posttoday

กรมสุขภาพจิตชี้ 'พฤติกรรมก้าวร้าว' จากเหตุน้ำท่วม เกิดจาก 'ภาวะปกป้องตัวเอง'

28 พฤศจิกายน 2568

กรมสุขภาพจิตชี้ 'พฤติกรรมก้าวร้าว' ของผู้ประสบภัยจากเหตุน้ำท่วม เกิดจาก 'ภาวะปกป้องตัวเอง' เนื่องจากถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเกิน 72 ชั่วโมง ขออย่าตีตราเหมารวม

KEY

POINTS

  • กรมสุขภาพจิตชี้ว่าพฤติกรรมก้าวร้าวของผู้ประสบภัยน้ำท่วมเกิดจาก "ภาวะปกป้องตัวเอง" (Survival Mode) เมื่อถูกตัดขาดจากปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพนานเกิน 72 ชั่วโมง
  • ภาวะดังกล่าวเกิดจากความเครียดสะสมและการอดนอน ทำให้สมองส่วนสัญชาตญาณทำงานมากกว่าส่วนการตัดสินใจ ส่งผลให้ตีความผิดว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยเป็นภัยคุกคาม
  • พฤติกรรมนี้เป็นปฏิกิริยาทางใจตามปกติของผู้เผชิญความสูญเสีย ซึ่งอาจอยู่ในระยะ "โกรธ" หรือ "ต่อรอง" และไม่ควรถูกสังคมตีตรา

จากกรณีที่มีรายงานข่าวสถานการณ์วิกฤตในพื้นที่น้ำท่วม โดยพบผู้ประสบภัยบางส่วนที่ติดอยู่ในบ้านเป็นเวลานาน แสดงพฤติกรรมก้าวร้าว ขับไล่ หรือใช้อาวุธข่มขู่เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือ จนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและบั่นทอนกำลังใจของทีมผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมที่อาจนำไปสู่การตีตราผู้ประสบภัยและพี่น้องชาวใต้นั้น

 

นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าววันนี้ (28 พฤศจิกายน 2568) ว่า เมื่อผู้ประสบภัยขาดปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพและถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเกิน 72 ชั่วโมง ร่างกายและจิตใจจะเข้าสู่ภาวะปกป้องตัวเอง (Survival Mode) ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางความคิดและพฤติกรรมที่แตกต่างไปจากภาวะปกติอย่างสิ้นเชิง

เนื่องจากความเครียดสะสมและการอดนอน จะส่งผลให้สมองส่วนการตัดสินใจทำงานลดลง ในขณะที่สมองส่วนสัญชาตญาณจะทำงานหนักขึ้น จึงมีแนวโน้มตีความสิ่งเร้าที่ไม่ชัดเจนว่าเป็นภัยคุกคาม เช่น มองเจ้าหน้าที่เป็นผู้ไม่หวังดี หรือกังวลว่าเรือช่วยเหลือจะกระแทกบ้านจนเสียหายเพิ่มขึ้น ความเครียดจากการสูญเสีย การขาดอาหาร น้ำ ยาประจำตัว และความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อการทำงานของทีมกู้ภัย ล้วนส่งผลให้เกิดพฤติกรรมป้องกันตัวหรือความก้าวร้าวได้ 

 

กรมสุขภาพจิตชี้ 'พฤติกรรมก้าวร้าว' จากเหตุน้ำท่วม เกิดจาก 'ภาวะปกป้องตัวเอง'

 

ทั้งนี้ มนุษย์มีปฏิกิริยาทางใจต่อความสูญเสีย 5 ระยะ ได้แก่ 

 

 

  1. ระยะปฏิเสธเกิดความช็อกและไม่เชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น
  2. ระยะโกรธรู้สึกไม่ยุติธรรมต่อเหตุการณ์
  3. ระยะต่อรองจะมีการตำหนิตัวเองหรือคิดเสียใจย้อนหลัง
  4. ระยะซึมเศร้าที่เริ่มเผชิญความจริงและรู้สึกเศร้า ท้อแท้
  5. ระยะยอมรับในการค่อยๆ ปรับตัวกับสภาพชีวิตใหม่

 

โดยเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ในขณะนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ผ่านระยะแรกแล้ว และกำลังก้าวเข้าสู่ระยะโกรธ หรือการต่อรอง ซึ่งเป็นอารมณ์ตามธรรมชาติของผู้เผชิญความสูญเสีย 

 

กรมสุขภาพจิตชี้ 'พฤติกรรมก้าวร้าว' จากเหตุน้ำท่วม เกิดจาก 'ภาวะปกป้องตัวเอง'

 

ทั้งนี้ ผู้ประสบภัยอาจมีการแสดงออกที่เข้มข้นตามสภาพความเครียดและความสูญเสียที่เผชิญ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติในสถานการณ์วิกฤต ขณะที่เจ้าหน้าที่ควรสื่อสารด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล อธิบายขั้นตอนอย่างชัดเจน และสร้างความรู้สึกปลอดภัย เพื่อบรรเทาความตึงเครียดและช่วยให้ประชาชนสามารถฟื้นตัวและกลับสู่ภาวะปกติได้ในที่สุด

 

นายแพทย์จุมภฏ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเสริมว่า การดูแลจิตใจของอาสาสมัครและทีมกู้ภัยมีความสำคัญควบคู่ไปกับ
การดูแลผู้ประสบภัย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติงานแข่งกับเวลาและแบกรับความคาดหวังของประชาชน ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเหนื่อยล้า
และความเครียดสะสมได้

จึงขอแนะนำให้เจ้าหน้าที่หมั่นสังเกตสัญญาณความเครียดของตนเองและเพื่อนร่วมทีม โดยควรจัดให้มีการสลับเปลี่ยนเวรเพื่อพักผ่อนเป็นระยะระหว่างปฏิบัติงาน มีการเปิดใจสื่อสารความรู้สึกภายในทีมเพื่อระบายความอัดอั้น ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และลดการตำหนิตนเองเมื่อต้องเผชิญกับข้อจำกัดที่อยู่เหนือการควบคุมในการช่วยเหลือ


ทั้งนี้ ในสถานการณ์วิกฤต ขอให้สังคมร่วมกันส่งกำลังใจและมองข้ามความก้าวร้าวที่เกิดขึ้นชั่วคราว โดยทำความเข้าใจถึงที่มาของความเจ็บปวดและความเครียดที่ซ่อนอยู่ภายใน เพื่อไม่ให้เกิดการตีตราหรือสร้างบาดแผลทางใจซ้ำเติมผู้ประสบภัย 

ข่าวล่าสุด

นายกฯอนุทิน - ประธานฉาย บุนนาคร่วมฉลองความสัมพันธ์170ปีอังกฤษ-ไทย