คลินิกเอกชนในกทม. ออกจาก'บัตรทอง' 25 แห่ง มีผล 1 ต.ค.นี้ ปชช.กระทบ 2.5 แสนราย
สปสช. แจงวิธีเยียวยาและตรวจสอบสิทธิ หลังคลินิกเอกชนในพื้นที่ กทม.ออกจากระบบบัตรทอง 25 แห่ง ซึ่งจะมีผล 1 ตุลาคมที่จะถึงนี้
KEY
POINTS
- คลินิกใน กทม. 25 แห่ง จะยกเลิกการให้บริการในระบบบัตรทองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 2.2 แสนคน
- สปสช. จะจัดสรรหน่วยบริการปฐมภูมิแห่งใหม่ให้ผู้ได้รับผลกระทบโดยอัตโนมัติ ประชาชนไม่ต้องดำเนินการย้ายสิทธิด้วยตนเอง
- ผู้ป่วยสามารถตรวจสอบสิทธิหน่วยบริการใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 68 และสามารถใช้ใบส่งตัวเดิมจากคลินิกเก่าเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลตามนัดได้ในช่วงเปลี่ยนผ่าน
- หากไม่สะดวกกับหน่วยบริการที่ได้รับการจัดสรรใหม่ ประชาชนสามารถย้ายสิทธิได้ด้วยตนเองในภายหลัง โดยไม่กระทบโควต้าการเปลี่ยนสิทธิ 4 ครั้งต่อปี
พ.ท.ทพ.ธนศักดิ์ ถัมภ์บรรฑุ ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 13 กรุงเทพมหานคร (สปสช. เขต 13 กทม.) เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2569 นี้ มีคลินิกชุมชนอบอุ่นและหน่วยฯ ปฐมภูมิรพ.เอกชน ในพื้นที่ กทม. จำนวน 25 แห่ง ขอถอนตัวจากระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) และจะยกเลิกการเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นปีงบประมาณใหม่
ทั้งนี้ เพื่อดูแลและลดผลกระทบต่อประชาชนผู้มีสิทธิบัตรทอง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องการการรักษาต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 68 ทางสำนักงานฯ ได้จัดประชุมชี้แจงแนวทางดำเนินการ โดยเชิญผู้แทนจากหน่วยบริการที่ยกเลิกสัญญา พร้อมด้วยหน่วยบริการที่ยังอยู่ในระบบบัตรทอง ทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ กทม. เข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ กว่า 250 คน ประกอบด้วยผู้แทนจากโรงพยาบาล ศูนย์บริการสาธารณสุข (ศบส.) และคลินิกชุมชนอบอุ่น เพื่อร่วมกันวางมาตรการให้ผู้ป่วยบัตรทองยังคงเข้าถึงสิทธิและได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง
พ.ท.ทพ.ธนศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วนของคลินิกชุมชนอบอุ่น รวมหน่วยฯ ปฐมภูมิรพ.เอกชน 25 แห่งที่ออกจากระบบนั้น มีประชาชนได้รับผลกระทบราว 220,982 คน ทางสำนักงานฯ ได้เร่งรัดและพยายามหาหน่วยบริการปฐมภูมิ แห่งใหม่ใน 3 แบบ คือ
- จัดสรรประชากรให้หน่วยฯปฐมภูมิภายในเขตพื้นที่คลินิกเอกชนที่ลาออก จำนวน 95,796 คน
- จัดสรรประชากรให้หน่วยฯปฐมภูมิเขตรอยต่อ จำนวน 73,312 คน
- ศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร รับดูแลประชากรให้ก่อน 51,874 คน ซึ่งสำนักงานอยู่ระหว่างจัดหาหน่วยบริการปฐมภูมิมารองรับ
ทั้งนี้ ทางสำนักงานฯ ได้ขอความร่วมมือให้คลินิกเดิมจัดเตรียมประวัติการรักษาเพื่อให้ผู้ป่วย ใช้ในการรักษาต่อเนื่องโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ป่วยรับทราบแนวทางการไปใช้สิทธิหลังวันที่สัญญาสิ้นสุด และขอความร่วมมือไม่ให้คลินิกแนะนำผู้ป่วยย้ายสิทธิก่อน เนื่องจากสำนักงานฯ จะดำเนินการจัดการให้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 โดยไม่นับครั้งการเปลี่ยนสิทธิตามรอบปกติ 4 ครั้ง/ปี ส่วนการออกหนังสือส่งตัว ในช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน 1–31 ตุลาคม 2568 ได้ขอให้คลินิกออกหนังสือส่งตัวให้ผู้ป่วยตามใบนัดและส่งข้อมูลการออกหนังสือส่งตัวทั้งหมดกลับมายังสำนักงานฯ
สำหรับหน่วยบริการที่ร่วมให้บริการในระบบนั้น ผอ. สปสช. เขต 13 กทม. กล่าวต่อไปว่า เบื้องต้นในช่วงเปลี่ยนผ่าน 31 วัน คือตั้งแต่วันที่ 1–31 ต.ค. 2568 สำนักงานฯ ขอความร่วมมือ ดังนี้
- ผู้ป่วยที่มีใบส่งตัวจากคลินิกปฐมภูมิเดิม ขอให้โรงพยาบาลให้บริการตามใบนัด โดยไม่ต้องให้ผู้ป่วยกลับไปขอเอกสารจากคลินิกใหม่ พร้อมกันนี้ทางสำนักงานฯ จะส่งข้อมูลผู้ป่วยจากคลินิกเดิมให้กับหน่วยบริการปฐมภูมิแห่งใหม่ที่รับผิดชอบประชากร เพื่อใช้เป็นข้อมูลตั้งต้นในการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลแก่โรงพยาบาล
- สำหรับการรับบริการในกรณีเหตุจำเป็น (OP Anywhere) และกรณีอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน (OPAE) ขอให้หน่วยบริการให้บริการตามปกติ พร้อมบันทึกค่าใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์
- ส่วนประชาชนที่ขึ้นทะเบียนสิทธิในคลินิกชุมชนอบอุ่น และหน่วยฯปฐมภูมิ รพ.เอกชน รวม 25 แห่งที่ยกเลิกสัญญานั้น ขอให้รอการจัดสรรหน่วยบริการปฐมภูมิแห่งใหม่ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2568 โดยยังไม่ต้องทำการย้ายหน่วยบริการ ซึ่งจะสามารถตรวจสอบสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป
- ในการเข้ารับบริการที่คลินิกแห่งใหม่ ให้ขอประวัติการรักษาและประวัติการใช้ยาจากคลินิกเดิม หรือให้คลินิกใหม่ดึงข้อมูลผ่านระบบ Health Link เพื่อใช้ประกอบการรักษาต่อเนื่อง
- ในกรณีการส่งตัวผู้ป่วยที่มีใบส่งตัวจากคลินิกเดิม สามารถเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลตามนัดได้ตามปกติ ส่วนผู้ที่มีใบนัดของโรงพยาบาลรับส่งต่อแต่ยังไม่มีใบส่งตัว สามารถขอประวัติการรักษาและประวัติการใช้ยาจากคลินิกเดิมไปให้คลินิกใหม่ เพื่อพิจารณาออกใบส่งตัว หรือขอให้คลินิกใหม่ดึงข้อมูลผ่านระบบ Health Link ได้เช่นกัน ทางสำนักงานฯ จะจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อสนับสนุนการใช้ระบบ Health Link ของหน่วยบริการปฐมภูมิภายในครึ่งเดือนแรกของเดือนตุลาคม 68
“เบื้องต้น สปสช. ขออภัยในความไม่สะดวกกับประชาชนมา ณ ที่นี้ด้วย โดยจะเร่งดำเนินการจัดสรรประชากรลงหน่วยบริการปฐมภูมิโดยเร็ว อย่างไรก็ดีหากหน่วยบริการที่ได้รับการจัดสรรใหม่ไม่สะดวกในการไปรับบริการ สามารถดำเนินการย้ายสิทธิได้ด้วยตนเอง โดยจะไม่กระทบสิทธิการเปลี่ยนหน่วยบริการ 4 ครั้งต่อปี” ผอ.สปสช.เขต 13 กทม. กล่าว
รายชื่อคลินิกที่ออกจากบัตรทอง
หน่วยบริการปฐมภูมิ 25 แห่ง ที่ออกจากระบบบัตรทอง มีผล 1 ตุลาคม 2568 ได้แก่
- เขตดอนเมือง คลินิกเวชกรรมเดอะเมดิเดียน
- เขตดอนเมือง คลินิกเวชกรรมพรเพ็ญชัย
- เขตดอนเมือง คลินิกเวชกรรมการแพทย์ดี
- เขตดอนเมือง คลินิกเวชกรรมชยากร สาขาสุวินทวงศ์
- เขตดุสิต เครือโรงพยาบาลวิชัยยุทธ
- เขตดุสิต คลินิกเวชกรรมปานะเวชเวียงสวรรค์ 2 บริพัตร
- เขตบางพลัด คลินิกเวชกรรมหมอวรรณธณีเวชกรรม
- เขตบางพลัด คลินิกเวชกรรมคุณภาพการแพทย์กาญจนา
- เขตบางกอกน้อย คลินิกเวชกรรมกาญจนแพทย์ 9
- เขตบางกอกน้อย คลินิกเวชกรรมกาญจนแพทย์ 10
- เขตบางกอกน้อย คลินิกเวชกรรมกาญจนแพทย์ 11
- เขตบางบอน ดิท 15 คลินิกเวชกรรม
- เขตพระนคร บุพาพรการแพทย์คลินิกเวชกรรม
- เขตพญาไท คลินิกเวชกรรมใกล้บ้านใกล้ใจ 1
- เขตบางรัก รัตนธงชัยแพทย์เวช 7 คลินิกเวชกรรม
- เขตบางรัก เครือโรงพยาบาลบางรักเวชกรรมสุขสวัสดิ์ 27
- เขตบางรัก คลินิกเวชกรรมแพทย์เวช 14 สาขาดินแดง 36
- เขตบางรัก ศูนย์การแพทย์วัชรพล (หมอชวพงษ์เวชกรรม)
- เขตบางรัก คลินิกเวชกรรมสุขภาพเพชร
- เขตบางกอกน้อย คลินิกเวชกรรมกาญจนแพทย์ 11
- เขตบางแค เพชรเวชเวชกรรมคลินิก
- เขตบางแค คลินิกเวชกรรมพระปิ่นเกล้าเวช
- เขตคลองเตย คลินิกเวชกรรมสาธรบำรุงการแพทย์
- เขตหนองแขม คลินิกเวชกรรมรักษ์ประชา บางเจริญ
- เขตหนองแขม มิตรเวชสหคลินิกเวชกรรม สาขาบางเจริญ


