posttoday

กรมอนามัยเตือน! ระวัง 5 โรคสำคัญจาก ‘น้ำท่วม’ และวิธีรับมือ

27 พฤศจิกายน 2568

กรมอนามัยเตือนประชาชน ระมัดระวัง 5 โรคสำคัญ ที่เกิดจาก ‘น้ำท่วม’ และวิธีการรับมือที่สำคัญ

KEY

POINTS

  • กรมอนามัยเตือนประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมให้ระวัง 5 กลุ่มโรคสำคัญที่มากับน้ำ
  • โรคที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง, น้ำกัดเท้า, ฉี่หนู, ตาแดง และการถูกแมลงสัตว์กัดต่อย
  • แนะวิธีป้องกันเบื้องต้น เช่น กินอาหารและน้ำดื่มที่สะอาด, หลีกเลี่ยงการลุยน้ำโดยไม่จำเป็น, สวมรองเท้าบูท, และล้างร่างกายให้สะอาดหลังสัมผัสน้ำท่วม

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก ‘น้ำท่วม’ ภาคใต้ ถึง 5 โรคสำคัญที่จะเกิดจากสถานการณ์ ‘น้ำท่วม’ และวิธีรับมือ ดังนี้

 

โรคอุจจาระร่วง

 

ภาวะที่ถ่ายอุจจาระเหลวหรือเป็นน้ำ ตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปภายใน 24 ชั่วโมง หรือถ่ายเป็นมูกเลือดตั้งแต่ 1 ครั้งขึ้นไป สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือปรสิตจากอาหารหรือน้ำดื่มที่ไม่สะอาด หรือจากสุขอนามัยที่ไม่ดี 

 

วิธีการปฏิบัติตัวขณะเกิดน้ำท่วม

  • ขับถ่ายในส้วม ถ้าไม่มีส้วมให้ขับถ่ายในถุงดำ โรยปูนขาว/น้ำยาฆ่าเชื้อ มัดปากถุงให้แน่น
  • ไม่ทิ้งขยะลงน้ำ ให้เก็บขยะในถุงดำ มัดปากถุงให้แน่น
  • ความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญ กินอาหาร-น้ำดื่มที่สะอาด ล้างมือหลังสัมผัสสิ่งสกปรก

 

โรคน้ำกัดเท้า

 

ภาวะที่ผิวหนังบริเวณเท้าเปื่อยลอก มักเกิดจากการแช่ในน้ำเป็นเวลานาน แบ่งได้เป็น 2 ระยะ คือ

 

ระยะแรก อักเสบระคายเคือง ผิวหนังจะแดงลอก มีอาการเท้าเปื่อย คันและแสบ ระยะนี้อาจยังไม่มีการติดเชื้อ

ระยะที่สอง  ติดเชื้อแทรกซ้อน เนื่องจากผิวหนังที่ชื้นและเปื่อย เท้ามีกลิ่นเหม็น ซึ่งพบบ่อยคือเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา

 

วิธีการปฏิบัติตัวขณะเกิดน้ำท่วม

  • หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำ ย่ำโคลน โดยไม่จำเป็น
  • ถ้ามีบาดแผล ต้องป้องกันไม่ให้ถูกน้ำ หากต้องลุยน้ำ ต้องสวมรองเท้าบู้ทป้องกันทุกครั้ง
  • หลังจากลุยน้ำ ต้องรีบล้างเท้าให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ เช็ดให้แห้งโดยเร็วที่สุด

 

 

โรคฉี่หนู

 

เชื้อจะฟักตัว 7-12 วัน มีอาการป่วย 2 ระยะ ดังนี้

ระยะแรก เรียกว่า ระยะเฉียบพลัน หรือระยะที่มีการเชื้อในกระแสเลือด เช่น มีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ และเยื่อบุตาขาวแดง การอ่อนแรง กลัวแสง ปวดท้อง คลื่นไส้ เจ็บคอ ไอ คอแข็ง มีอาการดีซ่าน สับสนทางจิตใจ อาการเหล่านี้จะคงอยู่ 4-9 วัน

ระยะที่สอง  เรียกว่า ระยะภูมิคุ้มกัน มีการขับเชื้ออกทางปัสสาวะ ใช้เวลาประมาณ 30 วัน  อาการรุนแรงน้อยกว่าระยะแรก ได้แก่ มีไข้ ปวดกล้ามเนื้อ หายใจลำบาก อาจมีอาการดีซ่าน

 

วิธีการปฏิบัติตัวขณะเกิดน้ำท่วม

  • หากมีแผล ถลอก หรือขีดข่วนตามร่างกาย ต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือแช่ในน้ำที่ท่วมขังเป็นเวลานาน
  • สวมรองเท้าบู้ทเมื่อต้องลุยน้ำและย่ำโคลน ดูแลไม่ให้รองเท้าบู้ทมีน้ำท่วมขังอยู่
  • ชำระล้างร่างกายให้สะอาดหลังลุยน้ำ

 

โรคตาแดง

 

มีอาการระคายเคืองเหมือนมีสิ่งแปลกปลอม เคืองตา น้ำตาไหล และอาจมีขี้ตาเยอะ โดยสีและลักษณะของขี้ตาจะแตกต่างกันไปตามสาเหตุ เช่น ขี้ตาใสหรือขุ่นในกรณีของไวรัส และขี้ตาเหนียวเป็นหนองในกรณีของแบคทีเรีย เปลือกตาอาจบวมแดง และในบางกรณีอาจมีอาการปวดตา ปวดศีรษะ หรือตามัวร่วมด้วย  

 

วิธีการปฏิบัติตัวขณะเกิดน้ำท่วม

  • ถ้ามีน้ำสกปรกเข้าตา ต้องรีบล้างด้วยน้ำสะอาดทันที
  • ไม่ควรขยี้ตา ป้องกันดวงตาจากแมลงต่างๆ และไม่ควรใช้สายตามากนัก
  • ควรแยกผู้ป่วยโรคตาแดงออกจากคนอื่นๆ และไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกัน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค

 

 

แมลงสัตว์กัดต่อย

 

อาการแมลงสัตว์กัดต่อยทั่วไป ได้แก่ ปวด บวม แดง คัน หรือแสบร้อน บริเวณที่ถูกกัด แต่หากมีอาการแพ้รุนแรงอาจแสดงอาการต่างๆ เช่น ผื่นแดงขึ้นทั่วตัว คลื่นไส้ อาเจียน หายใจลำบาก แน่นหน้าอก วิงเวียนศีรษะ หรือหมดสติ หากมีอาการแพ้รุนแรง ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

 

วิธีการปฏิบัติตัวขณะเกิดน้ำท่วม

  • สวมเสื้อผ้าและรองเท้าให้มิดชิด
  • ทิ้งขยะในถุงดำ มัดปากถุงให้แน่น ป้องกันการเป็นแหล่งอาหารของสัตว์และแมลงนำโรค
  • หากต้องใช้สารเคมีกำจัด ต้องปฏิบัติตามฉลากแนะนำ และชำระล้างร่างกายหลังการใช้ทุกครั้ง

 

กรมอนามัยเตือน! ระวัง 5 โรคสำคัญจาก ‘น้ำท่วม’ และวิธีรับมือ

 

อ้างอิง

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

 

ข่าวล่าสุด

แก้เกมสู้วิกฤติพลังงาน! ททท. ดัน “เที่ยวใกล้บ้าน” ชูอีเวนต์โลกดึงต่างชาติ