
เปิดแผน AWC ทายาทเจ้าสัวเจริญ ปั้น 11 โครงการริมเจ้าพระยา
เปิดแผนที่ 11 โครงการของ AWC ริมเจ้าพระยา “วัลลภา” ทายาทเจ้าสัวเจริญ ปั้น Riverside Journey ต่อจิ๊กซอว์เชื่อม 2 ฝั่งแม่น้ำ แลนด์มาร์ก-ย่านประวัติศาสตร์
ปี 2569 ถือเป็นอีกปีที่น่าจับตาของบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ภายใต้การนำของ “วัลลภา ไตรโสรัส” ทายาทเจ้าสัวเจริญ ที่เดินหน้าขยายพอร์ตโครงการริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง
ก่อนหน้านี้ไม่นาน AWC สร้างความฮือฮาด้วยแผนพัฒนาเคเบิ้ลคาร์ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเชื่อมการเดินทางระหว่างฝั่งเจริญกรุงและเจริญนคร
ขณะที่ล่าสุดยังประกาศแผนลงทุนโรงแรมหรูแห่งใหม่ริมแม่น้ำ ภายใต้แบรนด์ Plaza Athénée มูลค่าประมาณ 2,900 ล้านบาท
หากย้อนดูการลงทุนที่ผ่านมา จะเห็นว่า AWC เข้าไปพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในทำเลริมเจ้าพระยาหลายแห่ง ตั้งแต่ Asiatique The Riverfront Destination, อาคาร EAC Building, ล้ง 1919 พื้นที่ฝั่งคลองสาน ไปจนถึงย่านทรงวาดและเวิ้งนครเกษมในเยาวราช
ทั้งหมดทำให้ปัจจุบัน AWC มีโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาพื้นที่รอบ 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ รวม 11 โครงการ ทั้งโครงการที่เปิดให้บริการแล้วและโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมหลายหมื่นล้านบาท
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ AWC ไม่ได้มองโครงการเหล่านี้เป็นเพียงอสังหาริมทรัพย์แต่ละแห่งที่แยกออกจากกันอีกต่อไป
ล่าสุด “วัลลภา” ได้วางภาพใหญ่ให้ทั้ง 11 โครงการเชื่อมโยงเป็นเส้นทางเดียวกัน ภายใต้แนวคิด “AWC Riverside Journey” เพื่อสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ริมเจ้าพระยาให้ต่อเนื่องกัน ตั้งแต่ย่านประวัติศาสตร์ แลนด์มาร์กสำคัญ ไปจนถึงแหล่งท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย
แนวคิดนี้จึงไม่ใช่แค่การพัฒนาโรงแรมหรือศูนย์การค้า แต่เป็นการวาง “เส้นทางประสบการณ์” ที่เชื่อมจุดหมายต่างๆ เข้าด้วยกัน โดยแต่ละพื้นที่ยังคงมีเอกลักษณ์และเรื่องราวของตัวเอง แต่สามารถเดินทางต่อเนื่องถึงกันได้
โดย 11 โครงการ ประกอบไปด้วย
1. เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น (ASIATIQUE THE RIVERFRONT) จุดหมายไลฟ์สไตล์และความบันเทิงริมแม่น้ำที่เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเทพฯ
2. จูราสสิคเวิลด์ (Jurassic World Experience Bangkok) ประสบการณ์ธีม Jurassic World ที่นำความบันเทิงรูปแบบใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทาง
3. อวตาร: ผู้พิทักษ์แห่ง Eywa (Avatar: Guardians of Eywa at Blue Dome Asiatique Destination) จุดหมายด้านประสบการณ์และความบันเทิงภายใต้ธีม Avatar
4. MONA BANGKOK จุดหมายด้านศิลปะและวัฒนธรรมระดับโลก เป็นการลงทุนบนพื้นที่ฝั่งเจริญนคร ซึ่งมีที่ดินประมาณ 20 ไร่ บริเวณถนนเจริญนคร 59 ซึ่งถูกวางให้เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของเส้นทางที่เชื่อมกับเคเบิลคาร์ ซึ่งเป็นความร่วมมือกับ MONA จากออสเตรเลีย พิพิธภัณฑ์เอกชนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศออสเตรเลีย ตั้งอยู่ที่เมืองโฮบาร์ต รัฐแทสเมเนียและได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยที่มีอิทธิพลระดับโลก
5. Bangkok Skydrive Adventure หรือสร้าง กระเช้าลอยฟ้า หรือเคเบิ้ลคาร์ "World’s First Sustainable Cross-River Theme Cable Car" ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมการเดินทางระหว่างเอเชียทีค ฝั่งเจริญกรุง ไปยัง MONA Bangkok ฝั่งเจริญนคร โดยจะได้รับการออกแบบโดยไม่มีเสารับกลางแม่น้ำเจ้าพระยาและจะเป็นกระเช้าลอยฟ้าข้ามแม่น้ำที่เน้นความยั่งยืนแห่งแรกของโลก มูลค่าการลงทุนราว 2,000 ล้านบาท
6.The Hotel Plaza Athénée Bangkok (โครงการ ริเวอร์ การ์เด้น)
7.โรงแรมพลาซ่า แอทธินี โนบุ (อาคาร EAC) โรงแรมระดับอัลตร้าลักชัวรีในทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยนำเสนอแนวคิดการเป็นจุดหมายปลายทางที่ผสานความหรูหราเข้ากับทำเลริมแม่น้ำ
8. THE RITZ-CARLTON BANGKOK, THE RIVERSIDE จุดหมายโรงแรมริมแม่น้ำที่นำเสนอประสบการณ์ลักชัวรี พร้อมแนวคิดที่เชื่อมโยงมรดกวัฒนธรรมจีนเข้ากับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม
9. ทรงวาดสเคป (THE SONGWAD SCAPE) จุดหมายที่นำเสนอแนวคิด “Craft the world to Songwad” เชื่อมโยงเสน่ห์ของย่านทรงวาดเข้ากับงานสร้างสรรค์และวิถีชีวิตของคนในพื้นที่
10. ทรงวาดเลนส์ (THE SONGWAD LANES) เส้นทางที่ต่อยอดเรื่องราวของย่านทรงวาดภายใต้แนวคิด “Craft Songwad to the world” สะท้อนการนำอัตลักษณ์ของย่านมาสร้างเป็นประสบการณ์สำหรับนักท่องเที่ยว
11. เวิ้งนครเกษม เยาวราช (WOENG NAKORNKASEM) จุดหมายที่นำเสนอแนวคิด “Legacy of The Past, Inspiration Of Tomorrow” เชื่อมโยงมรดกของพื้นที่ในอดีตเข้ากับแรงบันดาลใจสำหรับอนาคต
ต่อจิ๊กซอว์ 11 โครงการเชื่อมแลนด์มาร์ก-ย่านประวัติศาสตร์
แนวคิดดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียง 11 จุดหมายของ AWC เท่านั้น แต่ยังวางเส้นทางเชื่อมต่อไปยังแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเทพฯ ทั้ง วัดอรุณราชวราราม วัดโพธิ์ พระบรมมหาราชวัง สนามหลวง ปากคลองตลาด วัดมังกร และเยาวราช ทำให้เส้นทางของ AWC ขยายจากพื้นที่เชิงพาณิชย์ไปสู่ย่านประวัติศาสตร์และชุมชนดั้งเดิมของกรุงเทพฯ
ภาพของ AWC Riverside Journey จึงเป็นการนำจุดหมายแต่ละแห่งที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันมาต่อกันเป็นเส้นทางเดียว ตั้งแต่โรงแรมและโครงการลักชัวรี แหล่งท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงพื้นที่ศิลปวัฒนธรรมและย่านเก่าแก่ริมแม่น้ำ
ขณะที่ด้านการเดินทาง AWC วางโครงข่ายเชื่อมต่อระหว่างจุดหมายต่างๆ ผ่านทั้ง ท่าเรือ (Pier) สถานีรถราง (Tram Station) เรือไฟฟ้า Golden Line เส้นทางเดิน และรถรางไฟฟ้า (EV Tram Route) เพื่อให้การเดินทางระหว่างแต่ละพื้นที่มีความต่อเนื่องมากขึ้น
ทั้งหมดสะท้อนภาพว่า AWC กำลังมองพื้นที่ริมเจ้าพระยาเป็นมากกว่าโครงการอสังหาริมทรัพย์แต่ละแห่ง แต่กำลังพัฒนาให้เป็น “Journey” หรือเส้นทางประสบการณ์ ที่เชื่อมทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำเข้ากับแลนด์มาร์ก ย่านประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของกรุงเทพฯ เข้าไว้ด้วยกัน
"วัลลภา ไตรโสรัส" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า ตลอดเส้นทางประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ แม่น้ำเจ้าพระยาเปรียบเสมือนหัวใจของเมือง เป็นสายน้ำที่เต็มไปด้วยชีวิต เชื่อมโยงผู้คน ชุมชน ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกัน
AWC Riverside Journey ได้รับแรงบันดาลใจจากคุณค่าและเรื่องราวเหล่านี้ ด้วยความตั้งใจที่จะร่วมถ่ายทอดเสน่ห์และคุณค่าของกรุงเทพฯ และประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักและสัมผัสได้ในระดับโลก
นอกจากนี้ในอนาคตทาง วัลลภา ยังมองถึงการเชื่อมโยงการเดินทางโดยทางเรือ ระดับหรู เชื่อมจากเจ้าพระยาไปสู่พระนครศรีอยุธยาอีกด้วย
การพัฒนาของ AWC จึงไม่เพียงมองการยกระดับโปรเจ็กต์ต่างๆสู่โครงการไอคอนิกระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเน้นเชื่อมโยงประสบการณ์ของเอกลักษณ์อันหลากหลาย ที่ประกอบไปด้วยวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต เพื่อเชื่อมต่อประสบการณ์ท่องเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ให้เป็นแลนด์มาร์กที่ผสมผสานประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์ สถานที่ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมร่วมสมัย ระดับโลก ผ่าน AWC Riverside Journey







