
น้ำท่วมกรุงเทพฯวิกฤต ไร้คนมอนิเตอร์ การจัดเส้นทางน้ำ เครื่องสูบทำงานแค่ 30%
อรรถเศรษฐ์ อดีตที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. ชี้ กทม.รู้ล่วงหน้าหย่อมความกดอากาศพาดผ่านกรุง ทำฝนแช่และดึงความชื้นจากอ่าวไทย
KEY
POINTS
- กรุงเทพฯ กำลังเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมขั้นวิกฤตในหลายพื้นที่
- สาเหตุสำคัญประการหนึ่งคือไม่มีผู้ตรวจสอบและบริหารจัดการ "จราจรน้ำ" ในระบบระบายน้ำ
- ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องสูบน้ำอยู่ในระดับต่ำ โดยทำงานได้เพียง 30% เท่านั้น
สถานการณ์ฝนตกหนักในกรุงเทพมหานครยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หลังมีฝนตกหนักและฝนตกสะสมในหลายพื้นที่
ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและกระทบต่อการเดินทาง โดยปัจจัยสำคัญมาจากระบบอากาศที่เคลื่อนตัวปกคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และทำให้ฝนมีแนวโน้มตกต่อเนื่อง
นายอรรถเศรษฐ์ เพชรมีศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำ และอดีตที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้ความเห็นถึงสถานการณ์ครั้งนี้ว่า
กทม.สามารถคาดการณ์ลักษณะของระบบอากาศได้ล่วงหน้า เนื่องจากมีสัญญาณของหย่อมความกดอากาศและร่องความกดอากาศพาดผ่านพื้นที่กรุงเทพฯ
“กทม.รู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าจะมีหย่อมความกดอากาศ และเป็นร่องความกดอากาศพาดผ่านอยู่บน กทม. ซึ่งหย่อมมันอยู่ตรงพื้นที่ กทม.เลย ตั้งอยู่พอดีเป๊ะ”
นายอรรถเศรษฐ์อธิบายว่า ลักษณะสำคัญของ “หย่อมความกดอากาศ” คือไม่ได้เคลื่อนผ่านพื้นที่อย่างรวดเร็ว แต่สามารถคงตัวหรือหมุนอยู่บริเวณเดิมเป็นระยะเวลาหนึ่ง ทำให้ความชื้นถูกเติมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มโอกาสเกิดฝนตกหนักในพื้นที่เดิม
“ทีนี้การเป็นหย่อม มันจะแช่ มันไม่ได้ถูกพัดไปเลยทีเดียว ไม่ได้เข้ามาแล้วออกไปได้เลย มันหมุนอยู่ในศูนย์กลางของ กทม. ก็พาความชื้นจากอ่าวไทยขึ้นมา”
ปัจจัยดังกล่าวจึงทำให้การบริหารจัดการน้ำในกรุงเทพฯ ต้องรับมือทั้งปริมาณฝนที่ตกลงมาในพื้นที่และน้ำที่สะสมจากฝนตกต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและจุดที่มีปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซาก ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะระบายน้ำไม่ทันหากฝนตกหนักในช่วงเวลาสั้นๆ
ขณะที่พยากรณ์อากาศในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ภาคตะวันออกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคใต้ มีฝนตกหนักบางแห่ง
สาเหตุเกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณชายฝั่งเวียดนามตอนล่างที่จะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศกัมพูชา ตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออก
ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน รวมถึงพื้นที่ที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก
สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่ฝนตกหนักในช่วงเวลาสั้นและฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังระยะสั้นและกระทบต่อการเดินทาง ประชาชนจึงควรติดตามสถานการณ์ฝนและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง
ส่วนสถานการณ์คลื่นลม อ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร







