posttoday

เตือนภัย มิจฉาชีพลวงทำ “ใบขับขี่ออนไลน์–ลงทุนผ่าน ก.ล.ต.” เสี่ยงสูญเงิน

09 พฤศจิกายน 2568

ดีอีเผย 10 ข่าวปลอมประจำสัปดาห์ เตือนมิจฉาชีพลวงทำ “ใบขับขี่ออนไลน์–แพลตฟอร์มลงทุนใหม่ ก.ล.ต..” เสี่ยงสูญเงิน-ข้อมูลส่วนบุคคล ไม่รู้ตัว

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “กรมการขนส่งทางบก เปิดรับทำใบขับขี่ออนไลน์ ผ่านเพจ DLT License ใบขับขี่เร่งด่วน” รองลงมาคือเรื่อง “ก.ล.ต. เปิดแพลตฟอร์มลงทุนใหม่ ให้บริการนักลงทุนแบบครบวงจร” เตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เพราะจะสร้างความเสียหายทั้งข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพย์สิน และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง 

 

นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ต้องการให้มีการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานเพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับประชาชน โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน

นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)

ทั้งนี้ในระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม – 6 พฤศจิกายน 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 984,991 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 900 ข้อความ

 

สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 886 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 7 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 2 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 199 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 74 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่

อันดับที่ 1 : เรื่อง กรมการขนส่งทางบก เปิดรับทำใบขับขี่ออนไลน์ ผ่านเพจ DLT License ใบขับขี่เร่งด่วน

อันดับที่ 2 : เรื่อง ก.ล.ต. เปิดแพลตฟอร์มลงทุนใหม่ ให้บริการนักลงทุนแบบครบวงจร

อันดับที่ 3 : เรื่อง ทำใบขับขี่ผ่านระบบออนไลน์ ไม่ต้องเสียเวลาไปทำเอง เจ้าหน้าที่ดำเนินการให้ทุกขั้นตอน

อันดับที่ 4 : เรื่อง ทำใบขับขี่ออนไลน์ ถูกกฎหมาย ได้ใน 2 วัน ไม่ต้องไปสอบที่ขนส่ง

อันดับที่ 5 : เรื่อง ฮั่วเซ่งเฮง เปิดขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชน ในตลาด SET50 ผ่านเพจ Gold trading Exchang

อันดับที่ 6 : เรื่อง ปปง. เปิดให้เหยื่อแก๊งคอลเซนเตอร์ลงทะเบียนรับเงินคืน ผ่านเพจ Crime Victims Dissemination Center

อันดับที่ 7 : เรื่อง ฮั่วเซ่งเฮง เปิดขายหุ้นทองคำ SET50 ผ่านเพจ White Ɠòld Ɓullion Pure

อันดับที่ 8 : เรื่อง ปปง. คืนเงินให้ผู้เสียหายลงทะเบียน ผ่านบัญชีติ๊กต็อก tiktok.tv137

อันดับที่ 9 : เรื่อง ระบบเทรดหุ้น HOTKEYFx มี IC License ขั้นสูง รับรองโดย ก.ล.ต.

อันดับที่ 10 : เรื่อง SET เปิดคอร์สเรียนฟรี ผ่านเพจ ข่าวสารการเรียนรู้ เทรดหุ้นเป็นใน 23 วัน รับใบเซอร์หลังจบหลักสูตร

 

“เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวกับการให้บริการของหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะการหลอกลวงทำใบขับขี่ผ่านออนไลน์ ชักชวนลงทุนหุ้นในหน่วยงานและองค์กรที่น่าเชื่อถือ การคืนเงินจากมิจฉาชีพให้กับผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวง ซึ่งมีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง ทำให้ประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ทั้งยังอาจสร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นางสาวสุชาดา กล่าว 

 

สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “กรมการขนส่งทางบก เปิดรับทำใบขับขี่ออนไลน์ ผ่านเพจ DLT License ใบขับขี่เร่งด่วน” กระทรวงดีอี ประสานงานร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ ซึ่งเพจดังกล่าวถูกแอบอ้างโดยมิจฉาชีพหลอกให้ทำใบขับขี่ออนไลน์ 

 

ทั้งนี้กรมการขนส่งทางบก ย้ำว่า การทำใบขับขี่ทุกประเภทต้องดำเนินการด้วยตนเองที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น และอย่าให้ข้อมูลบัตรประชาชนหรือเอกสารสำคัญกับบุคคลอื่น เพราะเสี่ยงถูกนำข้อมูลไปใช้ก่อคดีต่าง ๆ หรือใช้แอบอ้างทำธุรกรรมผิดกฎหมายได้ หากผู้ใดพบเห็นการกระทำในลักษณะนี้ สามารถแจ้งเบาะแสผู้กระทำผิดมายังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือ โทรสายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

นอกจากนี้กระทรวงดีอี ขอเตือนประชาชนว่าการให้ข้อมูลหรือติดตั้งแอปพลิเคชันใดๆ ที่ไม่ได้มาจากช่องทางอย่างเป็นทางการ อาจมีความเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูล หรือเงินในบัญชีธนาคารได้

 

 

ข่าวล่าสุด

5 ภาคส่วน เซ่นพิษสงคราม SCB EIC หั่นเป้า GDP ไทยปีนี้เหลือโต 1.4%