กรมอนามัยเตือน! ระวัง 5 โรคสำคัญจาก ‘น้ำท่วม’ และวิธีรับมือ
กรมอนามัยเตือนประชาชน ระมัดระวัง 5 โรคสำคัญ ที่เกิดจาก ‘น้ำท่วม’ และวิธีการรับมือที่สำคัญ
KEY
POINTS
- กรมอนามัยเตือนประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมให้ระวัง 5 กลุ่มโรคสำคัญที่มากับน้ำ
- โรคที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง, น้ำกัดเท้า, ฉี่หนู, ตาแดง และการถูกแมลงสัตว์กัดต่อย
- แนะวิธีป้องกันเบื้องต้น เช่น กินอาหารและน้ำดื่มที่สะอาด, หลีกเลี่ยงการลุยน้ำโดยไม่จำเป็น, สวมรองเท้าบูท, และล้างร่างกายให้สะอาดหลังสัมผัสน้ำท่วม
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก ‘น้ำท่วม’ ภาคใต้ ถึง 5 โรคสำคัญที่จะเกิดจากสถานการณ์ ‘น้ำท่วม’ และวิธีรับมือ ดังนี้
โรคอุจจาระร่วง
ภาวะที่ถ่ายอุจจาระเหลวหรือเป็นน้ำ ตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปภายใน 24 ชั่วโมง หรือถ่ายเป็นมูกเลือดตั้งแต่ 1 ครั้งขึ้นไป สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือปรสิตจากอาหารหรือน้ำดื่มที่ไม่สะอาด หรือจากสุขอนามัยที่ไม่ดี
วิธีการปฏิบัติตัวขณะเกิดน้ำท่วม
- ขับถ่ายในส้วม ถ้าไม่มีส้วมให้ขับถ่ายในถุงดำ โรยปูนขาว/น้ำยาฆ่าเชื้อ มัดปากถุงให้แน่น
- ไม่ทิ้งขยะลงน้ำ ให้เก็บขยะในถุงดำ มัดปากถุงให้แน่น
- ความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญ กินอาหาร-น้ำดื่มที่สะอาด ล้างมือหลังสัมผัสสิ่งสกปรก
โรคน้ำกัดเท้า
ภาวะที่ผิวหนังบริเวณเท้าเปื่อยลอก มักเกิดจากการแช่ในน้ำเป็นเวลานาน แบ่งได้เป็น 2 ระยะ คือ
ระยะแรก อักเสบระคายเคือง ผิวหนังจะแดงลอก มีอาการเท้าเปื่อย คันและแสบ ระยะนี้อาจยังไม่มีการติดเชื้อ
ระยะที่สอง ติดเชื้อแทรกซ้อน เนื่องจากผิวหนังที่ชื้นและเปื่อย เท้ามีกลิ่นเหม็น ซึ่งพบบ่อยคือเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา
วิธีการปฏิบัติตัวขณะเกิดน้ำท่วม
- หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำ ย่ำโคลน โดยไม่จำเป็น
- ถ้ามีบาดแผล ต้องป้องกันไม่ให้ถูกน้ำ หากต้องลุยน้ำ ต้องสวมรองเท้าบู้ทป้องกันทุกครั้ง
- หลังจากลุยน้ำ ต้องรีบล้างเท้าให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ เช็ดให้แห้งโดยเร็วที่สุด
โรคฉี่หนู
เชื้อจะฟักตัว 7-12 วัน มีอาการป่วย 2 ระยะ ดังนี้
ระยะแรก เรียกว่า ระยะเฉียบพลัน หรือระยะที่มีการเชื้อในกระแสเลือด เช่น มีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ และเยื่อบุตาขาวแดง การอ่อนแรง กลัวแสง ปวดท้อง คลื่นไส้ เจ็บคอ ไอ คอแข็ง มีอาการดีซ่าน สับสนทางจิตใจ อาการเหล่านี้จะคงอยู่ 4-9 วัน
ระยะที่สอง เรียกว่า ระยะภูมิคุ้มกัน มีการขับเชื้ออกทางปัสสาวะ ใช้เวลาประมาณ 30 วัน อาการรุนแรงน้อยกว่าระยะแรก ได้แก่ มีไข้ ปวดกล้ามเนื้อ หายใจลำบาก อาจมีอาการดีซ่าน
วิธีการปฏิบัติตัวขณะเกิดน้ำท่วม
- หากมีแผล ถลอก หรือขีดข่วนตามร่างกาย ต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือแช่ในน้ำที่ท่วมขังเป็นเวลานาน
- สวมรองเท้าบู้ทเมื่อต้องลุยน้ำและย่ำโคลน ดูแลไม่ให้รองเท้าบู้ทมีน้ำท่วมขังอยู่
- ชำระล้างร่างกายให้สะอาดหลังลุยน้ำ
โรคตาแดง
มีอาการระคายเคืองเหมือนมีสิ่งแปลกปลอม เคืองตา น้ำตาไหล และอาจมีขี้ตาเยอะ โดยสีและลักษณะของขี้ตาจะแตกต่างกันไปตามสาเหตุ เช่น ขี้ตาใสหรือขุ่นในกรณีของไวรัส และขี้ตาเหนียวเป็นหนองในกรณีของแบคทีเรีย เปลือกตาอาจบวมแดง และในบางกรณีอาจมีอาการปวดตา ปวดศีรษะ หรือตามัวร่วมด้วย
วิธีการปฏิบัติตัวขณะเกิดน้ำท่วม
- ถ้ามีน้ำสกปรกเข้าตา ต้องรีบล้างด้วยน้ำสะอาดทันที
- ไม่ควรขยี้ตา ป้องกันดวงตาจากแมลงต่างๆ และไม่ควรใช้สายตามากนัก
- ควรแยกผู้ป่วยโรคตาแดงออกจากคนอื่นๆ และไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกัน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค
แมลงสัตว์กัดต่อย
อาการแมลงสัตว์กัดต่อยทั่วไป ได้แก่ ปวด บวม แดง คัน หรือแสบร้อน บริเวณที่ถูกกัด แต่หากมีอาการแพ้รุนแรงอาจแสดงอาการต่างๆ เช่น ผื่นแดงขึ้นทั่วตัว คลื่นไส้ อาเจียน หายใจลำบาก แน่นหน้าอก วิงเวียนศีรษะ หรือหมดสติ หากมีอาการแพ้รุนแรง ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที
วิธีการปฏิบัติตัวขณะเกิดน้ำท่วม
- สวมเสื้อผ้าและรองเท้าให้มิดชิด
- ทิ้งขยะในถุงดำ มัดปากถุงให้แน่น ป้องกันการเป็นแหล่งอาหารของสัตว์และแมลงนำโรค
- หากต้องใช้สารเคมีกำจัด ต้องปฏิบัติตามฉลากแนะนำ และชำระล้างร่างกายหลังการใช้ทุกครั้ง
อ้างอิง
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข


