posttoday

4 สัญญาณเตือน! เมื่อวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี เสี่ยงฆ่าตัวตายสูงที่สุด

03 กุมภาพันธ์ 2569

กรมสุขภาพจิตพบวัยรุ่นกลุ่ม 15–19 ปี เสี่ยงพยายามฆ่าตัวตายสูงที่สุดจากแรงกดดันด้านการเรียน พร้อมเผย 4 กลุ่มสัญญาณเตือนที่ต้องเฝ้าระวัง

KEY

POINTS

  • กรมสุขภาพจิตเผยว่ากลุ่มวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี มีอัตราการพยายามฆ่าตัวตายสูงที่สุด โดยมีปัจจัยเสี่ยงหลักมาจากความกดดันด้านการเรียนและการสอบ
  • สัญญาณเตือนสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังครอบคลุมการเปลี่ยนแปลง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านอารมณ์ (เครียด, หงุดหงิดง่าย), ความคิด (คิดวนซ้ำ, ขาดสมาธิ), ร่างกาย (ปวดหัว, นอนไม่หลับ) และพฤติกรรม (อ่านหนังสือหักโหม, แยกตัว)
  • แนะให้คนรอบข้างช่วยสังเกตอาการ และมีช่องทางขอคำปรึกษาสำหรับเยาวชน เช่น ครูแนะแนว หรือสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง

กรมสุขภาพจิต เปิดเผยถึงสถานการณ์สุขภาพจิตของเด็กและเยาวชนไทยว่า ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15–19 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตราการพยายามฆ่าตัวตายสูงที่สุด ปัจจัยสำคัญในช่วงนี้มีที่มาจากแรงกดดันด้านการเรียน การสอบ 

 

วันนี้ ( 3 กุมภาพันธ์ 2568) นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เผยว่า จากข้อมูลการประเมินผ่าน Application Mental Health Check-in ช่วงปี 2568 มีเยาวชนเข้ารับการประเมินกว่า 33,000 คน พบว่าเสี่ยงซึมเศร้า มีความเครียดสูง และเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

ปัจจัยสำคัญในช่วงนี้มีที่มาจากแรงกดดันด้านการเรียน การสอบ ซึ่งในช่วงใกล้สอบเป็นช่วงที่วัยรุ่นมีความเครียดสูงเพิ่มขึ้น หากไม่ได้รับการแก้ไขอาจพัฒนาไปสู่ปัญหาสุขภาพจิต เช่น วิตกกังวล ซึมเศร้า หรือปัญหาการนอนหลับ การทำร้ายตนเอง หรือ อาจเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายได้

 

4 สัญญาณเตือนสำคัญ ต้องเฝ้าระวัง

 

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่าอาการที่พบบ่อยช่วงใกล้สอบที่ต้องสังเกต ได้แก่

  1. อาการด้านอารมณ์ ได้แก่ รู้สึกเครียด กังวล หงุดหงิดง่าย ใจร้อนกว่าปกติ รู้สึก “ไม่ดีพอ” โทษตัวเอง รู้สึกผิดทุกครั้งที่อ่านหนังสือไม่ได้ตามแผน หรือรู้สึกหมดแรงใจ สิ้นหวัง
  2. อาการด้านความคิด คิดวนซ้ำเรื่องสอบ เช่น “ถ้าสอบตกคงแย่มาก” เปรียบเทียบตัวเองกับเพื่อนหรือคนในโซเชียล โฟกัสยาก สมาธิสั้นลง อ่านหนังสือหักโหมจนลืมทำกิจวัตรประจำวัน มีอาการแยกตัว
  3. อาการทางกาย ได้แก่ ปวดหัว ปวดท้อง คลื่นไส้ ใจสั่น เหงื่อออก มือสั่น นอนไม่หลับ หลับยาก ตื่นบ่อย ฝันถึงห้องสอบ หรือฝันร้าย
  4. พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป อ่านหนังสือหักโหม ข้ามมื้ออาหาร ข้ามการนอน เลี่ยงการอ่านหนังสือเพราะรู้สึกกลัว หรือใช้โทรศัพท์/เกมเพื่อหนีความเครียด

 

แนะวิธีการพยายามโดยไม่ต้องเสี่ยงเสียสุขภาพจิต

 

ทั้งนี้ ในช่วงที่ใกล้สอบเพื่อพิสูจน์ผลแห่งการพยายามของตนเองนั้น หากความเครียดรุนแรง อาจนำไปสู่ภาวะ วิตกกังวล ภาวะซึมเศร้าที่รู้สึกไม่มีคุณค่า หรือปัญหาการนอนที่ทำให้สมรรถนะการเรียนลดลงไปได้อีก ขอแนะนำให้ใช้หลักการอ่านให้ได้ผล โดยไม่ทำร้ายตัวเอง ดังนี้

 

  1. จัดตารางอ่านหนังสือแบบเป็นมิตรกับสมอง แบ่งเวลาสั้นๆ แต่สม่ำเสมอ
  2. ตั้งเป้าตามงานไม่ใช่ตามเวลา เช่น ตั้งเป้าทำแบบฝึกหัดให้ครบชุด แทนการกำหนดจำนวนชั่วโมงเพียงอย่างเดียว
  3. ดูแลร่างกายพื้นฐาน นอนให้พออย่างน้อย 7–8 ชั่วโมงต่อคืน กินอาหารให้ครบมื้อ และดื่มน้ำให้พอ
  4. จัดการเสียงในหัว เปลี่ยนจาก “เราต้องไม่พลาด” เป็น “เราจะทำให้ดีที่สุด”

 

นอกจากนี้เด็กและเยาวชนที่มีปัญหาสามารถขอรับคำปรึกษาจากครูแนะแนว นักจิตวิทยาในโรงเรียน หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกัน ขอเน้นย้ำว่าเพื่อน ครู และผู้ปกครองควรมีบทบาทร่วมกันในการสังเกตสัญญาณเตือน เปิดใจรับฟัง และให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที สำหรับสถานศึกษาที่ต้องการวางมาตรการหรือพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพจิตนักเรียน สามารถขอรับคำปรึกษาและการสนับสนุนทางวิชาการจากกรมสุขภาพจิต เพื่อร่วมกันเสริมสร้างความเข้มแข็งทางใจ และลดความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตในเด็กและเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน

 

 

4 สัญญาณเตือน!  เมื่อวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี เสี่ยงฆ่าตัวตายสูงที่สุด

 

ทั้งนี้ ยังมีระบบ HERO OBEC CARE สำหรับโรงเรียนต่างๆ คือ แพลตฟอร์มบริหารจัดการการดูแลช่วยเหลือนักเรียนด้านสุขภาพจิตแบบครบวงจร ซึ่งมีตั้งแต่กระบวนการคัดกรอง เฝ้าระวัง ให้คำปรึกษา และส่งต่อเพื่อให้เด็กได้รับการช่วยเหลือที่ตรงจุดและรวดเร็ว

ที่สำคัญคือสามารถเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันระหว่างครู (ผู้คัดกรองและเฝ้าระวังใกล้ชิด) และ บุคลากรสาธารณสุข/Health HERO (ทีมหมอและพยาบาลจิตเวชที่ให้คำปรึกษาผ่านระบบออนไลน์ ช่วยให้เด็กที่มีความเสี่ยงได้รับการตรวจพบสัญญาณปัญหาสุขภาพจิตตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ลดโอกาสการเกิดปัญหารุนแรง และช่วยให้เข้าถึงระบบการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญได้ทันท่วงทีแม้จะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

หุ้นไทยถูกกว่าทั้งโลก เปิดจังหวะสะสม ก่อนเกมใหญ่ครึ่งปีหลัง