อินเดียพบ “ไวรัสนิปาห์” แพร่จากค้างคาวสู่คน - ยังไม่มียารักษา กักตัวแล้ว 100 คน
อินเดียพบ “ไวรัสนิปาห์” แพร่จากค้างคาวสู่คน ชี้ยังไม่มียารักษาและวัคซีนป้องกัน ติดเชื้อแล้ว 5 คน กักตัวผู้ใกล้ชิดแล้ว 100 คน
วันนี้ (23 มกราคม 2569) กระทรวงสาธารณสุขของอินเดียเร่งควบคุมการระบาดของ ไวรัสนิปาห์ (Nipah virus) หลังจากตรวจพบผู้ติดเชื้อรวม 5 รายในรัฐ เบงกอลตะวันตก ทางตะวันออกของประเทศ โดยมีเจ้าหน้าที่แพทย์และบุคลากรสาธารณสุขติดเชื้อหลายราย และเกือบ 100 คนต้องถูกกักกัน เพื่อป้องกันการระบาดขยายตัว
หน่วยงานสาธารณสุขอินเดีย รายงานว่าพบผู้ติดเชื้อรายแรกเมื่อวันที่ 19 ม.ค. ที่ผ่านมา ในจำนวนผู้ติดเชื้อ พบว่า พยาบาล 2 ราย, แพทย์ 1 ราย, และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอีก 2 ราย มีผลตรวจยืนยันติดไวรัสนิปาห์ ซึ่งบางคนอยู่ในภาวะวิกฤตและต้องรับการรักษาในหน่วยดูแลผู้ป่วยหนัก (ICCU) ขณะที่บางรายมีอาการดีขึ้นหลังการรักษาและกักกันอย่างเข้มงวด
ล่าสุด พยาบาลชายคนหนึ่งมีผลตรวจเป็นลบในช่วงการรักษาแล้ว แต่ยังต้องรอผลซ้ำ เพื่อยืนยันว่าหายขาด ขณะที่พยาบาลหญิงอีกคนยังคงอยู่ในภาวะรุนแรงและต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ในหอผู้ป่วยวิกฤต
หน่วยงานสาธารณสุขอินเดียได้สั่งให้ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงรวมตัวอยู่ในที่กักกันบ้านและติดตามใกล้ชิด รวมทั้งขยายมาตรการเฝ้าระวังและตรวจสอบผู้สัมผัสใกล้ชิดทั้งหมด
อะไรคือไวรัสนิปาห์ และทำไมต้องระวัง?
จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าไวรัสนิปาห์เป็น เชื้อไวรัสจากสัตว์สู่คน ที่เกิดจากค้างคาวผลไม้เป็นแหล่งรังโรค และสามารถแพร่สู่คนผ่านการสัมผัสสัตว์ติดเชื้อ อาหารหรือของเหลวที่ปนเปื้อน และสามารถแพร่จากคนสู่คนได้เช่นกัน
อาการเริ่มแรกมักเป็น ไข้ ไอ ปวดศีรษะ และหายใจลำบาก และในรายรุนแรงอาจเกิด สมองอักเสบ จนถึงขั้นเสียชีวิตได้ อัตราการเสียชีวิตจากการระบาดที่ผ่านมาอยู่ในระดับสูง โดยไม่มีวัคซีนหรือยารักษาเฉพาะ ที่ได้รับอนุมัติใช้ทั่วไป การรักษาจึงเน้นการดูแลตามอาการและป้องกันการแพร่เชื้อ
ทั้งนี้ ไวรัสนิปาห์ พบการระบาดครั้งแรกในมาเลเซียเมื่อปี 1998 ก่อนจะพบเป็นระยะในประเทศแถบเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น อินเดีย บังกลาเทศ และฟิลิปปินส์


