
รัฐบาลดันโครงการ “1 หมู่บ้าน 1 ช่างไฟฟ้า” พัฒนาทักษะช่างชุมชน รับเทคโนโลยีใหม่
รัฐบาลขยายโครงการ “1 หมู่บ้าน 1 ช่างไฟฟ้า” พัฒนาทักษะช่างชุมชนติดตั้งโซลาร์เซลล์-หัวชาร์จ EV ตั้งเป้า 3,700 คน สร้างอาชีพและรายได้
รัฐบาลเดินหน้ายกระดับทักษะช่างไฟฟ้าชุมชน รับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยขยายโครงการ “1 ตำบล 1 ช่างไฟฟ้า” สู่ “1 หมู่บ้าน 1 ช่างไฟฟ้า” พร้อมเพิ่มทักษะด้านโซลาร์เซลล์และระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อยกระดับความปลอดภัยและสร้างโอกาสทางอาชีพให้ประชาชนในพื้นที่
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะแรงงานไทยให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยเฉพาะการใช้พลังงานสะอาดและระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ Solar Rooftop ซึ่งมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องทั้งในภาคครัวเรือน ธุรกิจ และอุตสาหกรรม
ที่ผ่านมา กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ดำเนินโครงการ “1 ตำบล 1 ช่างไฟฟ้า” ตั้งแต่ปี 2560-2568 เพื่อฝึกอบรมและพัฒนาทักษะช่างไฟฟ้าประจำชุมชน โดยมีผู้ผ่านการฝึกอบรมแล้ว 8,385 คน
ในปี 2569 รัฐบาลเตรียมขยายการดำเนินงานให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น ภายใต้โครงการ “1 หมู่บ้าน 1 ช่างไฟฟ้า” ครอบคลุม 75,668 หมู่บ้านทั่วประเทศ โดยมุ่งสร้างช่างไฟฟ้าชุมชนที่มีทักษะและใบรับรองมาตรฐาน พร้อมช่วยลดความเสี่ยงจากการติดตั้งระบบไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐาน และเพิ่มโอกาสสร้างอาชีพและรายได้ในท้องถิ่น
โครงการตั้งเป้าพัฒนากำลังคนจำนวน 3,700 คน ระหว่างเดือนกันยายน-ธันวาคม 2569 โดยเน้นทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการในอนาคต ครอบคลุม 3 หลักสูตรสำคัญ ได้แก่
1.ช่างไฟฟ้าภายในชุมชน พัฒนาทักษะการติดตั้งระบบไฟฟ้าภายในอาคารให้ถูกต้องตามมาตรฐานและหลักความปลอดภัย
2.การติดตั้งและบำรุงรักษาระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์เซลล์ เพิ่มความรู้ด้านการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบให้เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพและความปลอดภัย
3.การติดตั้ง EV Charging Home พัฒนาทักษะการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าภายในบ้านตามมาตรฐาน เพื่อรองรับการขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้าน EV
รัฐบาลมองว่า การพัฒนาช่างไฟฟ้าระดับชุมชนไม่เพียงช่วยยกระดับความปลอดภัยด้านไฟฟ้า แต่ยังเป็นการเตรียมกำลังคนรองรับเทคโนโลยีพลังงานใหม่ พร้อมสร้างโอกาสให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพและมีรายได้อย่างยั่งยืนในพื้นที่ของตนเอง







