
โรงกำจัดขยะอ่อนนุชรับวันละ 1,000 ตัน ใช้ระบบปิดคุมกลิ่นและมลพิษ
บริษัท นิวสกาย เดินเครื่องโรงกำจัดขยะอ่อนนุชเต็มรูปแบบ ใช้ระบบปิดควบคุมกลิ่นและมลพิษ รองรับขยะ 1,000 ตันต่อวัน พร้อมผลิตไฟฟ้า 35 เมกะวัตต์
KEY
POINTS
- โรงกำจัดขยะอ่อนนุชสามารถรองรับขยะได้ไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน เพื่อนำไปผลิตไฟฟ้ากำลังการผลิต 35 เมกะวัตต์
- ใช้เทคโนโลยีระบบปิดและระบบแรงดันลบ (Negative Pressure) ควบคู่กับจมูกอิเล็กทรอนิกส์ (E-nose) เพื่อควบคุมกลิ่นและมลพิษไม่ให้กระทบชุมชน
- กระบวนการเริ่มจากการพักขยะในบ่อระบบปิดเพื่อลดความชื้น ก่อนนำเข้าเตาเผาอุณหภูมิสูงเพื่อผลิตไอน้ำสำหรับปั่นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
บริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด เปิดดำเนินการโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อมอ่อนนุชเต็มรูปแบบ รองรับขยะไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน และมีกำลังการผลิตไฟฟ้า 35 เมกะวัตต์ โดยใช้เทคโนโลยี Waste-to-Energy เปลี่ยนขยะเป็นพลังงานไฟฟ้า พร้อมเปิดศูนย์เรียนรู้การกำจัดขยะให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชนเข้าศึกษากระบวนการจัดการขยะ
นายเหอ หนิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด กล่าวว่า การจัดการขยะเป็นโจทย์สำคัญของเมืองขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่มีขยะเฉลี่ยประมาณ 10,000 ตันต่อวัน การนำเทคโนโลยีกำจัดขยะเพื่อผลิตไฟฟ้ามาใช้เป็นอีกแนวทางในการจัดการมูลฝอยและนำทรัพยากรจากขยะกลับมาใช้ประโยชน์
สำหรับโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อมอ่อนนุช ออกแบบให้รองรับขยะไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน กระบวนการเริ่มจากการนำขยะเข้าสู่บ่อพักภายในอาคารระบบปิด ซึ่งรองรับขยะได้ประมาณ 24,000 ตัน โดยพักขยะไว้ประมาณ 3-5 วันเพื่อลดความชื้น ก่อนใช้เครนคีบเข้าสู่เตาเผาแบบตะกรับ (Stoker Type) ที่ควบคุมอุณหภูมิประมาณ 850-1,100 องศาเซลเซียส
ความร้อนจากการเผาไหม้จะถูกนำไปต้มน้ำให้เป็นไอน้ำแรงดันสูง เพื่อขับเคลื่อนกังหันไอน้ำและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า โดยโรงงานมีกำลังการผลิตไฟฟ้าประมาณ 35 เมกะวัตต์
ส่วนการควบคุมกลิ่น โรงงานใช้ระบบบ่อพักขยะแบบปิดและระบบแรงดันลบ (Negative Pressure System) ซึ่งควบคุมความดันอากาศภายในอาคารให้ต่ำกว่าภายนอก เพื่อให้อากาศไหลเข้าสู่ภายในแทนการระบายออกไปด้านนอก จากนั้นดูดอากาศในบ่อพักขยะเข้าสู่เตาเผาเพื่อใช้ในกระบวนการเผาไหม้ โดยบริษัทระบุว่าระบบดังกล่าวช่วยลดการแพร่กระจายของกลิ่นสู่พื้นที่โดยรอบ
นอกจากนี้ ยังติดตั้งระบบ E-nose หรือจมูกอิเล็กทรอนิกส์ ใช้เซนเซอร์ตรวจจับสารระเหยในอากาศและแปลงเป็นข้อมูลดิจิทัล ก่อนประมวลผลร่วมกับเทคโนโลยี AI เพื่อวิเคราะห์และจำแนกลักษณะกลิ่น รวมถึงประเมินระดับความเข้มข้น โดยใช้สำหรับติดตามและเฝ้าระวังกลิ่นภายในพื้นที่บ่อพักขยะ
โรงงานยังมีห้องควบคุม ห้องปฏิบัติการ และระบบแสดงข้อมูลการปล่อยมลพิษแบบเรียลไทม์ เพื่อใช้ติดตามการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม โดยประเด็นการควบคุมมลพิษและผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบเป็นเรื่องที่ต้องติดตามควบคู่กับการดำเนินงานของโรงงาน
ด้านการดูแลชุมชน บริษัทระบุว่าเริ่มประสานงานกับประชาชนในพื้นที่ตั้งแต่ก่อนก่อสร้างโครงการ เพื่อรับฟังความคิดเห็น ปัญหา และข้อกังวล รวมถึงนำข้อมูลไปใช้วางแผนป้องกันผลกระทบ ปัจจุบันมีการดำเนินงานร่วมกับชุมชนกว่า 120 แห่ง ในรัศมี 5 กิโลเมตรรอบโครงการ โดยมีกิจกรรมส่งเสริมอาชีพและให้ความรู้เรื่องการคัดแยกและกำจัดขยะ
นายเหอ หนิง ยังกล่าวถึงประเด็นการจ้างงานว่า ปัจจุบันพนักงานของบริษัทมากกว่า 95% เป็นคนไทย พร้อมระบุว่าบริษัทมีสวัสดิการให้พนักงานในระดับที่ดีกว่าหลายบริษัท มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้พนักงานทุกคน
ส่วนแผนรองรับหากเกิดเหตุอัคคีภัยในอนาคตนั้น บริษัทให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยอย่างมาก มีจำนวนเจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์มากกว่าตามที่กฎหมายตั้งไว้2เท่าเพื่อความปลอดภัย และมีการจัดอบรมให้ความรู้กับบุคลากรในองค์กรอย่างเสมอ มีประกันอัคคีภัยให้กับพนักงานทุกคน รวมถึงผู้ที่เข้ามาศึกษาดูงานในโรงงานด้วยเช่นกัน
สำหรับศูนย์เรียนรู้การกำจัดขยะ (Learning Center) บริษัทเปิดให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชนเข้าศึกษากระบวนการจัดการขยะ ตั้งแต่การรับขยะ การพักขยะ การทำงานของเครนคีบขยะ การเผาไหม้เพื่อผลิตไฟฟ้า ไปจนถึงระบบควบคุมสิ่งแวดล้อม โดยมีสื่อวีดิทัศน์ โมเดลจำลองโรงไฟฟ้า 3 มิติ และการเยี่ยมชมพื้นที่ปฏิบัติงานจริงเป็นส่วนประกอบในการเรียนรู้







