
กทม.ไร้คนเร่ร่อน ! เร่งจัดระเบียบคนไร้บ้าน ชู 'บ้านอิ่มใจ' คืนอาชีพ
ชัชชาติลุยจัดระเบียบคนไร้บ้านเกาะรัตนโกสินทร์ ชูหลักชวนไม่บังคับ ส่งต่อบ้านอิ่มใจ มุ่งแก้ปัญหาคนเร่ร่อนกว่าพันคนด้วยการฝึกอาชีพและฟื้นฟูสุขภาพ
KEY
POINTS
- กทม. เดินหน้าจัดระเบียบคนไร้บ้านในพื้นที่สาธารณะ โดยส่งต่อไปยังศูนย์พักพิง "บ้านอิ่มใจ" เพื่อดูแลด้านสวัสดิการและสุขอนามัย
- มุ่งเน้นการสร้างโอกาสในการทำงานและคืนอาชีพให้คนไร้บ้าน โดยร่วมมือกับภาคเอกชนในการจัดหางานที่เหมาะสม
- ขอความร่วมมือประชาชนเปลี่ยนรูปแบบการบริจาคอาหาร โดยให้นำไปมอบผ่าน "บ้านอิ่มใจ" แทนการแจกในที่สาธารณะ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำทีมผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานศูนย์ลงทะเบียนและคัดกรองประชาชน บริเวณตรอกสาเก เขตพระนคร เพื่อเดินหน้าจัดระเบียบพื้นที่สาธารณะควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มคนเร่ร่อนและคนไร้บ้านในเขตเกาะรัตนโกสินทร์
การลงพื้นที่ครั้งนี้ กทม. เน้นการทำงานเชิงรุก ภายใต้หลักการ “ชวน ไม่บังคับ ดูแล ไม่ทอดทิ้ง” โดยทีมงานจะเข้าไปพูดคุยประเมินความต้องการ
ทั้งปัญหาสุขภาพกายและสุขภาพจิต ก่อนประสานส่งต่อไปยัง “บ้านอิ่มใจ” ซึ่งเป็นสถานพักพิงที่ให้บริการด้านสวัสดิการ สุขอนามัย และการฝึกทักษะอาชีพ
เพื่อเตรียมความพร้อมให้กลุ่มเป้าหมายสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อีกครั้ง
นายชัชชาติ ย้ำว่า หัวใจสำคัญของการแก้ปัญหานี้คือ "การสร้างโอกาสในการทำงาน" แม้การจัดหางานให้กลุ่มคนไร้บ้านจะไม่ใช่เรื่องง่ายเนื่องจากข้อจำกัดที่แตกต่างกัน
แต่ กทม. ได้พยายามประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนในการจัดหาตำแหน่งงานระยะสั้นที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดการพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ยังมีการจัดทีมแพทย์และหน่วย MCATT เข้ามาดูแลผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตและสารเสพติดอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ เพื่อให้การจัดการพื้นที่สาธารณะเป็นไปอย่างมีระเบียบ กทม. ได้ขอความร่วมมือประชาชนและหน่วยงานใจบุญ
ปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริจาคอาหาร โดยให้นำไปมอบผ่าน "บ้านอิ่มใจ" แทนการแจกจ่ายบนพื้นที่สาธารณะโดยตรง เพื่อความเป็นระเบียบและลดปัญหาความสะอาด
สถานการณ์คนไร้บ้าน งบประมาณ และทางออก
จากข้อมูลสถิติของมูลนิธิและหน่วยงานที่ลงพื้นที่สำรวจ พบว่าปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีจำนวนคนไร้บ้านและคนเร่ร่อนกระจายตัวอยู่ประมาณ 1,300 - 1,500 คน (คิดเป็นกว่าครึ่งหนึ่งของคนไร้บ้านทั้งประเทศ)
ด้านงบประมาณ: การดูแลคนไร้บ้านอย่างเป็นระบบต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ทั้งในส่วนของการบริหารจัดการศูนย์พักพิง (Drop-in Center) ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล และกระบวนการฝึกอาชีพ
ซึ่ง กทม. ต้องบูรณาการงบประมาณและกำลังคนร่วมกับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
เพื่อให้มีงบประมาณเพียงพอในการอุดหนุนสวัสดิการพื้นฐานเหล่านี้โดยไม่เป็นภาระของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง
ทางออกและการจัดการปัญหาระยะยาว
นโยบาย Housing First (ที่อยู่อาศัยเป็นหลัก): สนับสนุนที่พักราคาถูกหรือศูนย์พักพิงที่ปลอดภัย เพื่อให้คนไร้บ้านมีจุดตั้งหลักก่อนพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านอื่น
การคืนสิทธิทางทะเบียนราษฎร: ช่วยเหลือเรื่องการทำบัตรประชาชน เพื่อให้พวกเขาสามารถเข้าถึงสิทธิการรักษาพยาบาลและสวัสดิการแห่งรัฐได้
สร้างกลไกจับคู่งาน (Job Matching): ดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมสร้างงานที่เข้าถึงง่าย เช่น งานทำความสะอาด งานคัดแยกขยะ โดยมีรัฐช่วยอุดหนุนหรือให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่บริษัทที่เข้าร่วม







