‘พราว’ ชี้โอกาสอสังหาฯ ไทย ก้าวข้ามจากเมือง ‘ท่องเที่ยว’สู่ ‘เมืองที่พักอาศัยระดับโลก’
‘กลุ่มบริษัทพราว’ ชี้โอกาสอสังหาฯ ไทย ก้าวข้ามจากเมือง ‘ท่องเที่ยว’สู่ ‘เมืองที่พักอาศัยระดับโลก’
KEY
POINTS
- พราว เรียลเอสเตท ชี้โอกาสอสังหาริมทรัพย์ไทยในการเปลี่ยนผ่านจากเมืองท่องเที่ยวสู่การเป็นเมืองที่พักอาศัยระยะยาวระดับโลก
- มุ่งดึงดูดกลุ่มคนทำงานทางไกล (Remote Worker) และดิจิทัลนอร์แมด (Digital Nomad) ซึ่งเป็นกลุ่มคนทำงานคุณภาพและมีกำลังซื้อสูง เพื่อแก้ปัญหาแรงงานในสังคมสูงวัยของไทย
- ประเทศไทยมีศักยภาพสูงด้วยจุดเด่นด้านค่าครองชีพต่ำและระบบสาธารณสุขที่มีความพร้อม ซึ่งเหมาะกับการอยู่อาศัยระยะยาว
- การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต้องให้ความสำคัญกับ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน, การมีส่วนร่วมของชุมชน และ Wellness เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้อยู่อาศัยกลุ่มใหม่
“เมื่อดูข้อมูลการท่องเที่ยวไทยสร้างรายได้มากกว่า 10% ส่วนอสังหาริมทรัพย์และระบบนิเวศสร้างรายได้ราว10% ถือว่าเป็นสองอุตสาหกรรมรากฐานที่ยังมีความสำคัญมากถึง 1 ใน 5 ของประเทศ คำถามคือจะสามารถปฏิรูปทั้งสองอุตสาหกรรม ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีโลกได้อย่างไร”
พราวพุธ ลิปตภัลลภ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทพราว เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ตั้งคำถามบนเวทีสัมนา POSTTODAY THAILAND SMART CITY 2026 วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ในประเด็นสำคัญคือ ‘Smart life ไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ’
โอกาสกลุ่มนักท่องเที่ยวใหม่ เน้นการพักอาศัยระยะยาว
พราวพุธกล่าวว่า เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว เช่นเดียวกับประชากรของโลกที่เทคโนโลยีได้เข้ามาเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานและการใช้ชีวิต
โดยพบว่าการทำงานแบบทางไกล รวมกับการก้าวสู่สังคมสูงวัย ที่อยากจะออกไปใช้ชีวิตนอกประเทศบ้านเกิดตัวเองมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก มีการประเมินเอาไว้ว่าในปี 2017 มีการเติบโตขอ 6% ของปี และตั้งแต่ช่วงโควิดเป็นต้นมา คาดการณ์ว่าตัวเลขได้สูงขึ้นเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ข้อมูลจาก Nomad Stay ในปี 2025 พบว่ากลุ่มคนที่ทำงานทางไกล (Remoted Worker) มีจำนวนกว่า 100 ล้านคนทั่วโลก และกลุ่มดิจิทัลนอร์แมด (Digital Nomad) เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อซึ่งเติบโตเร็ว ซึ่งมีอยู่ราว 20 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2024 ถึง 15 ล้านคน
“ สิ่งที่น่าสนใจ คือ มีอายุเฉลี่ย 34-37 ปี ยังเป็นช่วงวัยทำงานที่มีคุณภาพ …
เมื่อมองย้อนกลับมาที่ประเทศไทย ที่มีปัญหาเรื่องสังคมสูงวัย และมองว่าประเทศไทยต้องการดึงกลุ่มแรงงานที่มีศักยภาพเข้ามาทำงานในประเทศไทย กลุ่มนี้แหละคือคำตอบของประเทศเรา“
พราวพุธกล่าวย้ำถึงความสำคัญของการดึงดูดกลุ่มคนดังกล่าวมายังประเทศไทย
ประเทศไทยเต็มไปด้วยศักยภาพ ‘การอยู่อาศัยระยะยาว’
เมื่อมองถึงการดำเนินงานของประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา จะถูกมองว่าเป็นประเทศที่เหมาะสมกับการพักอาศัยระยะยาวเนื่องจากค่าใช้จ่ายต่ำ และระบบสาธารณสุขที่มีความพร้อม
นอกจากนี้ ในช่วงปี 2021 ไทยได้ให้วีซ่าเกษียณอายุแล้ว 52,000 คน และมีกลุ่มคนทำงานออฟฟิศที่เป็นชาวต่างชาติอยู่เกือบ 2 แสนคนในปี 2023 ในขณะที่มีการให้วีซ่าพำนักระยะยาวแล้วในปี 2022 กว่า 7,000 คน
“ ยกตัวอย่าง หัวหิน มีประชากร 1 แสนคน 40% เป็นชาวต่างชาติ .. เหตุการณ์นี้อสังหาริมทรพัย์ได้ประโยชน์ เพราะเกิดโครงการรูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย นอกจากนี้ยังเกิดธุรกิจใหม่ๆ ในหัวหินอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เราจะเห็นภาพว่า นี่คือการก้าวข้ามจากเมืองท่องเที่ยว เป็นเมืองแห่งการอยู่อาศัยที่แท้จริง”
เทคโนโลยี ส่วนร่วมชุมชน และ Wellness จุดเด่นของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในไทย
พราวพุธกล่าวถึงปัจจัย 3 ประการที่สำคัญ ที่จะเสริมให้แนวคิดการอยู่อาศัยระยะยาวเกิดขึ้นได้
ประการแรก คือ การพัฒนาด้านเทคโนโลยี ที่จะช่วยเข้ามาสร้างความยั่งยืนให้แก่รีสอร์ตต่างๆ ทั้งในเรื่องการลดค่าพลังงาน และเรื่องคาร์บอนฟุตปรินท์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กลุ่มชาวต่างชาติให้ความสำคัญต่อการเลือกที่อยู่อาศัยมากขึ้นเช่นกัน
ประการที่สอง คือ การมีส่วนร่วมกับชุมชน โดยช่วยดูแลระบบนิเวศชุมชนและผลักดันเศรษฐกิจชุมชน ที่จะช่วยสร้างคุณค่าให้แก่ ‘สมาร์ทรีสอร์ต’ อย่างแท้จริง
ประการสุดท้าย คือ เรื่องของ Wellness ซึ่งกลุ่มเกษียณอายุ ให้ความสำคัญกับเรื่อง Longevity มากขึ้น จากรายงานพบว่า มูลค่าของ Global Wellness อยู่ที่ 5.6 ล้านล้านยูเอส และจะโตไป 8.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2027 โดยในส่วนของอสังหาริมทรัพย์มีมูลค่าเติบโตที่สุดคือ 17-20% ต่อปี
“ เรื่อง Wellness จะไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องเกิดขึ้น” พราวพุธเน้นย้ำ
…
ท้ายสุดนี้ พราวพุธได้เน้นย้ำว่า การพัฒนาเมืองรอง โดยเฉพาเมืองท่องเที่ยวต่างๆ ให้มีศักยภาพของการอยู่อาศัย จะเป็นการยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างชัดเจน นอกจากเกิดการจ้างงาน ยังเกิดการสร้างระบบสาธารณูปโภคขึ้นใหม่
อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า ต้นทุนต่ำกว่า และได้ผลตอบรับที่สูงขึ้นเรื่อยๆ
“ คำว่า Smart life ไม่ใช่คำสวยหรู แต่เป็นปรัชญาในการใช้ชีวิตที่ดีขึ้น และประเทศไทยมีศักยภาพสูงมากที่จะกลายเป็นศูนย์กลางของการอยู่อาศัยระยะยาวของเอเชีย
แม้จะมีบางจุดที่ต้องแก้ไข แต่ทุกๆ อุปสรรคมาพร้อมกับโอกาส ถ้าเราทำให้เกิดขึ้นได้ ก็จะเป็นอีกหนึ่งทางที่ไทยจะสามารถหาประโยชน์จากกระแสการเปลี่ยนแปลงนี้ได้” พราวพุธกล่าวปิดท้าย


