posttoday

ยีนบอก! แค่เป็นผู้หญิงเอเชียก็เสี่ยงมียีนกลายพันธ์ุเป็นมะเร็งปอด

18 พฤศจิกายน 2568

ผู้หญิงไทยต้องทำอย่างไร? ถ้าแค่เป็นผู้หญิงเอเชียก็เสี่ยงเป็นมะเร็งปอดได้ โดยพบว่า 40% ของผู้ป่วยมะเร็งปอดเพศหญิงมียีนกลายพันธุ์ EGFR

KEY

POINTS

  • ผู้หญิงเชื้อสายเอเชียมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งปอดสูงจากการกลายพันธุ์ของยีน EGFR ซึ่งเป็นปัจจัยทางพันธุกรรม แม้จะไม่มีพฤติกรรมการสูบบุหรี่ก็ตาม
  • สถานการณ์ในไทยน่ากังวล โดยคาดการณ์ว่าในปี 2573 จะมีผู้ป่วยมะเร็งปอดรายใหม่เพศหญิงเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 11,200 คน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 35% จากปี 2565
  • ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดตั้งแต่เนิ่นๆ เนื่องจากผู้ป่วยกว่า 70% มักตรวจพบในระยะลุกลามแล้ว ซึ่งมีโอกาสรอดชีวิตใน 5 ปีเพียง 20% เทียบกับ 90% หากตรวจพบในระยะเริ่มต้น

องค์การอนามัยโลก เปิดเผยในรายงาน  The Global Cancer Observatory, International Agency for Research on Cancer ในปี 2565 ถึงจำนวนโรคมะเร็งปอดในระยะเริ่มแรงในผู้หญิงไทยซึ่งมีมากกว่า 8,300 คน คิดเป็น 35% เมื่อเทียบกับผู้ป่วยมะเร็งปอดเพศชายรายใหม่!

ทั้งนี้ ยังคาดการณ์ว่าในปี 2573 จะมีผู้ป่วยมะเร็งปอดรายใหม่เพศหญิงในประเทศไทยมากกว่า 11,200 คน เพิ่มขึ้นประมาณ 35% จากจำนวนผู้ป่วยในปี 2565 ดังกล่าว 

 

งานวิจัยเปิดเผยว่าสาเหตุของการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยมะเร็งปอดนั้น

ไม่เพียงแค่บุหรี่ แอลกอฮอล์ หรือมลพิษทางอากาศ

แต่มีสาเหตุจาก 'การกลายพันธุ์ทางพันธุกรรม'  

 

โดยมีข้อบ่งชี้ว่าการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรม ที่เป็นต้นเหตุของโรคมะเร็งปอด ตัวอย่างเช่น การกลายพันธุ์ในยีน EGFR (Epidermal Growth Factor Receptor) เป็นที่แพร่หลายในประชากรเอเชียอาจเป็นสาเหตุก่อมะเร็งปอดโดยไม่เกี่ยวโยงกับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของผู้ป่วย

การวิจัยระบุว่าประมาณ 30-40% ของผู้ป่วยมะเร็งปอดในเอเชียมีการกลายพันธุ์ของยีน EGFR ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าประชากรชาวตะวันตกอย่างมีนัยสำคัญ 

 

เรียกได้ว่า 'แค่เป็นผู้หญิงเอเชีย ก็เสี่ยงว่าจะมียีนที่จะกลายพันธุ์ต่อการเป็นมะเร็งปอดแล้ว'

 

ในขณะเดียวกัน ‘มะเร็งปอด’ ยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทย ด้วยสถิติผู้ป่วยใหม่กว่า 23,000 รายต่อปี และผู้เสียชีวิตเฉลี่ย 40 รายต่อวันหรือ ชั่วโมงละเกือบ 2 คน!

 

เวทีเสวนา ณ โรงพยาบาลพญาไท 1

 

ไม่สูบบุหรี่ ก็ควรตรวจคัดกรอง 'มะเร็งปอด' รู้เร็วรักษาได้

 

แม้ว่าปัจจุบันจะมีการตรวจยีน ซึ่งน่าจะเป็นวิธีการที่ทำให้รู้ว่าเรามียีน EGFR ที่จะกลายพันธุ์อยู่หรือไม่ แต่การเข้าถึงยังค่อนข้างจำกัดสำหรับคนไทย และไม่ใช่ทุกคนที่มียีนตัวนี้จะเป็น ‘มะเร็งปอด’ เพราะจะมีพฤติกรรมร่วมอย่างอื่นด้วยที่เป็นปัจจัยสำคัญ

 

ในงานเสวนา Stop Lung Cancer, Start Early Screening ที่จัดขึ้นโดย โรงพยาบาลพญาไท 1 ภายใต้การสนับสนุนจาก บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ประเทศไทย (จำกัด) จึงได้ออกมาย้ำเตือนให้ผู้คนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการ ‘ตรวจคัดกรองมะเร็งปอด’ เพื่อให้สามารถเข้ารับการวินิจฉัยที่รวดเร็ว

 

พญ.ประพินทุ์ภา จงกิตติพงศ์ อายุรแพทย์โรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลพญาไท 1 เน้นย้ำว่า Lung cancer in never‑smokers (LCINS) หรือ มะเร็งปอดในผู้ที่ไม่สูบบุหรี่อยู่ใน อันดับที่ 5 ของสาเหตุการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งทั่วโลก และการเสียชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งปอดที่ไม่สูบบุหรี่ในเอเชียสูงกว่าภูมิภาคอื่นหลายเท่าอย่างมีนัยสำคัญ คือ มีผู้ป่วยเกิดใหม่อยู่ที่ 59.6% ในขณะที่มีจำนวนผู้ป่วยเสียชีวิตพุ่งไปที่ 61.9% เมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นที่มีอัตราน้อยกว่าหลายเท่าตัว

 

 

อัตราการตายที่พุ่งสูงนี้ เกิดจากผู้ป่วยที่เข้ามาพบแพทย์มากกว่า 70% ของคนไทยอยู่ในระยะที่โรคลุกลามแล้ว

 

เนื่องจากมะเร็งปอดใน ระยะเริ่มต้นนั้นไม่มีอาการ เมื่อผู้ป่วยสังเกตเห็นร่างกายผิดปกติ จึงเป็นสัญญาณว่าโรคได้พัฒนาไปมากแล้วเช่นกัน  พญ.ประพินทุ์ภา กล่าวว่าหากพบผู้ป่วยมะเร็งปอดในระยะที่โรคลุกลามจะสามารถรักษาและมีชีวิตรอดในระยะ 5 ปี แค่เพียง 20% เท่านั้น

 

ในขณะเดียวกันหากมีการตรวจพบในระยะเริ่มต้นจะสามารถมีโอกาสรักษาและอยู่ได้มากกว่า 5 ปีราว 90%

 

นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมภายในงานเสวนาระบุว่า

  • ผู้ป่วยในระยะที่ 1 จะมีโอกาสที่จะรักษาได้เริ่มที่ 92%
  • ระยะที่ 2 โอกาสจะลดลงเหลือเพียง 60%
  • ระยะที่ 3 เหลือเพียง 36%
  • ระยะที่ 4 เหลือเพียง 10%

 

แล้วจะทำอย่างไร?

 

ภายในงานเสวนาได้มีการบ่งชี้เรื่องสำคัญ นั่นคือทุกคนโดยเฉพาะผู้หญิงเอเชียควรให้ความสำคัญของ ‘การตรวจคัดกรองมะเร็งปอด’ แม้ว่าจะรู้สึกว่าตนเองยังสุขภาพดี ไม่สูบบุหรี่ก็ตาม ( อย่าให้พฤติกรรมการไม่สูบบุหรี่มาทำให้รู้สึกว่าจะไม่ป่วยเป็นมะเร็งปอดอีกต่อไปเพราะมีเรื่องของยีนเข้ามาเกี่ยวข้อง)

โดยประชาชนสามารถเข้ามาเอ็กซเรย์ปอดได้ในทุกช่วงอายุ เพราะปัจจุบันยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าควรอายุเท่าใดถึงจะต้องมาตรวจ

 

พญ.ประพินทุ์ภา จงกิตติพงศ์

 

ด้าน รศ.นพ.ศิระ เลาหทัย ศัลยแพทย์ทรวงอก ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดส่องกล้องปอดและต่อมไทมัส กล่าวเพิ่มเติมว่า การคัดกรองที่ชัดเจนที่สุดสำหรับมะเร็งปอด คือ การทำ CT Scan แต่การทำ CT Scan ไม่สามารถเข้าถึงได้ในประชาชนคนไทยทุกคน เพราะนั่นคืองบประมาณที่มหาศาล

ในขณะเดียวกันการทำเอ็กซเรย์ทรวงอก แม้จะเห็นได้ในมิติที่แตกต่างจาก  CT Scan แต่ปัจจุบันได้มีการนำ AI เข้ามาช่วยทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น ประสิทธิภาพที่แม่นยำกว่าเดิม ในราคาที่คนไทยสามารถเข้าถึงได้

 

ทั้งนี้ นวัตกรรมเสริมการเอ็กซเรย์ด้วย AI มีชื่อว่า Inspector CXR ซึ่งเป็นการพัฒนาจากบริษัทนวัตกรรมไทยที่มีชื่อว่า บริษัท เพอเซ็ปทรา จำกัด ซึ่งปัจจุบันได้มีการบรรจุนวัตกรรมนี้ในสิทธิบัตรทองในโรงพยาบาลรัฐจำนวน 167 แห่งในปี 2568 และในโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำอีกหลายแห่งรวมไปถึงโรงพยาบาลพญาไท 1 ด้วย

 

ข้อดีของนวัตกรรมนี้จะช่วยทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัยได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น อีกทั้งปกติหากผู้เข้ารับการคัดกรองเป็น ‘มะเร็งปอด’ ในระยะเริ่มต้นซึ่งหากใช้การเอ็กซเรย์ปกติ จะไม่สามารถมองเห็นได้ เพราะก้อนมีขนาดเล็ก 

เนื่องจากความละเอียดของเอ็กซเรย์ต่ำกว่า CT Scan และบางครั้งโครงสร้างในทรวงอก เช่น กระดูกซี่โครง หัวใจ หลอดเลือด สามารถบังเงาก้อนขนาดเล็กได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อขนาดของก้อนต่ำกว่า 8 มิลลิเมตร ก็อาจจะทำให้การวินิจฉัยไม่แม่นยำเท่าที่ควร เนื่องจากข้อจำกัดด้านสายตาของมนุษย์  และข้อจำกัดเวลาในการอ่านภาพซึ่งมีเป็นจำนวนมาก

 

แต่เมื่อมีระบบ Inspector CXR เข้ามาช่วย ระบบนี้จะช่วยอ่านภาพเอกซเรย์ และสามารถช่วยจับความผิดปกติของปอด หรือการมีอยู่ของก้อนขนาดเล็กๆ ได้  ทำให้เกิดความแม่นยำในการวินิจฉัย อีกทั้งหากตรวจพบก้อนที่มีขนาดเล็ก ซึ่งมักจะอยู่ในระยะต้นของการเป็น 'มะเร็งปอด' ก็เท่ากับว่าจะสามารถเข้าถึงการรักษาได้เร็วขึ้น ไม่ได้ปล่อยให้ก้อนโตขึ้นจนลุกลาม จนอยู่ในระยะท้าย ซึ่งประสิทธิภาพในการรักษาและคุณภาพชีวิตจะลดลง

 

รศ.นพ.ศิระ เลาหทัย

 

ทั้งนี้ รศ.นพ.ศิระ เลาหทัย เน้นย้ำว่า การนำระบบ Inspector CXR เข้ามาใช้ทำให้มีโอกาสได้พบก้อนในปอดมากขึ้น แต่ก้อนทุกก้อนที่พบอาจไม่ใช่มะเร็ง จึงต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์ที่ทำงานกันเป็นทีมสหสาขาวิชา เพื่อช่วยลงความเห็นและตัดสินใจกับกรณีต่างๆ ให้รัดกุมและแม่นยำมากขึ้น.

ข่าวล่าสุด

ด่วน! กบน.มีมติขึ้นดีเซล 3.50 บาท/ลิตร มีผลพรุ่งนี้ ดันราคาขายปลีก 44.24 บ.