ายได้แบบ 100%!

และมองว่าควรยกระดับให้เป็น “วาระแห่งชาติ” เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมสุขภาพ

 

นอกจากนี้ ยังสะท้อนไปถึงประเด็น “กฎหมาย” ที่อาจจะติดขัดบางอย่าง โดยสะท้อนไปถึงรัฐบาลซึ่งเป็นผู้ควบคุมกฎโดยตรง

 

“รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขต้องทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก หากกฎหมาย ไม่ถูกแก้ไข ผู้ประกอบการจะเสียโอกาสมาก เช่น เรื่อง Stem Cells ที่ในต่างประเทศอย่างดูไบก้าวหน้าไปมาก แต่บ้านเรายังไม่มีกระบวนการรองรับที่ชัดเจน หรือ กฎหมายโรงแรมที่มีใบอนุญาตซับซ้อนถึง 27 ใบ

นอกจากนี้ เรากำลังสูญเสียตลาดด้านการรักษาฟันให้กับเวียดนามที่พยายามดึงคนไข้ต่างชาติไปด้วย”

 

โดยนายภูมิกิตต์ย้ำว่า รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารจำเป็นต้อง “กิโยติน” กฎหมายบางอย่างเพื่อไม่ให้ภาคเอกชน “เสียโอกาส”

 

ปั้น “ภูเก็ต” สู่ “Longevity City” วิสัยทัศน์ 5 ปีที่คนภูเก็ตต้องได้ประโยชน์ด้วย!

 

 

ห่วงรายได้จากการท่องเที่ยวภูเก็ต ไตรมาส 2-3 เนื่องจากเงินบาทแข็งค่า

 

นายภูมิกิตต์เปิดเผยเพิ่มเติมว่าสำหรับไตรมาส 1 ปี 2569 ภูเก็ตมีรายได้จากการท่องเที่ยวในระดับ “ดีมาก” แต่ภาพรวมในช่วงที่เหลือของปียังไม่สามารถรับปากได้ว่าตัวเลขจะดีต่อเนื่องหรือไม่ เนื่องจากปัจจัยเรื่องค่าเงินยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ

โดยเฉพาะในไตรมาส 2 และ 3 ที่จะเป็นฤดูของนักท่องเที่ยวจาก “ออสเตรเลีย” เนื่องจากค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างอินโดนีเซีย (บาหลี)

นอกจากนี้ยังมีอุปสรรคเรื่องเที่ยวบินตรง ที่ปัจจุบันสายการบินไทย (TG) ไม่ได้บินตรงจากออสเตรเลียเข้าภูเก็ต แต่เปลี่ยนไปบินเข้ากรุงเทพฯ ทั้งหมด.

ข่าวล่าสุด

เทรนด์สปอร์ตแฟชั่นมาแรง ดันคนไทยรูดบัตรเปย์หมวด Sports โต 10%