
6 เมืองท่องเที่ยวไทยคว้ารางวัลโลก! เปิดโมเดลพลิกชุมชนสู่เมืองยั่งยืน
อพท. สนับสนุน 6 พื้นที่พิเศษคว้ารางวัล Green Destinations Top 100 Stories 2026 สะท้อนโมเดลพัฒนาเมืองท่องเที่ยวที่ใช้ชุมชนจัดการทรัพยากร ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และรักษามรดกท้องถิ่น
KEY
POINTS
- แหล่งท่องเที่ยว 6 แห่งของไทยได้รับรางวัลระดับโลก "Green Destinations Top 100 Stories" จากการนำเสนอโมเดลการพัฒนาการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน
- หัวใจสำคัญของโมเดลที่ประสบความสำเร็จคือการให้ชุมชนเป็นกลไกหลักในการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ตนเอง ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ
- แต่ละพื้นที่มีแนวทางการพัฒนาที่แตกต่างกันตามบริบท เช่น การส่งเสริมการเดินทางสีเขียว การจัดการขยะทะเลด้วยนวัตกรรม และการสร้างนักสื่อสารชุมชนเพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น
6 แหล่งท่องเที่ยวไทยคว้ารางวัลต้นแบบโลก ชูโมเดลจัดการเมืองยั่งยืน เชื่อมชุมชน วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม
การพัฒนาเมืองท่องเที่ยวในปัจจุบันไม่ได้วัดความสำเร็จเพียงจำนวนนักท่องเที่ยวหรือรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่ยังต้องคำนึงถึงความสามารถในการบริหารจัดการทรัพยากร สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่
เพราะเมืองที่เติบโตจากการท่องเที่ยวโดยขาดระบบจัดการที่เหมาะสม อาจต้องเผชิญกับปัญหาขยะ การจราจร การใช้ทรัพยากรเกินขีดความสามารถ และการสูญเสียอัตลักษณ์ของชุมชน
กรณีประเทศไทยที่มีแหล่งท่องเที่ยว 6 แห่งได้รับรางวัล Green Destinations Top 100 Stories 2026 หรือ 100 เรื่องราวต้นแบบด้านการท่องเที่ยวยั่งยืนจากทั่วโลก จึงเป็นอีกภาพสะท้อนของการนำแนวคิดการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนมาปรับใช้ในระดับพื้นที่ โดยมีชุมชนเป็นกลไกสำคัญในการดูแลและจัดการทรัพยากรท้องถิ่น
องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. สนับสนุนแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่พิเศษ 6 แห่งเข้าร่วมโครงการดังกล่าว และได้รับรางวัลในงาน Green Destinations Global Conference 2026 ระหว่างวันที่ 28–29 ตุลาคม 2569 ณ เมืองครานจ์ สาธารณรัฐสโลวีเนีย
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) เข้าร่วมรับรางวัลทั้ง 6 ผลงาน พร้อมประชุมแลกเปลี่ยนทิศทางยุทธศาสตร์และนวัตกรรมการบริหารจัดการการท่องเที่ยวยั่งยืนกับเครือข่ายอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกว่า 600 คน จาก 60 ประเทศทั่วโลก
รวมถึงร่วมเสวนาในพิธีเปิดตัวหนังสือฉบับพิเศษ The Devotion Dividend ผลงานของ Dr. Jens Thraenhart และ Lyad Kayali ที่นำเสนอแนวคิดการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างนักท่องเที่ยวกับชุมชน
นายศิริปกรณ์กล่าวว่า การได้รับรางวัลในปีนี้เป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทย และสะท้อนความร่วมมือในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยทั้ง 6 พื้นที่นำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาและผลลัพธ์จากการพัฒนาที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับพื้นที่อื่นได้ นอกจากนี้ ปี 2569 ยังเป็นปีที่มีแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่พิเศษของ อพท. ได้รับรางวัลมากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มส่งผลงานเข้าร่วมโครงการ
6 โมเดลต้นแบบ ใช้ชุมชนเป็นกลไกบริหารจัดการเมืองท่องเที่ยว
สิ่งที่น่าสนใจของทั้ง 6 ผลงาน ไม่ได้อยู่เพียงการได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ แต่คือการนำปัญหาและต้นทุนของแต่ละพื้นที่มาออกแบบแนวทางพัฒนาให้สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น ตั้งแต่การจัดการนักท่องเที่ยว การเดินทาง การอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม ไปจนถึงการจัดการขยะและทรัพยากรธรรมชาติ
1. เชียงคาน จังหวัดเลย: สร้างนักสื่อสารชุมชนด้วยหลักสูตรท้องถิ่น
เรื่องหลักสูตรเชียงคานศึกษา : ร้อยเรียงเรื่องราว สร้างนักสื่อสารชุมชน ยกระดับเชียงคานสู่ความยั่งยืน (Chiang Khan Studies : Weaving Stories, Empowering Local Communicators Towards Sustainability) ประเภทเรื่องราวที่นำเสนอ People & Community: หลักสูตร “เชียงคานศึกษา”
ช่วยให้ชาวบ้าน พ่อค้า และชาวประมงมีทักษะในการถ่ายทอดเรื่องราวของท้องถิ่นและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขงและความท้าทายในการจัดการนักท่องเที่ยว พร้อมส่งเสริมประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีความหมายและการกระจายรายได้สู่ชุมชน
2. เมืองเก่าน่าน จังหวัดน่าน
เรื่องกระบวนการส่งเสริมโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ Green Hotel ผ่านกลไกความร่วมมือกับเครือข่ายชมรมผู้ประกอบการที่พักจังหวัดน่าน (The Power of Partnership : Promoting Eco-Friendly Hotels through Nan’s Accommodation Network)
ประเภทเรื่องราวที่นำเสนอ Visitor Experiences & Destination Management และเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านขยะ การจราจร และผลกระทบจากภัยธรรมชาติ พร้อมมุ่งสู่การเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ
3. เมืองเก่าสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย
เรื่องเมืองเก่าสุโขทัยที่ซึ่งการเดินทางสีเขียวเชื่อมมรดกโลกกับชุมชนด้วยการเดินทางสีเขียว (Mueang Kao Sukhothai : Where Green Mobility Connects World Heritage and Community) ประเภทเรื่องราวที่นำเสนอ Visitor Experiences & Destination Management: แนวคิด “Green Historical Park”
ส่งเสริมการลดการใช้รถยนต์ที่ใช้น้ำมันในพื้นที่ชั้นในของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านจากรถสามล้อเครื่องเป็นรถไฟฟ้า โดยต้นฉบับระบุว่าสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 45% ควบคู่กับการพัฒนารูปแบบท่องเที่ยวเนิบช้าและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน
4. เมืองโบราณอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี
เรื่องเมืองโบราณอู่ทองขับเคลื่อนประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสร้างสรรค์เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (U Thong Ancient City : Where Heritage Lives) ประเภทเรื่องราวที่นำเสนอ Culture & Heritage: ความร่วมมือของภาคประชาสังคม ภาครัฐ และชุมชน
ช่วยฟื้นฟูพื้นที่และสืบสานเรื่องราวอารยธรรมทวารวดี รวมถึงการมีส่วนร่วมของเยาวชนและคนในพื้นที่ในฐานะนักสื่อความหมาย เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงมรดกทางวัฒนธรรมกับวิถีชีวิต
5. ชุมชนบ้านอำเภอ จังหวัดชลบุรี
เรื่องชุมชนบ้านอำเภอพลิกวิกฤตขยะทะเลสู่นวัตกรรม Upcycling เพื่อวิถีประมงพื้นบ้านที่ยั่งยืน (Ban Amphur Village : Conquering the marine waste crisis through the application of upcycled innovations to sustainable traditional fishing practices) ประเภทเรื่องราวที่นำเสนอ NATURE & ENVIRONMENT: ชุมชนประมงพื้นบ้านร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ นำนวัตกรรม Upcycling มาเพิ่มมูลค่าให้ขยะทะเล ท่ามกลางปัญหาขยะและการกัดเซาะชายฝั่ง พร้อมพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่เชื่อมโยงกับวิถีประมงพื้นบ้าน
6. ชุมชนตะเคียนเตี้ย จังหวัดชลบุรี
เรื่องการท่องเที่ยวชุมชนตะเคียนเตี้ย สู่การโอบอุ้มผืนป่ามะพร้าวและวิถีชุมชน (Takhiantia: Protecting Nature and Culture through Community Based Tourism) ประเภทเรื่องราวที่นำเสนอ Culture & Heritage: ชุมชนใช้การท่องเที่ยว
โดยชุมชนเป็นเครื่องมืออนุรักษ์พื้นที่สวนมะพร้าวและวิถีชีวิตดั้งเดิม ท่ามกลางแรงกดดันจากการขยายตัวของเมืองพัทยาและการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน เพื่อให้การพัฒนาเศรษฐกิจเดินหน้าไปพร้อมกับการดูแลธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่น
นอกจากนี้ ยังมีผลงานจากประเทศไทยอีกกว่า 10 ผลงานที่ได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมการท่องเที่ยว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รับการยอมรับในเวทีดังกล่าวเช่นกัน
อพท. จะร่วมกับภาคีเครือข่ายนำบทเรียนจากผลงานที่ได้รับจากรางวัลไปต่อยอดและขยายผล เพื่อส่งเสริมให้แหล่งท่องเที่ยวของไทยพัฒนาอย่างยั่งยืนตามบริบทของแต่ละพื้นที่ ยกระดับการบริหารจัดการและมาตรฐานในระดับสากล พร้อมสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนและผู้มาเยือนในระยะยาวต่อไป
จากรางวัลระดับโลกสู่โจทย์การพัฒนาเมืองไทย
อพท. เริ่มดำเนินงานพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวตามแนวทางหลักเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก หรือ Global Sustainable Tourism Criteria (GSTC) ของสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก ตั้งแต่ปี 2562 โดยมุ่งส่งเสริมการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวให้เกิดความสมดุลใน 4 มิติ ได้แก่ ชุมชน วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และประสบการณ์ของผู้มาเยือน
นอกจากผลงานทั้ง 6 แห่งของ อพท. แล้ว ยังมีผลงานจากประเทศไทยอีกกว่า 10 ผลงาน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมการท่องเที่ยว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานภาคีเครือข่าย เข้ารับการยอมรับในเวทีเดียวกัน
ในมุมของการพัฒนาเมือง รางวัลดังกล่าวชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญว่า การสร้างเมืองท่องเที่ยวที่ยั่งยืนไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากโครงการลงทุนขนาดใหญ่เสมอไป แต่อาจเริ่มจากการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ การสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบบริหารจัดการ
ไม่ว่าจะเป็นการจัดการขยะทะเลในบ้านอำเภอ การส่งเสริมการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าในสุโขทัย หรือการรักษาพื้นที่สวนมะพร้าวในตะเคียนเตี้ย ล้วนเป็นตัวอย่างของการนำแนวคิดความยั่งยืนมาปรับใช้กับโจทย์เฉพาะของแต่ละเมือง
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญหลังจากได้รับรางวัล คือการทำให้แนวทางเหล่านี้ดำเนินต่อเนื่องและขยายผลได้จริง ทั้งในด้านการจัดการทรัพยากร การมีส่วนร่วมของชุมชน และการติดตามผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
อพท. ระบุว่าจะร่วมกับภาคีเครือข่ายนำบทเรียนจากผลงานที่ได้รับรางวัลไปต่อยอดและขยายผล เพื่อสนับสนุนให้แหล่งท่องเที่ยวไทยพัฒนาอย่างยั่งยืนตามบริบทของแต่ละพื้นที่ ยกระดับการบริหารจัดการและมาตรฐานสู่ระดับสากล พร้อมสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนและผู้มาเยือนในระยะยาว
บทเรียนจาก 6 พื้นที่จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การท่องเที่ยว แต่ยังเป็นแนวทางที่เมืองอื่นสามารถนำไปปรับใช้ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และการรักษาทุนทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของท้องถิ่น







