'โภชนบำบัด' ตามศาสตร์แผนจีน รับมือ 'อากาศหนาว' เสริมภูมิคุ้มกัน
กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะวิธีดูแลสุขภาพรับมือ 'อากาศหนาว' ด้วยศาสตร์แผนจีนที่เน้น 'โภชนบำบัด' เพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน
KEY
POINTS
- ศาสตร์แพทย์แผนจีนแนะแนวทาง "โภชนบำบัด" รับมืออากาศหนาว โดยเน้นการ "เก็บพลังหยาง" และ "บำรุงไต" เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันและปรับสมดุลร่างกาย
- ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีฤทธิ์อุ่น เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม น้ำขิง และอาหารประเภทต้มตุ๋น เพื่อเพิ่มความอบอุ่นและช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น
- แนะนำสมุนไพรที่มีสรรพคุณบำรุงร่างกายและเสริมภูมิคุ้มกัน เช่น เก๋ากี้ พุทราจีน ขิง และโสม มาปรุงเป็นอาหารหรือเครื่องดื่มอุ่นๆ
- นอกจากการกินแล้ว ควรปรับพฤติกรรมโดยนอนให้เร็วขึ้น ออกกำลังกายเบาๆ และดื่มน้ำอุ่นให้เพียงพอเพื่อรักษาสมดุลของร่างกาย
นายแพทย์กุลธนิต วนรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิที่ลดลงและความชื้นที่แปรปรวนส่งผลให้ภูมิต้านทานลดลง ทำให้ประชาชนมีความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจ ทั้งอาการหวัด ภูมิแพ้ ไอ หรือเจ็บคอ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้มีโรคประจำตัว จึงควรให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพด้วยอาหารและสมุนไพรตามแนวคิดแพทย์แผนจีนซึ่งช่วยปรับสมดุลร่างกาย และลดโอกาสเกิดการเจ็บป่วยได้
ตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน ฤดูหนาวถือเป็นช่วงที่ พลัง “หยิน” หรือพลังแห่งความเย็นสะสมเพิ่มขึ้น ดังนั้น แนวทางสำคัญของการดูแลสุขภาพในฤดูหนาว คือการ “เก็บพลังหยาง” และ “บำรุงไต”
โดยแนวทาง “โภชนบำบัด” หรือ การใช้อาหารเป็นยา ซึ่งเป็นศาสตร์พื้นฐานของการแพทย์แผนจีน ที่เน้นการเลือกอาหารให้สอดคล้องกับฤดูกาลและสมดุลของร่างกาย เพื่อช่วยป้องกันและบำบัดโรคได้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่
- ควรเลือกรับประทาน อาหารฤทธิ์อุ่น เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย เช่น น้ำขิง โจ๊ก ข้าวต้ม หรืออาหารประเภทต้มตุ๋นร้อนๆ ที่ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น
- สมุนไพรที่เหมาะกับฤดูหนาว เช่น
- เก๋ากี้ มีรสหวาน สรรพคุณ แก้ไอ ลดเสมหะ บรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืดตาลาย บํารุงไตเลือดตับ ช่วยให้นอนหลับได้ดี ลดระดับน้ำตาลในเลือด
- พุทราจีน มีรสหวาน สรรพคุณ บํารุงม้ามและกระเพาะอาหาร แก้อาการเบื่ออาหาร ถ่ายเหลว อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
- ขิง มีรสเผ็ด สรรพคุณ ช่วยขับเหงื่อ แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน แก้ไอ โสม สรรพคุณ บำรุงร่างกาย ช่วยให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น เสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย
นอกจากนี้ นายแพทย์กุลธนิต ยังระบุพฤติกรรมที่ควรทำในช่วงฤดูหนาว ได้แก่
- ช่วงฤดูหนาวควรนอนให้เร็วขึ้น เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนมากขึ้น
- หมั่นขยับร่างกายเบาๆ เช่น เดินช้าๆ ยืดเส้น หรือฝึกกายบริหารเบาๆ เพื่อให้เลือดลมไหลเวียนดี แต่ไม่ควรออกแรงหนักเกินไป เพราะจะทำให้ร่างกายสูญเสียพลังที่ควรเก็บไว้
- ดื่มน้ำอุ่นให้เพียงพอ วันละประมาณ 2 - 3 ลิตร น้ำอุ่นจะช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ผิวไม่แห้ง และช่วยให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้เต็มที่ หรืออาจจิบชาขิงหรือเครื่องดื่มสมุนไพรอุ่นๆ แทนน้ำเย็น จะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นและสดชื่นได้
ทั้งนี้ ฤดูหนาวจึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการพักกาย พักใจ และเก็บสะสมพลังชีวิต การกินอาหารที่เหมาะสม นอนหลับให้เพียงพอ และรักษาอารมณ์ให้แจ่มใส ล้วนเป็นพื้นฐานของสุขภาพที่ดีตามหลักแพทย์แผนจีน.


