
7 สัญญาณเตือนร่างกายมีพิษสะสมสูง หลัง PM2.5 ในไทยปีนี้สูงกว่าเดิมร้อยละ 20
W9 Wellness Center เผยฝุ่นพิษในไทยปีนี้เพิ่มสูงกว่าปีที่แล้วร้อยละ 20 และเป็นอันดับที่ 36 ของโลก พร้อมเปิด 5 กลุ่มเสี่ยงรับอันตรายจากฝุ่น และ 7 สัญญาณเตือนหากร่างกายมีระดับพิษสะสมสูงต้องระวัง! พร้อมแนะ 3 หลักการสำคัญป้องกัน ขับสารพิษ-ลดการทำลายเซลล์-เสริมภูมิคุ้มกัน
นายแพทย์พิจักษณ์ วงศ์วิศิษฎ์ แพทย์ผู้อำนวยการ W9 Wellness Center กล่าวว่า ปัจจุบันประชากรทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยกำลังเผชิญศึกหนักกับมลภาวะฝุ่นพิษ PM 2.5 สารโลหะขนาดเล็กที่ลอยปนเปื้อนในอากาศแทบจะครอบคลุมทุกพื้นที่ เป็นภัยเงียบร้ายแรง ข้อมูลจาก IQAir Global ผู้ติดตามคุณภาพอากาศทั่วโลกรายงานว่า PM 2.5 คร่าชีวิตประชากรโลกไปกว่า 7 ล้านคนต่อปี โดยพบว่าในปี 2567 คุณภาพอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แย่ลงกว่าปีที่ผ่านมา มีปริมาณฝุ่นพิษ PM 2.5 เพิ่มขึ้นกว่า 20% ขณะเดียวกันพบว่าประเทศไทย เป็นหนึ่งในเมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่เป็นอันดับที่ 5 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นอันดับที่ 36 ของโลก ที่มีปริมาณฝุ่นพิษ PM2.5 พุ่งสูงเฉลี่ยรายปีอยู่ที่ 23.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งสูงกว่าค่าแนะนำคุณภาพอากาศของ WHO ถึง 4.7 เท่า
- 5 กลุ่มเสี่ยงต้องระวัง
1. ผู้ที่สูบบุหรี่ ฝุ่
2. ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ จะมี
3. ผู้
4. ผู้ที่มีความเสี่
5. ผู้ที่ระบบภูมิต้านทานต่ำ
นายแพทย์พิจักษณ์ กล่าวเสริมว่า “เมื่อมีสารพิษสะสมในร่างกายจำนวนมาก ร่างกายจะพยายามลดพิษในเลือดลง โดยการพยายามนำสารพิษออกจากระบบเลือด แล้วไปสะสมอยู่ในเนื้อเยื่ออื่นของร่างกายแทน เช่น เนื้อเยื่อไขมัน กระดูก หรือกล้ามเนื้อ ซึ่งอาจไม่แสดงอาการของพิษเฉียบพลัน แต่ส่งผลในระยะยาว ทำให้เกิดอาการผิดปกติเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว
- ตรวจเช็คสัญญาณที่บ่งบอกอาการผิดปกติได้เบื้องต้นได้ด้วยตนเองจาก 7 อาการ
1. มีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ไม่สดชื่น
2. นอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิท
3. มีความรู้สึกว่าสมองล้า คิดช้า โฟกัสงานไม่ค่อยดี ขี้ลืมมากขึ้น
4. ลดน้ำหนักยาก เนื่องจากโลหะหนักจะไปรบกวนระบบเผาผลาญ
5. ควบคุมอารมณ์ยากขึ้น
6. ป่วยติดเชื้อง่ายขึ้น ไอบ่อย เป็นหวัดบ่อย และ
7. เป็นผื่นแพ้ หรือลมพิษ บ่อยขึ้น”
- แนวทางป้องกันและรับมือกับฝุ่นพิษ PM 2.5
นอกเหนือจากคำแนะนำเบื้องต้น เช่น การลดกิจกรรมนอกบ้านในวันที่ฝุ่น PM 2.5 สูง หรือการใช้หน้ากากป้องกันฝุ่นแล้ว การดูแลสุขภาพเชิงเวลเนสที่เน้นป้องกันจากภายในสู่ภายนอกก็มีความสำคัญเช่นกัน ซึ่งประกอบด้วย 3 การดูแลสุขภาพหลัก ๆ ดังนี้
1. เร่งการขับสารพิษ ผู้ที่ดูแลระบบขับสารพิษของร่างกาย ร่างกายจะสามารถขับสารพิษที่ได้รับเข้ามาได้ดีกว่า ทำให้การรับสารพิษเข้ามาเพิ่มมีผลต่อร่างกายน้อยกว่า โดยพฤติกรรมหลัก ๆ ที่ช่วยส่งเสริมระบบดีท็อกซ์ของร่างกาย คือการเลือกรับประทานอาหารกลุ่ม ผักใบเขียวเข้ม หรือผักสีเขียวปั่นรวมกาก การรับประทานอาหารที่มีแร่ธาตุซัลเฟอร์สูง หรือผักที่มีสารกลูต้าไธโอนมีปริมาณสูงในกลุ่มผักที่มีกลิ่นฉุน เช่น ต้นหอม กระเทียม ผักชี ขึ้นฉ่าย กุยช่าย เป็นต้น ช่วยเพิ่มปริมาณสารกลูต้าไธโอน สารต้านอนุมูลอิสระหลักในระบบดีท็อกซ์ของตับ ช่วยกระตุ้นระบบขับสารพิษหลักของร่างกายได้
2. ป้องกันและลดการทำลายเซลล์ เพิ่มสัดส่วนการรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยในการต้านอันตรายที่เกิดจากฝุ่น PM 2.5 เช่น สารโฟเลตในความสดของผักผลไม้ แคโรทีนอยด์ในผักตำลึง ฟักทอง ข้าวโพด แครอท ไลโคปีนในมะเขือเทศ และผักผลไม้สีแดง แอนโทไซยานินในผักเคล และผลไม้กลุ่มเบอร์รี่ สารเควอซิตินในหัวหอม คะน้า หรือแอปเปิ้ล และสารคาเทชินในชาเขียว เป็นต้น เพื่อเพิ่มความอิ่มตัวของสารต้านอนุมูลอิสระในเนื้อเยื่อของร่างกาย ป้องกันและลดการทำลายเซลล์
3. เสริมเกราะระบบภูมิต้านทานของร่างกายให้แข็งแรง นอกจากการรับประทานอาหารให้สมดุล การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ มีส่วนสำคัญต่อการทำงานปกติของระบบภูมิต้านทาน วิตามินและแร่ธาตุที่สามารถใช้เป็นตัวช่วยเสริมการทำงานของระบบภูมิต้านทาน ได้แก่ แร่ธาตุสังกะสี แร่ธาตุทองแดง วิตามินดี วิตามินซี และ N-acetyl cysteine อีกทั้งยังพบว่าสามารถช่วยเสริมการทำงานของเม็ดเลือดขาว ช่วยป้องกันและลดโอกาสการติดเชื้อ รวมทั้งเสริมเกราะระบบภูมิต้านทานทั้งระบบได้ นอกจากนี้ การบริหารจัดการความเครียด และการนอนหลับลึกที่เพียงพอในช่วงเวลาที่เหมาะสม ก็ถือว่ามีความจำเป็นต่อการซ่อมแซมและฟื้นฟูการทำงานของระบบภูมิต้านทานด้วยเช่นกัน







