
ททท. ชู 5 ทิศทางสินค้าท่องเที่ยวปี 2570 ดันไทยสู่ High-Value
ททท. เปิดตัว THAILAND NEXTPERIENCE 2027 ชู 5 ทิศทางพัฒนาสินค้าท่องเที่ยว มุ่งยกระดับไทยสู่ High-Value Destination ตั้งเป้ารายได้ปี 2570 เติบโตไม่ต่ำกว่า 5%
KEY
POINTS
- ททท. กำหนดทิศทางปี 2570 มุ่งยกระดับท่องเที่ยวไทยสู่ High-Value โดยเปลี่ยนจากการเน้นจำนวนนักท่องเที่ยวไปสู่การดึงดูดกลุ่มคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง ตั้งเป้ารายได้เติบโตไม่น้อยกว่า 5%
- ชู 5 กลยุทธ์หลักในการพัฒนาสินค้าท่องเที่ยว ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness), เศรษฐกิจเทศกาล (Festival), การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ (Experience), การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนและฟื้นฟู (Sustainable), และการสร้างความเชื่อมั่น (Trusted Thailand)
- เน้นการสร้างประสบการณ์พรีเมียมผ่านซอฟต์พาวเวอร์ เช่น ผลักดันไทยสู่จุดหมายปลายทางด้านสุขภาพระดับโลก จัดอีเวนต์และเทศกาลตลอดปี และยกระดับงานประเพณีท้องถิ่นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
ททท. กางยุทธศาสตร์ปี 2570 ยกระดับท่องเที่ยวไทยสู่ High-Value ชู 5 ทิศทางสินค้าพรีเมียม ดันรายได้โตไม่ต่ำกว่า 5%
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประกาศทิศทางการพัฒนาสินค้าและประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยปี 2570 ภายใต้กิจกรรม “THAILAND NEXTPERIENCE : TOURISM PRODUCT HIGHLIGHT 2027”
เน้นย้ำการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยตามแนวคิด Value over Volume ภายใต้ยุทธศาสตร์ “Transform Together”
เพื่อเปลี่ยนผ่านจากการเน้นจำนวนนักท่องเที่ยวไปสู่การดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง พร้อมตั้งเป้าผลักดันรายได้การท่องเที่ยวในปี 2570 ให้เติบโตไม่น้อยกว่า 5%
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า ททท. ได้นำกรอบการพัฒนา "Amazing 5 Economy" และกลไก Partnership 360 มาใช้ผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วน
เพื่อยกระดับสินค้าและบริการท่องเที่ยวไทยให้ได้มาตรฐานสากล สอดรับกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่แสวงหาประสบการณ์ที่มีความหมาย (Meaningful Destination) ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และให้ความสำคัญกับสุขภาวะ
สำหรับ 5 ทิศทางหลักในการพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวไทยปี 2570 ประกอบด้วย
Wellness and Longevity Tourism: ยกระดับประเทศไทยสู่ Global Health & Healing Destination ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” นำจุดแข็งด้านการแพทย์ สุขภาพ และทรัพยากรธรรมชาติ มาสร้างประสบการณ์ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม 3 ด้าน
ได้แก่ Heal Better (การรักษาและฟื้นฟู), Live Longer (การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและชะลอวัย) และ Feel Better (ปรับสมดุลกายใจผ่าน Nature Healing และ Sport Wellness) เช่น โครงการศิริราชสัปปายะสถาน และกิจกรรม Surf Therapy "The Wave of Healing" ที่จังหวัดพังงา
Festival Economy: ขับเคลื่อนแนวคิด “365 Days of Celebration” ใช้เทศกาลและอีเวนต์ระดับโลกกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายตลอดทั้งปี เช่น Pride Month, Tomorrowland Thailand, EDC Thailand, S2O และ Wonderfruit
ควบคู่กับการยกระดับงานประเพณีท้องถิ่นเป็น Signature Events เพื่อกระจายรายได้สู่ภูมิภาค เช่น งานแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี งานไหลเรือไฟนครพนม และเทศกาลแห่ดาวคริสต์มาสสกลนคร
Experience Economy: ชูอัตลักษณ์และซอฟต์พาวเวอร์ไทยผ่านประสบการณ์พรีเมียม อาทิ Meaningful Love Journey ผลักดันไทยเป็น Romance Destination, Soul of Siam
ถ่ายทอดงานหัตถศิลป์ อัญมณี และผ้าไทย และ Creatrip Thailand ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ผ่านศิลปะ งานคราฟต์ และอาหารท้องถิ่น
Sustainable and Regenerative Tourism: พัฒนาการท่องเที่ยวที่ไม่เพียงลดผลกระทบ แต่ยังฟื้นฟูธรรมชาติและชุมชน
โดยต่อยอดจาก Krabi Prototype สู่ Chiang Mai Prototype ต้นแบบการท่องเที่ยวยั่งยืนที่เชื่อมโยงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมล้านนาเข้ากับการเดินทางอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม
Trusted Thailand: ยกระดับความปลอดภัย มาตรฐานสินค้า และการบริการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระดับสากล ผ่านการรับรองมาตรฐาน TAT Certified (เช่น TAT STGs STAR, CF-Hotel)
และการจัดการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards: TTA) ครั้งที่ 16 ในปี 2570
ททท. เชื่อมั่นว่าการมุ่งเน้นพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวมูลค่าสูงและสร้างความร่วมมืออย่างรอบด้าน จะช่วยเพิ่มโอกาสการใช้จ่าย ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และกระจายรายได้สู่ชุมชนฐานรากอย่างทั่วถึงและยั่งยืน







