posttoday
ย้อนรอย “คนละครึ่ง” กลับมาอีกครั้งแบบ Quick Win กระตุ้นเศรษฐกิจฉับไว

ย้อนรอย “คนละครึ่ง” กลับมาอีกครั้งแบบ Quick Win กระตุ้นเศรษฐกิจฉับไว

08 กันยายน 2568

ย้อนรอยโครงการคนละครึ่งยุคลุงตู่ จากมาตรการฟื้นเศรษฐกิจหลังโควิด สู่ Quick Win ยุคอนุทิน เครื่องมือรัฐที่ทั้งได้ผลจริงและถูกวิจารณ์

KEY

POINTS

  • โครงการ "คนละครึ่ง" ถูกนำกลับมาใช้อีกครั้งในฐานะนโยบาย "Quick Win" ของรัฐบาลใหม่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้ออย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นมาตรการที่ประชาชนคุ้นเคยและเข้าใจง่าย
  • โครงการนี้เคยประสบความสำเร็จอย่างสูงในอดีต (พ.ศ. 2563-2565) โดยมี 5 เฟส สามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจฐานรากได้กว่า 4 แสนล้านบาท และช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย
  • แนวคิดหลักคือรัฐช่วยจ่ายค่าสินค้า 50% ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ซึ่งไม่เพียงช่วยลดภาระค่าครองชีพ แต่ยังส่งเสริมให้ประชาชนคุ้นเคยกับระบบการชำระเงินดิจิทัล และเป็นนโยบายที่ได้รับความนิยมสูง

คนละครึ่งกลับมาอีกครั้ง ด้วยนโนบาย Quick Win กระตุ้นเศรษฐกิจฉับไว

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 มีการรายงานว่า “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทยเตรียมนำโครงการ “คนละครึ่ง” กลับมาใช้ใหม่ในเวอร์ชันปรับปรุง เพื่อเป็นมาตรการ Quick Win ฟื้นฟูกำลังซื้อภายในประเทศและลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนอีกครั้ง

 

โครงการนี้ถูกยกให้เป็นไม้เด็ดที่เข้าใจง่าย เข้าถึงได้ทันที เพราะเป็นโครงการที่ประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าเคยคุ้นเคยมาตั้งแต่ช่วงโควิด-19  การเลือกใช้ “Quick Win” จึงชี้ให้เห็นถึงเป้าหมายสำคัญคือ “ได้ผลเร็ว” โดยไม่ต้องใช้งบประมาณเวลานานในการอธิบายหรือประชาสัมพันธ์

 

นโยบายและเงื่อนไขผู้เข้าร่วม

  • คุณสมบัติผู้ร่วมโครงการ

ประชาชนที่สามารถเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง” เวอร์ชันใหม่นี้ ต้อง:

- มีสัญชาติไทย และถือบัตรประชาชน

- มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ลงทะเบียน

- ไม่ได้รับสิทธิจากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือโครงการที่มีลักษณะคล้ายกัน

 

การคัดกรองนี้มีเป้าหมายเพื่อความเท่าเทียมในการกระจายสิทธิ์ และป้องกันการทับซ้อนของสิทธิ์จากโครงการรัฐหลายแห่ง

 

  • ช่องทางการลงทะเบียนและใช้สิทธิ

การเข้าร่วมโครงการทำได้ผ่านสองช่องทางหลัก:

เว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com

แอปพลิเคชัน เป๋าตัง พร้อมเชื่อมโยงกับ G-Wallet

 

หลังจากได้รับการอนุมัติสิทธิ์ ผู้เข้าร่วมสามารถเติมเงินเข้ากระเป๋า G-Wallet ผ่าน Mobile Banking, QR PromptPay หรือ ATM เพื่อใช้จ่ายที่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้ทันที

 

  • ร้านค้าที่เข้าร่วม

ร้านค้าที่สามารถเข้าร่วมโครงการคือร้านค้าขนาดเล็ก เช่น ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม หรือร้านค้าทั่วไปที่ขายสินค้าอุปโภคบริโภค ยกเว้นร้านที่จำหน่ายล็อตเตอรี่, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ยาสูบ และบริการอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อุปโภคบริโภค

 

ย้อนรอยโครงการคนละครึ่ง 5 เฟส ยุคลุงตู่ (2563–2565)

จุดกำเนิด "โครงการฟื้นเศรษฐกิจหลังโควิด"

หลังวิกฤตโควิด-19 รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ต้องหามาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ตรงจุดและกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยทันที โครงการ “คนละครึ่ง” จึงถือกำเนิดขึ้นในปี 2563 โดยมีแนวคิดง่าย ๆ คือ

รัฐช่วยจ่ายครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและบริการที่ร้านค้าที่เข้าร่วม สูงสุดตามวงเงินที่กำหนด

 

เฟส 1 (23 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2563)

สิทธิ: 10 ล้านคน

วงเงิน: 3,000 บาทต่อคน (รัฐออกให้ครึ่งหนึ่งต่อการใช้จ่าย)

เงื่อนไข: ใช้ได้ไม่เกิน 150 บาท/วัน

ร้านค้า: ร้านค้าทั่วไป ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ร้านธงฟ้า ฯลฯ

ผลลัพธ์: ได้รับความนิยมสูงมาก สิทธิเต็ม 10 ล้านในเวลาไม่กี่วัน

 

เฟส 2 (1 มกราคม – 31 มีนาคม 2564)

เพิ่มสิทธิใหม่: 5 ล้านคน

วงเงิน: เพิ่มอีก 3,500 บาท/คน

รวมผู้ได้สิทธิทั้งหมด: 15 ล้านคน

วัตถุประสงค์: ขยายฐานผู้ได้รับประโยชน์ และต่อเนื่องจากความสำเร็จเฟสแรก

 

เฟส 3 (1 กรกฎาคม – 31 ธันวาคม 2564)

วงเงิน: 3,000 บาทต่อคน (แบ่งจ่ายเป็นรอบ ๆ ละ 1,500 บาท)

สิทธิ: ครอบคลุมประชาชนกว่า 31 ล้านคน

จุดเด่น: รัฐเริ่มขยายจำนวนสิทธิให้กว้างขึ้น เพื่อให้คนจำนวนมากเข้าร่วม

เงื่อนไขเพิ่มเติม: ยังคงใช้แอป “เป๋าตัง” เป็นหลัก

ผลลัพธ์: เงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากหลายแสนล้านบาท

 

เฟส 4 (1 กุมภาพันธ์ – 30 เมษายน 2565)

วงเงิน: 1,200 บาทต่อคน

สิทธิ: ประมาณ 26.3 ล้านคน

มูลค่าการใช้จ่ายรวม: เกือบ 7 หมื่นล้านบาท

เสียงสะท้อน: เริ่มมีข้อวิจารณ์ว่า วงเงินน้อยลง ไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น

 

เฟส 5 (1 กันยายน – 31 ตุลาคม 2565)

วงเงิน: 800 บาทต่อคน

สิทธิ: 26.5 ล้านคน

รวมผู้ใช้สิทธิทุกเฟส: เกิน 30 ล้านคน

เม็ดเงินสะพัด: นับตั้งแต่เฟสแรกจนถึงเฟส 5 สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจรวมกันกว่า 4 แสนล้านบาท

 

บทสรุปเฟสสุดท้ายถือเป็นการปิดฉาก “คนละครึ่ง” ในยุครัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนรัฐบาลในปี 2566

 

ย้อนรอย “คนละครึ่ง” กลับมาอีกครั้งแบบ Quick Win กระตุ้นเศรษฐกิจฉับไว

ภาพรวมและบทเรียน

ความสำเร็จ:

กระตุ้นการจับจ่ายของประชาชนได้จริง

ช่วยให้ร้านค้ารายย่อย/หาบเร่แผงลอยมีรายได้เพิ่ม

ทำให้คนจำนวนมากคุ้นเคยกับระบบดิจิทัล เช่น “แอปเป๋าตัง” และ e-Payment

 

ข้อวิจารณ์:

วงเงินต่อคนค่อนข้างน้อยเมื่อค่าครองชีพสูงขึ้น

มีปัญหาทุจริต เช่น ร้านค้าขายหน้าร้าน-หลังร้าน, การรูดเงินปลอม

เป็นมาตรการระยะสั้น ไม่ได้แก้ปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจ

 

ผลสะเทือนทางการเมือง:

ทำให้รัฐบาลได้รับคะแนนนิยมในระยะหนึ่ง เพราะประชาชนรู้สึกถึง “เงินในมือจริง ๆ”

กลายเป็นมาตรการที่รัฐบาลชุดต่อมา (เช่นรัฐบาลอนุทิน 2568) ต้องหยิบกลับมาใช้อีก เนื่องจากเป็นนโยบายที่ “ขายง่าย เข้าใจง่าย”

 

 

ข่าวล่าสุด

LIVE ดูบอลสด ถ่ายทอดสด ลิเวอร์พูล พบ บียาร์เรอัล  UCL วันนี้ 20 ต.ค.69

LIVE ดูบอลสด ถ่ายทอดสด ลิเวอร์พูล พบ บียาร์เรอัล UCL วันนี้ 20 ต.ค.69