posttoday
รู้จัก “สัมฤทธิ์ สำเนียง” จาก CFO สายพลังงาน สู่รักษาการ  DD การบินไทยคนใหม่

รู้จัก “สัมฤทธิ์ สำเนียง” จาก CFO สายพลังงาน สู่รักษาการ DD การบินไทยคนใหม่

02 ตุลาคม 2569

การบินไทย แต่งตั้ง “สัมฤทธิ์ สำเนียง” กรรมการและกรรมการบริหาร นั่งรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ DD หลังบอร์ดมีมติเปลี่ยนตัวผู้บริหารระดับสูง ท่ามกลางภารกิจเร่งด่วนในการกู้สถานการณ์การดำเนินงานและเดินหน้าธุรกิจในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถึงการแต่งตั้ง นายสัมฤทธิ์ สำเนียง ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) หรือ DD แทนนายชาย เอี่ยมศิริ

 

โดยปัจจุบันนายสัมฤทธิ์ดำรงตำแหน่งกรรมการและกรรมการบริหารของการบินไทย

 

การเข้ามารับหน้าที่รักษาการ CEO เกิดขึ้นในช่วงที่การบินไทยกำลังเผชิญโจทย์สำคัญทั้งด้านการบริหารจัดการ การดำเนินงาน และการสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้โดยสาร นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสีย

 

รู้จัก “สัมฤทธิ์ สำเนียง” จาก CFO สายพลังงาน สู่รักษาการ  DD การบินไทยคนใหม่

 

จากสายบัญชี สู่ผู้บริหารการเงิน

 

นายสัมฤทธิ์ มีพื้นฐานด้าน บัญชีและบริหารธุรกิจ โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี บัญชีบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 

เส้นทางการทำงานของนายสัมฤทธิ์โดดเด่นด้านการเงิน การบัญชี การบริหารความเสี่ยง และการกำกับดูแลกิจการ โดยระหว่างปี 2562-2567 ดำรงตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการเงินและการบัญชี บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP

 

ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้มีความเชี่ยวชาญในงานบริหารการเงินขององค์กรขนาดใหญ่ รวมถึงการวางแผนทางการเงิน การบริหารความเสี่ยง และการกำกับดูแลในระดับองค์กร

 

นอกจากนี้ ในช่วงปี 2565-2567 ยังดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด

 

เคยอยู่ในบอร์ด THAI ก่อนกลับมารับบทบาทฝ่ายบริหาร

 

สำหรับเส้นทางกับการบินไทย นายสัมฤทธิ์เคยดำรงตำแหน่ง กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ THAI ระหว่างวันที่ 16 มิถุนายน 2568 - 7 มกราคม 2569
ก่อนจะกลับมาดำรงตำแหน่งกรรมการและกรรมการบริหารของการบินไทย และได้รับมอบหมายให้เข้ามารับหน้าที่รักษาการ CEO ในครั้งนี้


ประสบการณ์ทั้งในฐานะกรรมการอิสระและกรรมการบริหาร ทำให้นายสัมฤทธิ์มีความคุ้นเคยกับโครงสร้างองค์กรและประเด็นด้านการกำกับดูแลของการบินไทย

 

โปรไฟล์ด้าน Risk Management และธรรมาภิบาล


อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือ นายสัมฤทธิ์ผ่านการอบรมหลักสูตรด้านการกำกับดูแลกิจการและการบริหารความเสี่ยงจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย หรือ IOD ได้แก่


•    Advanced Audit Committee Program (AACP) รุ่นที่ 60/2569


•    Risk Management Program for Corporate Leaders (RCL) รุ่นที่ 42/2569


•    Director Certification Program (DCP) รุ่นที่ 180/2556

 

นอกจากนี้ยังผ่านหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงของสถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.) รุ่นที่ 29 รวมถึงหลักสูตรนักบริหารการเงินการคลังภาครัฐระดับสูง (บงส.) รุ่นที่ 5 และหลักสูตรด้าน Executive Development และ Leadership จากหลายสถาบัน

 

นั่งกรรมการหลายองค์กร


ปัจจุบันนายสัมฤทธิ์ยังดำรงตำแหน่งกรรมการในหลายองค์กร โดยในบริษัทจดทะเบียนมีตำแหน่ง กรรมการอิสระ ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง และกรรมการตรวจสอบ บริษัท หาญ เอ็นจิเนี่ยริ่ง โซลูชั่น จำกัด (มหาชน)


รวมถึง กรรมการอิสระ ประธานคณะกรรมการบริหารและการลงทุน และกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน)


ขณะเดียวกันยังดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท ยูนิเวอร์แซล ยูทีลิตี้ส์ จำกัด (มหาชน), กรรมการบริหารบริษัท พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และกรรมการสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย

 

โจทย์ใหญ่ในตำแหน่งรักษาการ CEO

 

การเข้ารับตำแหน่งรักษาการ CEO ของการบินไทย จึงเป็นอีกบทบาทสำคัญของนายสัมฤทธิ์ โดยเฉพาะในช่วงที่บริษัทต้องเร่งจัดการปัญหาการดำเนินงาน ฟื้นความเชื่อมั่น และสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ

 

จากโปรไฟล์ที่ผ่านมา จุดแข็งสำคัญของนายสัมฤทธิ์อยู่ที่ การเงิน บัญชี การบริหารความเสี่ยง การกำกับดูแลกิจการ และประสบการณ์ในองค์กรขนาดใหญ่

 

ขณะที่ความท้าทายของตำแหน่ง CEO การบินไทยจะอยู่ที่การนำประสบการณ์ดังกล่าวมาประสานกับการบริหารธุรกิจสายการบิน ซึ่งมีความซับซ้อนทั้งด้านปฏิบัติการ การบริการ การเงิน และความเชื่อมั่นของผู้โดยสาร

 

นับจากนี้สายตาของตลาดจึงจับจ้องว่า รักษาการ CEO คนใหม่จะเข้ามาบริหารจัดการสถานการณ์ของ THAI อย่างไร และจะวางแนวทางสร้างเสถียรภาพให้การบินไทยเดินหน้าต่อในช่วงเปลี่ยนผ่านได้อย่างไร.

ข่าวล่าสุด

“ทรูเพื่อคนไทย” พร้อมเคียงข้างในยามวิกฤต รวมพลังผู้บริหารและพนักงาน

“ทรูเพื่อคนไทย” พร้อมเคียงข้างในยามวิกฤต รวมพลังผู้บริหารและพนักงาน