
เอกนิติ ถกบอร์ด Data Center 4 ก.ย. ลุยปิดช่องโหว่กฎหมาย พบกระทำผิดต้องลงโทษ
รมว.คลัง นั่งปธ.บอร์ด Data Center นัดถกครั้งแรก 4 ก.ย. เชิญผู้ว่าฯ กทม.ร่วม บูรณาการหน่วยงาน ไล่เช็กช่องโหว่กม. ย้ำพบกผิดต้องลงโทษ จ่อวางหลักเกณฑ์ใหม่ หลัง BOI หยุดรับพิจารณาโครงการใหม่ตั้งแต่ เม.ย.
KEY
POINTS
- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ จะเป็นประธานการประชุมบอร์ด Data Center ครั้งแรกในวันที่ 4 ก.ย. เพื่อบูรณาการการกำกับดูแลกิจการให้เป็นภาพรวม
- การประชุมมีเป้าหมายเพื่อพิจารณาและปิดช่องโหว่ทางกฎหมายที่ผู้ประกอบการบางรายอาจใช้ประโยชน์ เนื่องจากที่ผ่านมาแต่ละหน่วยงานกำกับดูแลแยกส่วนกัน
- จะมีการตรวจสอบผู้ประกอบการ Data Center ที่มีอยู่ทั้งหมด และหากพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมายหรือเงื่อนไข จะต้องถูกดำเนินการลงโทษตามกฎหมาย
ปัญหาการกำกับดูแล Data Center กำลังถูกยกระดับจากเรื่องของหน่วยงานรายกระทรวง ไปสู่การพิจารณาในภาพรวมทั้งประเทศ หลังรัฐบาลมองว่า Data Center เป็นธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายด้าน แต่ที่ผ่านมาแต่ละหน่วยงานพิจารณาเฉพาะอำนาจหน้าที่ของตัวเอง ทำให้เกิดช่องว่างในการกำกับดูแล
ล่าสุด นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้หารือกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และเตรียมเชิญเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ หรือ บอร์ด Data Center ในช่วงเช้าวันที่ 4 ก.ย. 2569 ซึ่งจะเป็นการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมการชุดที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง และมอบหมายให้นายเอกนิติเป็นประธาน
นายเอกนิติ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้จะพิจารณาเรื่อง Data Center ในภาพรวม เนื่องจากปัจจุบัน Data Center เป็นเรื่องใหม่ และที่ผ่านมาอาจมีผู้ประกอบการบางรายใช้ช่องว่างของกฎหมาย หรือดำเนินการผ่านช่องทางที่กฎหมายบางฉบับยังไม่ได้กำหนดให้ครอบคลุมกิจการประเภทนี้โดยตรง
หัวใจสำคัญของการประชุมคือการนำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาบูรณาการการทำงานร่วมกัน เนื่องจากที่ผ่านมาแต่ละหน่วยงานจะพิจารณาเรื่อง Data Center ภายใต้กฎหมายและอำนาจหน้าที่ของตัวเอง แต่ยังไม่มีการมองภาพรวมว่ากิจการหนึ่งแห่งเกี่ยวข้องกับกฎหมายและหน่วยงานใดบ้าง
“วันศุกร์นี้จะมีการประชุมบอร์ดที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้นเป็นครั้งแรก โดยเชิญผู้ว่าฯ กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมพิจารณาภาพรวมการกำกับดูแล Data Center รวมถึงช่องโหว่ทางกฎหมายที่เกิดจากกฎหมายบางส่วนยังไม่ได้บังคับใช้หรือครอบคลุมไม่ทั่วถึง เพื่อบูรณาการการกำกับดูแลให้ครอบคลุมมากขึ้น เนื่องจากเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย ขณะที่ BOI หยุดพิจารณาโครงการ Data Center ใหม่ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ดังนั้นโครงการที่อยู่ระหว่างการพิจารณาขณะนี้จึงเป็นโครงการเดิมที่สะสมมาก่อนหน้านี้”
สำหรับองค์ประกอบของคณะกรรมการ จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งด้านพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงผู้ว่าฯ กทม. เข้ามาร่วมพิจารณา เพื่อให้การกำกับดูแลครอบคลุมทั้งด้านพื้นที่ การก่อสร้าง พลังงาน และผลกระทบในด้านต่างๆ รวมถึงเร่งบูรณาการกฎหมาย ข้อมูล และการกำกับดูแลของทุกหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น”
ไล่เช็กพบกระทำผิดต้องดำเนินการตามกม.
นายเอกนิติ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบคือ ปัจจุบันมี Data Center รายใดบ้างที่ดำเนินการโดยไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายหรือเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจำเป็นต้องนำกฎหมายที่มีอยู่เข้าไปบังคับใช้กับผู้ที่กระทำผิด
โดยเฉพาะกรณี Data Center บางแห่งที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เมือง หรืออยู่ระหว่างการก่อสร้าง หากพบว่าผิดเงื่อนไขหรือไม่เป็นไปตามกฎหมาย จะต้องพิจารณาเป็น รายกรณี โดยนายเอกนิติย้ำชัดว่า หากพบว่าผู้ประกอบการรายใดทำผิดกฎหมาย ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย
ทั้งนี้ การเชิญผู้ว่าฯ กทม. เข้ามาร่วมประชุม ก็เพื่อให้สามารถพิจารณาข้อมูลและข้อเท็จจริงของ Data Center ที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้อย่างรอบด้าน โดยเฉพาะกรณีที่มีการยื่นขออนุญาตในลักษณะหนึ่ง แต่ข้อเท็จจริงของโครงการอาจเข้าข่ายกิจกรรมหรือการใช้ประโยชน์ที่แตกต่างออกไป
BOI เร่งรวบรวมข้อมูล Data Center
นายเอกนิติ กล่าวถึงการตรวจสอบข้อมูล Data Center ที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยว่า ได้มอบหมายให้ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นแล้ว โดยเฉพาะโครงการที่เข้ามาผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI
เบื้องต้นคาดว่า Data Center ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI โดยตรงมีจำนวนไม่มาก ขณะที่ผู้ประกอบการบางส่วนอาจเข้ามาผ่านช่องทางหรือประเภทกิจการอื่นที่มีอยู่ ซึ่งอาจอยู่นอกกรอบการกำกับดูแลโดยตรง โดยขณะนี้ BOI อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล เพื่อให้เห็นภาพรวมและนำไปสู่การจัดระบบการกำกับดูแล Data Center ให้ชัดเจนมากขึ้น
ดังนั้น ขั้นตอนต่อไปคือการรวบรวมข้อมูลให้ชัดว่า ปัจจุบันไทยมี Data Center กี่แห่ง ใครเป็นผู้ประกอบการ และแต่ละแห่งอยู่ภายใต้กฎหมายหรือใบอนุญาตใด รวมถึงตรวจสอบว่ามีส่วนใดที่อยู่นอกกรอบการกำกับดูแลหรือไม่
อีกประเด็นที่ต้องตรวจสอบคือ น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับระบบไฟฟ้าสำรอง เนื่องจาก Data Center ต้องมีไฟฟ้าสำรองเพื่อให้ระบบทำงานได้ต่อเนื่อง จึงต้องดูว่าการจัดเก็บน้ำมันของแต่ละแห่งเป็นไปตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนดหรือไม่
ทั้งนี้ การกำกับดูแล Data Center ไม่ใช่แค่การปิดช่องโหว่ทางกฎหมาย แต่ต้องดูผลกระทบให้รอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยต้องสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมการลงทุนกับการดูแลผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศ
สำหรับระยะต่อไป เมื่อวางระบบกำกับดูแลได้ชัดเจนแล้ว จะต้องมาดูต่อว่าไทยจะ คว้าโอกาสจากการลงทุน Data Center ได้อย่างไร เพราะเป้าหมายไม่ใช่แค่ป้องกันผลกระทบ แต่ต้องทำให้การลงทุนเกิดประโยชน์กับประเทศมากที่สุด
ซึ่งประเด็นนี้จะเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญที่บอร์ด Data Center นำมาหารือในการประชุมครั้งแรก เพื่อวางกรอบกำกับดูแลให้ชัด ทั้งเรื่องกติกา การบังคับใช้กฎหมาย และการส่งเสริมการลงทุนให้เกิดประโยชน์กับประเทศ







