posttoday

“อ้วน” ไม่ใช่แค่รูปร่าง แต่คือ “ความเสี่ยงโรคร้าย” มากกว่า 3 เท่า

04 กุมภาพันธ์ 2569

หลักฐานวิชาการเผย อายุเฉลี่ยสั้นลง 4 ปี เพราะ “อ้วน” ชี้ "โรคอ้วน" ไม่ใช่แค่รูปร่าง แต่คือ “ความเสี่ยงโรคร้าย” มากกว่า 3 เท่า

KEY

POINTS

  • ภาวะอ้วนเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายแรงต่างๆ มากกว่า 3 เท่า และอาจทำให้อายุขัยสั้นลงประมาณ 2-4 ปี
  • โรคที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นสูงกว่า 3 เท่า ได้แก่ เบาหวาน โรคถุงน้ำดี ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอื่นๆ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด ข้อเข่าเสื่อม และมะเร็งบางชนิด

ชมรมโรคอ้วนแห่งประเทศไทย ได้เผยแพร่แนวทางในการวินิจฉัยและรักษาโรคอ้วน พ.ศ.2568  โดยระบุถึงผลเสียของโรคอ้วนต่อสุขภาพมากขึ้นสูงสุด 3 เท่า และมีอายุเฉลี่ยสั้นลงประมาณ 2-4 ปี จากโรคสำคัญๆ อาทิ โรคหยุดหายใจขณะหลับ โรคข้อเข่าเสื่อม โรคระบบทางเดินอาหาร โรคหัวใจและหลอดเลือด ภาวะหัวใจล้มเหลว โรคมะเร็ง โรคไตเรื้อรัง ฯลฯ โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

ถ้า “อ้วน” เพิ่มความเสี่ยง > 3 เท่า

 

ยกตัวอย่างเช่น

 

เบาหวาน

ภาวะอ้วนทำให้การตอบสนองของอินซูลินในร่างกายลดลง อินซูลินเป็นฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ดังนั้นยิ่งมีภาวะอ้วนมาก ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานก็จะเพิ่มขึ้น

ข้อมูลในประชากรไทยพบว่า ผู้ที่มีค่า BMI ตั้งแต่ 25 กก./ม² ขึ้นไป มีความเสี่ยงเกิดโรคเบาหวานสูงกว่าผู้ที่มี BMI ต่ำกว่า 25 กก./ม² ประมาณ 2.4 เท่า

 

โรคถุงน้ำดี

ผู้ที่มีภาวะอ้วนมักมีระดับคอเลสเตอรอลในน้ำดีสูงขึ้น ร่วมกับการบีบตัวของถุงน้ำดีลดลง ส่งผลให้เกิดนิ่วในถุงน้ำดีได้ง่ายขึ้น

พบว่าเพศหญิงที่มี BMI มากกว่า 45 กก./ม² มีความเสี่ยงเกิดนิ่วในถุงน้ำดีสูงขึ้นถึง 7 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ที่มี BMI ต่ำกว่า 24 กก./ม² นอกจากนี้ ผู้ที่มี BMI มากกว่า 30 กก./ม² มีอุบัติการณ์เกิดนิ่วประมาณร้อยละ 1 ต่อปี และหาก BMI มากกว่า 45 กก./ม² จะมีอุบัติการณ์เพิ่มเป็นประมาณร้อยละ 2 ต่อปี

 

ไขมันในเลือดผิดปกติ

ความผิดปกติของไขมันในเลือดมักพบในผู้ที่มีภาวะอ้วน โดยเฉพาะอ้วนลงพุง ซึ่งมีความสัมพันธ์กับภาวะดื้อต่ออินซูลิน และกระบวนการหลอดเลือดแดงแข็ง (atherosclerosis) ส่งผลให้เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง

 

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

โรคอ้วนส่งผลต่อระบบหายใจ เนื่องจากไขมันที่สะสมบริเวณทรวงอกทำให้การขยายตัวของทรวงอกลดลง ขณะเดียวกันไขมันบริเวณช่องท้องอาจขัดขวางการเคลื่อนไหวของกระบังลม ส่งผลให้เกิดอาการเหนื่อยง่าย โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในท่านอน

นอกจากนี้ การสะสมของไขมันบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น โดยเฉพาะบริเวณคอหอย อาจทำให้ทางเดินหายใจตีบแคบ ส่งผลให้เกิดอาการนอนกรนหรือหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ ระหว่างการนอนหลับ

พบว่าผู้ที่มี BMI 30–35 กก./ม² มีความเสี่ยงเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับเพิ่มขึ้นประมาณ 5 เท่า และในผู้ที่มี BMI 40–45 กก./ม² ความเสี่ยงอาจเพิ่มขึ้นถึง 22 เท่า

 

 

ถ้า “อ้วน” เพิ่มความเสี่ยง 2 – 3 เท่า 

 

ยกตัวอย่างเช่น

 

โรคหัวใจและหลอดเลือด

ประกอบด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจ (coronary heart disease) และโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) ภาวะไขมันสะสมในอวัยวะต่าง ๆ โดยเฉพาะไขมันในช่องท้อง ส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง (chronic inflammation) และนำไปสู่การเกิดหลอดเลือดแดงแข็ง

การศึกษาวิจัยแบบ case-control ในประชากรกว่า 27,000 ราย จาก 52 ประเทศ พบว่า อัตราส่วนรอบเอวต่อสะโพก (Waist-to-Hip Ratio: WHR) เป็นตัวทำนายความเสี่ยงโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้ดีที่สุด

ขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก Physicians Health Study พบว่า ผู้ที่มี BMI ตั้งแต่ 30 กก./ม² ขึ้นไป มีความเสี่ยงเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบเพิ่มขึ้น 1.95 เท่า และเสี่ยงภาวะเลือดออกในสมองเพิ่มขึ้น 2.25 เท่า

 

ข้อเข่าเสื่อม

ผู้ที่มีภาวะอ้วนมักพบภาวะข้อเข่าเสื่อมและข้อกระดูกสันหลังเสื่อม เนื่องจากน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นทำให้ข้อต่อต่าง ๆ ต้องรับแรงกดมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการเสื่อมตามระยะเวลา โดยเฉพาะข้อเข่าซึ่งเป็นข้อที่รับน้ำหนักหลักของร่างกาย

พบว่าผู้ที่มี BMI ระหว่าง 23.4–26.4 กก./ม² มีความเสี่ยงเกิดข้อเข่าเสื่อมสูงขึ้นประมาณ 2.9 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ที่มี BMI ต่ำกว่า 23.4 กก./ม²

 

โรคเกาต์ / กรดยูริกสูง

ผู้ที่มี BMI มากกว่า 30 กก./ม² มีความเสี่ยงเกิดโรคเกาต์เพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่า

 

 

ถ้า “อ้วน” เพิ่มความเสี่ยง 1 – 2 เท่า

 

ตัวอย่างเช่น

 

มะเร็งบางชนิด

พบว่าเพศชายที่มีภาวะอ้วนมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งทวารหนัก และมะเร็งต่อมลูกหมาก ส่วนในเพศหญิงมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อมะเร็งถุงน้ำดี มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งรังไข่ และมะเร็งเต้านม

การศึกษาติดตามประชากรจำนวน 750,000 ราย เป็นระยะเวลา 12 ปี พบว่า อัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในผู้ที่มีภาวะอ้วนสูงกว่าผู้ที่ไม่อ้วน โดยเพิ่มขึ้นประมาณ 1.3 เท่าในเพศชาย และ 1.6 เท่าในเพศหญิง

 

ปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่สัมพันธ์กับโรคอ้วน

  • ความผิดปกติของฮอร์โมนเพศ
  • ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS)
  • ภาวะมีบุตรยาก
  • อาการปวดหลัง
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบ
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์

 

 

ระดับความเสี่ยง โรคหรือภาวะที่เกี่ยวข้อง
เพิ่มความเสี่ยง > 3 เท่า • เบาหวาน
• โรคถุงน้ำดี
• ไขมันในเลือดผิดปกติ
• ภาวะดื้อต่ออินซูลิน
• ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
เพิ่มความเสี่ยง 2 – 3 เท่า • โรคหัวใจและหลอดเลือด
• ความดันโลหิตสูง
• ข้อเข่าเสื่อม
• เกาต์ / กรดยูริกสูง
เพิ่มความเสี่ยง 1 – 2 เท่า • มะเร็งบางชนิด
• ฮอร์โมนเพศผิดปกติ
• ถุงน้ำรังไข่
• ภาวะมีบุตรยาก
• ปวดหลัง
• เพิ่มความเสี่ยงการดมยา
• ภาวะแทรกซ้อนการตั้งครรภ์

ที่มา: แนวทางในการวินิจฉัยและรักษาโรคอ้วน พ.ศ.2568 ชมรมโรคอ้วนแห่งประเทศไทย

 

สำหรับวิธีการคิดค่า BMI ได้แก่

สูตรคำนวณ BMI

BMI = น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) / ส่วนสูง (เมตร)2

ข่าวล่าสุด

GWI เผย 4 เทรนด์ใหม่ เขย่าอุตสาหกรรม "Wellness" ปี 2026!