posttoday

ถอดรหัส "เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม" สุดเดือด! เมื่อกติกาใหม่ถูกตั้งคำถามหนัก

23 มกราคม 2569

ที่มาที่ไปขัดแย้ง! แก้ระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 69 ชี้ระบบใหม่ 1 คน 1 เสียง เสี่ยงทำลายเอกภาพผู้ประกันตน เอื้อกลุ่มอำนาจเดิมเข้าสภา ดูแลงบ 2.3 ล้านล้าน

KEY

POINTS

  • ร่างระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมใหม่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงกติกาเพื่อสกัดกั้นและสลายขั้วอำนาจใหม่ที่เคยชนะการเลือกตั้งครั้งก่อน
  • สาระสำคัญของกติกาใหม่คือการเปลี่ยนระบบลงคะแนนจาก 1 คนเลือก 7 คน เป็น 1 คน 1 เสียง, กำหนดโควตาที่นั่งตามสัดส่วนผู้ประกันตนแต่ละมาตรา และเพิ่มคุณสมบัติผู้สมัครให้เข้มงวดขึ้น
  • ฝ่ายคัดค้านมองว่ากติกาใหม่ทำลายเอกภาพและอำนาจต่อรองของตัวแทนลูกจ้าง ขณะที่สำนักงานประกันสังคมชี้แจงว่าเพื่อให้เกิดความหลากหลายและสอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย

การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2569 กลายเป็นประเด็นร้อนแรง เมื่อสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เปิดประชาพิจารณ์ร่างระเบียบใหม่ (15 ม.ค. - 14 ก.พ. 69) ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากพรรคประชาชนและกลุ่มประกันสังคมก้าวหน้าว่าเป็นการ "วางยา" เพื่อสลายขั้วอำนาจใหม่ที่เคยชนะถล่มทลายในการเลือกตั้งครั้งแรก

 

การเปลี่ยนแปลงมีสาระสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบจากระบบเดิมคือการเลือกตั้งปี 66 กับร่างระเบียบใหม่ปี 69 ที่กำลังจะเกิดขึ้น ได้แก่

 

สิทธิลงคะแนน

จากเดิม  1 คน เลือกได้ 7 หมายเลข (เลือกยกทีมได้)

เปลี่ยนเป็น   1 คน เลือกได้ 1 หมายเลข (1 สิทธิ 1 เสียง)

 

การจัดสรรที่นั่ง

จากเดิม   วัดที่คะแนนรวม 7 อันดับแรกจากทุกมาตรา

เปลี่ยนเป็น  แบ่งโควตาตามมาตรา (ม.33, 39, 40 มีสัดส่วนเฉพาะ)

 

คุณสมบัติผู้สมัคร

จากเดิม    เปิดกว้างตามคุณสมบัติพื้นฐาน

เปลี่ยนเป็น ต้องส่งเงินสมทบมาแล้ว 48 เดือน ในระยะเวลา 5 ปีสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง และ "เป็นกลางทางการเมือง"

 

เป้าหมาย

จากเดิม  เน้นความเป็นเอกภาพของตัวแทนแรงงาน

เปลี่ยนเป็น อ้างความสอดคล้องรัฐธรรมนูญและความหลากหลาย

 

ถอดรหัส "เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม" สุดเดือด! เมื่อกติกาใหม่ถูกตั้งคำถามหนัก

 

ทั้งนี้ ในมุมมองของ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) การแก้ไขระเบียบการเลือกตั้งครั้งนี้ถูกระบุว่าเป็นการพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลและความเป็นสากล โดยทางหน่วยงานได้ให้เหตุผลและคำชี้แจงผ่านทาง น.ส.มาลากาลัญ ห่อประทุมรองโฆษกสำนักงานประกันสังคม ว่า

 

1. เพื่อความสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและหลักสากล

สปส. ชี้แจงว่าระบบ "1 คน 1 สิทธิ 1 เสียง" เป็นพื้นฐานที่สะท้อนถึงระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงและเป็นไปตามหลักรัฐธรรมนูญที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม ซึ่งระบบเดิมที่เลือกได้ถึง 7 คน อาจทำให้เกิดการผูกขาดเป็นรายกลุ่มมากเกินไป

 

2. การกระจายตัวแทนให้ครอบคลุมทุกมาตรา (33, 39, 40)

ทางสำนักงานฯ ต้องการให้บอร์ดประกันสังคมมี "ตัวแทนที่มีความหลากหลาย" โดยระบุว่า

ผู้ประกันตนแต่ละมาตรามีปัญหาและสิทธิประโยชน์ที่ต้องการไม่เหมือนกัน

และการแยกโควตาและคำนวณตามสัดส่วน จะช่วยให้คนจากมาตรา 39 (ผู้ประกันตนโดยสมัครใจ) และมาตรา 40 (แรงงานอิสระ) มีที่นั่งในบอร์ดอย่างแน่นอน เพื่อเข้าไปสะท้อนปัญหาของกลุ่มตนเองได้โดยตรง

 

3. ยกระดับความเป็นมืออาชีพ (Professionalism)

การเพิ่มเกณฑ์คุณสมบัติ เช่น ต้องส่งเงินสมทบต่อเนื่อง และต้องมีความรู้ประสบการณ์ด้านแรงงาน รวมถึงข้อกำหนดเรื่อง "ความเป็นกลางทางการเมือง" มีวัตถุประสงค์เพื่อ

  • ป้องกันไม่ให้กองทุนที่มีเงินมหาศาลกว่า 2.3 ล้านล้านบาท ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
  • เพื่อให้ได้กรรมการที่มีความซื่อสัตย์ และทำงานเพื่อประโยชน์ของผู้ประกันตนโดยปราศจากการครอบงำจากพรรคการเมือง

 

4. ยืนยันความโปร่งใสในการรับฟังความคิดเห็น

ต่อกรณีข้อสงสัยเรื่องการเปิดรับฟังความเห็นที่สำนักงาน (On-site) สปส. ยืนยันว่า ไม่ได้ต้องการสู้กับกระแสออนไลน์ แต่เป็นการ "อำนวยความสะดวก" ให้กลุ่มที่ไม่ถนัดเทคโนโลยีหรือไม่มีสมาร์ทโฟน โดยเฉพาะผู้ประกันตนมาตรา 40 ในพื้นที่ต่างจังหวัด

ซึ่งทุกความเห็น (ทั้ง 3 ช่องทาง) จะถูกนำมาวิเคราะห์และเสนอต่อบอร์ดชุดใหญ่เพื่อพิจารณาปรับปรุงร่างระเบียบอย่างรอบคอบ ไม่ใช่การตัดสินแค่ผลโหวตแพ้-ชนะ

 

4 ปมค้าน มองเอื้ออำนาจกลุ่มเดิม! ทั้งๆ ที่มีความไม่โปร่งใสต้องสอบสวน

 

ทางฝั่งพรรคพลังประชาชน และ ประกันสังคมก้าวหน้า ได้แย้งใน 4 ปมสำคัญที่ออกมาคัดค้าน ได้แก่

 

ถอดรหัส "เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม" สุดเดือด! เมื่อกติกาใหม่ถูกตั้งคำถามหนัก

1. การสลายพลังทีม (Unity vs Fragmentation)

น.ส.รักชนก ศรีนอก และ รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี มองว่าระบบ "1 เลือก 1"  คือการทำลายเอกภาพ ทำให้ฝ่ายลูกจ้างในบอร์ดแตกกระจาย ไร้อำนาจต่อรองกับฝ่ายรัฐและนายจ้าง เปรียบเสมือน "ประชาธิปไตยแบบพิการ" ที่เน้นการซอยสนามเลือกตั้งให้เล็กลง

 

2. วาทกรรม "การเมือง" ในบอร์ด

 ข้อกำหนดเรื่อง "ความเป็นกลางทางการเมือง" ถูกตั้งคำถามว่าใช้ดุลพินิจสกัดกั้นฝ่ายตรงข้ามหรือไม่ ขณะที่ น.ส.รักชนก โต้กลับว่า รมว.แรงงาน และบอร์ดชุดเดิมๆ ก็มีที่มาจากสายสัมพันธ์ทางการเมืองมาตลอด 30 ปี แต่กลับถูกตั้งคำถามเมื่อคนรุ่นใหม่จะเข้าไปตรวจสอบ

 

3. ความโปร่งใสและผลประโยชน์ทับซ้อน

 มีการกล่าวถึงประเด็นในอดีต เช่น การจัดซื้อตึกสกายไนน์ (Skyy9) การทำปฏิทิน และโครงการงบประมาณต่างๆ ซึ่งฝ่ายค้านระบุว่าหากระเบียบใหม่เอื้อให้ "คนหน้าเดิม" กลับมา จะทำให้การตรวจสอบความโปร่งใสในกองทุนมูลค่า 2.3 ล้านล้านบาททำได้ยากขึ้น

 

4. สัดส่วนที่ไม่สะท้อนประชากรจริง

 การล็อกที่นั่งให้ ม.39 และ ม.40 อย่างน้อยมาตราละ 1 ที่นั่ง ถูกมองว่าเป็นการลดทอนสิทธิของ ม.33 ซึ่งเป็นกลุ่มที่จ่ายเงินสมทบหลักและเป็นประชากรส่วนใหญ่ ทำให้คะแนนนิยม (Popular Vote) ระดับประเทศไม่มีความหมาย

 

 

บอร์ดประกันสังคมสำคัญอย่างไร?

 

หากเปรียบกองทุนประกันสังคมเป็น "บริษัทขนาดใหญ่" ที่มีผู้ถือหุ้นคือแรงงานและนายจ้างกว่า 24 ล้านคน "บอร์ดประกันสังคม" ก็คือ "คณะกรรมการบริษัท" (Board of Directors) ที่กุมอำนาจในการตัดสินใจทิศทางเงินก้อนมหึมาถึง 2.3 ล้านล้านบาท หรือ มีมูลค่าคิดเป็น ประมาณ 12 - 15% ของ GDP

โดยโครงสร้างบอร์ด ถูกออกแบบมาเป็น ไตรภาคี  เพื่อไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอำนาจเบ็ดเสร็จ ประกอบด้วย

  • ฝ่ายรัฐ (7 คน) ดูแลความมั่นคงของระบบในภาพรวม
  • ฝ่ายนายจ้าง (7 คน)  ดูแลผลกระทบต่อต้นทุนการประกอบธุรกิจ
  • ฝ่ายผู้ประกันตน (7 คน) ดูแลสิทธิและสวัสดิการของลูกจ้าง

ข่าวล่าสุด

กรุงไทย-แอกซ่าเปิดตัว Life Saver จากเรื่องจริงเคียงข้างทุกความเชื่อมั่น