
ททท.เปิดเกมรุกวางแผนตลาดปี 2570 ชู 4 แม่ไม้ ดันรายได้โต 5%
ททท.วางเกมท่องเที่ยวปี 2570 ปรับจากเน้นปริมาณสู่คุณค่า ชู 4 แม่ไม้ ตั้งเป้ารายได้โต 5% กระจายเมืองหลัก-รอง 60:40 และดัน Loyalty ติด Top 3 เอเชีย
KEY
POINTS
- ททท. ตั้งเป้าแผนการตลาดปี 2570 ให้รายได้จากการท่องเที่ยวเติบโตไม่น้อยกว่า 5% โดยปรับทิศทางจากการเน้น "ปริมาณ" ไปสู่การเติบโตด้วย "คุณค่า"
- ขับเคลื่อนแผนด้วย 4 กลยุทธ์หลัก หรือ "4 แม่ไม้" ได้แก่ การปรับสมดุลตลาด, การยกระดับประสบการณ์, การสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ และการผนึกกำลังทุกภาคส่วน
- มุ่งยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางที่สร้างประสบการณ์ที่มีความหมาย (Meaningful Destination) และเพิ่มความภักดีของนักท่องเที่ยวให้ติด 3 อันดับแรกของเอเชีย
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดแผนปฏิบัติการด้านการตลาดปี 2570 ภายใต้แนวคิด “The Year of Transformation”
ประกาศปรับทิศทางการท่องเที่ยวไทยจากการเติบโตด้วย “ปริมาณ” ไปสู่การเติบโตด้วย “คุณค่า” พร้อมตั้งเป้ารายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 5% จากปี 2569
กระจายนักท่องเที่ยวระหว่างเมืองหลักและเมืองรองในสัดส่วน 60:40 และผลักดันดัชนีความภักดีของนักท่องเที่ยว (Loyalty) ให้ติดอันดับ Top 3 ของเอเชีย
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ระบุว่า แผนการตลาดปี 2570 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
โดยต้องการยกระดับจากการมุ่งสร้างจำนวนนักท่องเที่ยว ไปสู่การสร้างคุณค่าและประสบการณ์ที่มีความหมาย เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมาย “Asia’s No.1 High-Value & Meaningful Destination”
สำหรับการขับเคลื่อนแผนดังกล่าว ททท.วาง “4 แม่ไม้” หรือ 4 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย
แม่ไม้ที่ 1 Rebalance Market Portfolio ปรับสมดุลโครงสร้างตลาด
ททท.จะปรับสมดุลทั้งตลาด กลุ่มลูกค้า และพื้นที่ท่องเที่ยว เพื่อลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง โดยแบ่งตลาดออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ตลาดที่ต้องรักษาการเติบโต (Retain) ตลาดที่ต้องปรับเปลี่ยนสู่กลุ่มคุณภาพใหม่ (Reshape) และตลาดที่ต้องเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่น (Recover)
พร้อมขยายฐานตลาดใหม่ โดยเฉพาะยุโรปตะวันออก ลาตินอเมริกา และเมืองต้นทางใหม่ในตลาดหลัก ขณะที่การแบ่งกลุ่มนักท่องเที่ยวจะพิจารณาจากพฤติกรรมและแรงจูงใจ แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ Mainstream, Experience, High Value และ Premium Traveler
นอกจากนี้ ททท.จะกระจายโอกาสด้านรายได้ไปยัง 19 พื้นที่ท่องเที่ยวใหม่ผ่านโครงการ “The Link Plus” โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในพื้นที่ดังกล่าว 10%
แม่ไม้ที่ 2 Shape Experience Platform ยกระดับประสบการณ์
ททท.ต้องการขยับภาพลักษณ์ Amazing Thailand จากจุดหมายที่ “คุ้มค่าเงิน” ไปสู่จุดหมายที่ “มีความหมาย” โดยต่อยอดแนวคิด “Healing is the New Luxury” ซึ่งนำจุดแข็งด้านสุขภาพ วัฒนธรรม อาหาร ธรรมชาติ และวิถีชีวิตไทย มาสร้างเป็นเหตุผลใหม่ในการเดินทาง
หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการเปิดตัวคาแรกเตอร์ “น้องสุขใจ” และ “น้องรักยิ้ม” เพื่อเป็นตัวแทนในการถ่ายทอดเสน่ห์ของประเทศไทย พร้อมขับเคลื่อนแคมเปญ “365 ไทยเที่ยวไทย เที่ยวได้ทั้งปี” และ “สุขทันที ที่เที่ยวไทย เติมเมืองไทย...ให้ใจได้ฮีล”
ขณะเดียวกันจะพัฒนา Theme Experience ให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค ต่อยอดเครือข่าย UNESCO Thailand Network และแหล่งท่องเที่ยวชุมชนกว่า 55 แห่ง รวมถึงพัฒนาอัตลักษณ์เมืองผ่าน Signature Destination Branding นำร่อง 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย อุบลราชธานี สงขลา ตราด และสมุทรสงคราม
แม่ไม้ที่ 3 Build New Growth Engine สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่
ททท.จะนำจุดแข็งของประเทศไทยมาต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ผ่าน 4 เครื่องยนต์การเติบโตใหม่ที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเข้ากับ Life Economy
ด้านแรกคือ Theme Product Experience ที่นำเสนอ 9 กลุ่มประสบการณ์ พร้อม Unseen Luxperience สำหรับกลุ่ม Premium Traveler
ด้านที่สองคือ Well-being Tourism ยกระดับไทยสู่ Global Health & Healing Destination ด้วยจุดแข็งด้านการแพทย์ครบวงจร เวลเนสเชิงวิทยาศาสตร์ และภูมิปัญญาไทย
ด้านที่สามคือ Festival Economy การจัดกิจกรรมระดับโลกและระดับนานาชาติ พร้อมต่อยอดเทศกาลอัตลักษณ์ไทย
เช่น งานแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี งานไหลเรือไฟจังหวัดนครพนม และเทศกาลแห่ดาวคริสต์มาสจังหวัดสกลนคร ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องมาเยือน
ด้านสุดท้ายคือ Future Sustainability เดินหน้าขยายพื้นที่ต้นแบบการท่องเที่ยวยั่งยืนไปยังจังหวัดน่านและกลุ่ม Wellness Valley พร้อมส่งเสริมโรงแรมคาร์บอนต่ำภายใต้มาตรฐาน CF Hotel และกรอบการประเมินเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG)
แม่ไม้ที่ 4 Transform Together ผนึกทุกภาคส่วนเปลี่ยนไปพร้อมกัน
ททท.จะปรับบทบาทจากหน่วยงานส่งเสริมการตลาดไปสู่การเป็นผู้เชื่อมโยงทุกภาคส่วน โดยใช้ข้อมูลเชิงลึกเป็นฐานในการตัดสินใจ ผ่านระบบ Tourism Value Intelligence และเชื่อมโยงเครือข่ายสำนักงาน ททท. 45 แห่งในประเทศ 2 ศูนย์ประสานงาน และ 29 สำนักงานต่างประเทศ
พร้อมยกระดับองค์ความรู้ของบุคลากรผ่านหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง และเตรียมเปิด “สถาบันผู้นำด้านการท่องเที่ยว” อย่างเป็นทางการในปี 2571 รวมถึงสนับสนุนนวัตกรรมจากสตาร์ตอัปที่สามารถช่วยให้การเดินทางมีความสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น
ผู้ว่า ททท.กล่าวว่า โลกการท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไทยจึงไม่สามารถใช้วิธีคิดแบบเดิมได้อีกต่อไป โดย ททท.ต้องเปลี่ยน “สิ่งที่เรามี” ให้เป็น “สิ่งที่นักท่องเที่ยวต้องการ” และสร้างคุณค่าให้กลายเป็นความได้เปรียบในการแข่งขันของประเทศ
ด้านนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงเป้าหมายรายได้ในปี 2570 ว่า ต้องการให้รายได้ท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น และจากนี้ควรเติบโตเป็นบวกในทุกปี
แต่ยอมรับว่าการกลับไปสู่ระดับรายได้เดิมทำได้ยาก เนื่องจากปัจจัยภายนอกมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น ภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงาน และภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นปัจจัยที่ภาครัฐไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด
“เป้าเราต้องขยับขึ้นทุกปี แล้วก็อยากให้กลับไปจุดเดิมให้ได้ในรายได้” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าว
ขณะที่ผู้ว่าการ ททท. ระบุถึงสถานการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวว่า แม้ปี 2569 อาจไม่เป็นไปตามเป้าหมายเดิม แต่ ททท.จะพยายามผลักดันให้ปี 2570
กลับมาเติบโตเป็นบวกอีกครั้ง สอดคล้องกับทิศทางแผนการตลาดที่ต้องการสร้างการเติบโตจากคุณค่ามากกว่าการพึ่งพาปริมาณเพียงอย่างเดียว
ทั้งนี้ แผนตลาดปี 2570 จึงไม่ได้มุ่งเพียงเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว แต่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มมูลค่าต่อการเดินทาง กระจายรายได้สู่เมืองรอง สร้างประสบการณ์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวอยากกลับมา และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาดโลก







