นักวิจัยชี้ "สูตร 5:1" คือสูตรทะเลาะกับคนรัก ที่ไม่พาไปสู่ "การเลิกรา"
นักวิจัยแนะ "สูตร 5:1" จัดการความสัมพันธ์ระหว่างอารมณ์เชิงบวกและอารมณ์เชิงลบ ไม่ให้การทะเลาะกับคนรักพาไปสู่ "การเลิกรา"
KEY
POINTS
- สูตร 5:1 คืออัตราส่วนที่ความสัมพันธ์ที่มั่นคงควรมีปฏิสัมพันธ์เชิงบวกอย่างน้อย 5 ครั้ง ต่อทุกๆ 1 ปฏิสัมพันธ์เชิงลบ
- งานวิจัยชี้ว่าหัวใจสำคัญของการประคองความสัมพันธ์ไม่ใช่การไม่ทะเลาะกันเลย แต่คือ "รูปแบบการทะเลาะ" และความสามารถในการรักษาสัดส่วนเชิงบวกให้มากกว่า
- พฤติกรรมที่ทำลายความสัมพันธ์รุนแรงที่สุดคือการดูถูกและหากสัดส่วนปฏิสัมพันธ์ลดลงใกล้ 1:1 จะทำให้ความสัมพันธ์มีความเสี่ยงสูงที่จะเลิกรา
บางคนเข้าใจว่าความรักที่ดีคือความสัมพันธ์ที่ “ไม่ทะเลาะ” แต่ในโลกของงานวิจัย คำตอบกลับตรงกันข้าม
เมื่อนักจิตวิทยาความสัมพันธ์ชื่อดังอย่าง John Gottman จาก University of Washington ใช้เวลากว่า 40 ปี คือตั้งแต่ปี 1972 จนถึงปัจจุบัน ศึกษาคู่รักมากกว่า 3,000 คู่ในห้องทดลองที่เรียกว่า “Love Lab” เขาพบว่า การทะเลาะกับคู่รักบ่อยๆ ไม่ใช่ตัวทำนายการหย่าร้างที่แม่นสุด แต่ “รูปแบบของทะเลาะ” ต่างหากที่ชี้ขาดว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้!
ที่มาของสูตร 5:1 ทะเลาะได้แต่ไม่เลิก!
งานวิจัยดังกล่าวพบว่า คู่ที่อยู่รอดระยะยาวไม่ได้เป็นคู่ที่ไม่มีปัญหา แต่คือคู่ที่สามารถรักษา “สัดส่วนปฏิสัมพันธ์เชิงบวกต่อเชิงลบ” ได้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งได้มีการเสนอ "สูตร 5:1" เอาไว้ดังนี้
สูตร 5:1 คือ สูตรที่บอกว่าในความสัมพันธ์ที่มั่นคงจะเกิดขึ้น "ถ้าทุก 1 ปฏิสัมพันธ์เชิงลบ มีอย่างน้อย 5 ปฏิสัมพันธ์เชิงบวก" โดยปฏิสัมพันธ์เชิงบวกไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ เช่น
- คำชมเล็ก ๆ
- การแตะมือ
- การยิ้มให้กัน
- การฟังโดยไม่แทรก
- การขอบคุณในเรื่องธรรมดา
สิ่งเหล่านี้ทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกจากความขัดแย้ง เพราะ “ปฏิสัมพันธ์เชิงลบมีแรงกระทบต่ออารมณ์มากกว่าเชิงบวก”
แต่ให้ระวัง! เมื่อสัดส่วนลดลงใกล้ 1:1 ความสัมพันธ์จะเข้าสู่โหมดเปราะบาง เพราะอารมณ์ลบเริ่มกลบพื้นที่ปลอดภัย และมีแนวโน้มจะเลิกราหรือหย่าร้างมากกว่า คู่ที่รักษาสัดส่วน 5:1 หรือสูงกว่า 1:1
Four Horsemen ระวัง 4 พฤติกรรมที่ทำลายความสัมพันธ์
Gottman ระบุพฤติกรรม 4 แบบที่มีพลังทำลายล้างความสัมพันธ์สูง ได้แก่
- Criticism โจมตีตัวตน เช่น “เธอเป็นคนเห็นแก่ตัว”
- Contempt ดูถูก เหยียดหยาม กลอกตา ประชด (อันตรายที่สุด)
- Defensiveness ปัดความรับผิดชอบ โต้กลับทันที
- Stonewalling เงียบ ไม่ตอบสนอง ตัดการสื่อสาร
โดยเฉพาะ Contempt เป็นตัวทำนายการหย่าร้างที่แรงที่สุด เพราะมันสื่อว่า “อีกฝ่ายด้อยกว่า”
ในห้องทดลอง Love Lab เขาติดเซ็นเซอร์วัดชีพจรและความดันระหว่างคู่รักโต้เถียง พบว่าคู่ที่ใช้พฤติกรรมดูถูกมีอัตราการเต้นหัวใจพุ่งเกิน 100 ครั้งต่อนาที ระดับคอร์ติซอลสูง และเข้าสู่โหมด fight-or-flight หรือโหมดที่สมองส่วนเหตุผลทำงานลดลง
หากเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดซ้ำ สมองจะเรียนรู้แบบเชื่อมโยงว่า “คนรัก = ความเครียด” และอาจนำมาซึ่งการทะเลาะ ซึ่งไม่ใช่แค่การระเบิดใส่กันเสมอไป แต่อาจจะเป็นการเงียบใส่ หรือหลีกเลี่ยงบทสนทนาก็เป็นได้
.....
หลายคนมีประสบการณ์ว่า บางคู่รักทะเลาะทุกสัปดาห์แต่ยังรักกันดี บางคู่ทะเลาะไม่บ่อยแต่จบลงเร็ว
งานวิจัยชี้ว่าการทะเลาะนั้น จบด้วยการซ่อมแซมความสัมพันธ์ หรือจบด้วยการสร้างบาดแผล เพราะคู่ที่รอดมักมี “วัฒนธรรมการคืนดี” เช่น พูดขอโทษก่อนปล่อยให้อีโก้ทำงาน หรือเปลี่ยนน้ำเสียงเมื่อเห็นอีกฝ่ายเริ่มเครียด เป็นต้น
สูตร 5:1 นั้นจึงทำให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ไม่ได้หมายความว่าต้องหวานตลอดเวลา แต่ความสัมพันธ์จะมั่นคง เมื่อพื้นที่ปลอดภัยมีมากกว่าพื้นที่ชวนทะเลาะกัน และจัดการความขัดแย้งกันอย่างไรต่างหาก!


