
"วีระ" จี้จุดอ่อนกระทรวงพลังงาน แนะเลิกเก็บเงินสมทบ ENCON เร่งปิดจ๊อบ PDP 2026!
นายวีระ ธีระภัทรานนท์ กมธ.งบฯ 2570 เปิด 7 ปมปัญหาโครงสร้างกระทรวงพลังงาน จี้เลิกเก็บเงินกองทุน ENCON เร่งจัดทำ PDP 2026 และแก้ปัญหาผู้บริหารองค์กรพลังงานที่ยังว่างหลายตำแหน่ง
KEY
POINTS
- "วีระ" ชี้ปัญหาเชิงโครงสร้างของกระทรวงพลังงาน เช่น การมีกรรมการในหน่วยงานกำกับดูแลไม่ครบองค์ประกอบ และการขาดผู้บริหารตัวจริงในกองทุนสำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเชิงนโยบาย
- เสนอให้ยกเลิกการเก็บเงินสมทบเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ENCON Fund) ทันที เนื่องจากกองทุนมีเงินสะสมอยู่แล้วจำนวนมาก (กว่า 16,000 ล้านบาท) และไม่มีความจำเป็นต้องเก็บจากประชาชนอีก
- เรียกร้องให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เร่งจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2026) ให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ เพื่อสร้างความชัดเจนและทิศทางการลงทุนด้านพลังงาน
- ตั้งคำถามถึงความคืบหน้าในการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ การเจรจาพื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทย และปัญหาธรรมาภิบาลภายในองค์กรกำกับดูแลกิจการพลังงาน (กกพ.)
วีระ ชี้งบกระทรวงพลังงานปี 2570 ลด 18% แต่ภารกิจดูแลเงินกว่า 3 ล้านล้านบาท จี้เร่งปฏิรูปโครงสร้าง-เร่งทำ PDP 2026
ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ได้สะท้อนประเด็นสำคัญเกี่ยวกับทิศทางการบริหารพลังงานของประเทศ เมื่อ นายวีระ ธีระภัทรานนท์ กรรมการในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 อภิปรายถึงงบประมาณและปัญหาเชิงโครงสร้างของกระทรวงพลังงาน พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขหลายประเด็นที่เห็นว่าควรเร่งดำเนินการ
นายวีระกล่าวว่า แม้งบประมาณของกระทรวงพลังงานในปี 2570 จะได้รับจัดสรรเพียง 2,293 ล้านบาท ลดลงจากปี 2569 ซึ่งอยู่ที่ 2,797 ล้านบาท หรือลดลงประมาณ 18% แต่ภารกิจของกระทรวงกลับมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะต้องกำกับดูแลค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าและน้ำมันของประเทศที่มีมูลค่ารวมกว่า 3 ล้านล้านบาทต่อปี การตัดสินใจเชิงนโยบายเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจทั้งประเทศ
กระทรวงพลังงานเป็น "กระทรวงเศรษฐกิจ" ที่การเมืองจับตา
นายวีระระบุว่า กระทรวงพลังงานเป็นหนึ่งในกระทรวงที่ฝ่ายการเมืองให้ความสำคัญมาโดยตลอด เพราะมีหน้าที่กำหนดนโยบายด้านน้ำมันและไฟฟ้า กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ ได้แก่ ปตท. และ กฟผ. รวมถึงเกี่ยวข้องกับการอนุมัติสัมปทานและใบอนุญาตด้านพลังงาน ซึ่งมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง
สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ผู้บริหารไม่ครบ กระทบการตัดสินใจ
นายวีระตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจุบัน คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีกรรมการเพียง 4 คน จากที่กฎหมายกำหนดไว้ 7 คน และสถานการณ์ดังกล่าวดำเนินมาตั้งแต่ปี 2567 ส่งผลให้การพิจารณาประเด็นสำคัญ เช่น การกำหนดค่าไฟฟ้าและการกำกับกิจการพลังงานของประเทศ ขาดความพร้อม และมีคนตัดสินใจเพียง 4 คน
นอกจากนี้ ยังพบว่า สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (SFFO) และสำนักงานกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ENCON Fund) ยังไม่มีผู้จัดการตัวจริง มีเพียงผู้รักษาการ ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการบริหารกองทุนทั้งสองแห่ง
"กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ" จี้ตอบทิศทางสัมปทานรอบใหม่และพื้นที่ทับซ้อนอ่าวไทย
นายวีระสอบถามถึงความคืบหน้าการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ ทั้งบนบกและทะเลอันดามัน รวมถึงการประเมินศักยภาพแหล่งก๊าซธรรมชาติและน้ำมัน พร้อมขอความชัดเจนว่ารัฐบาลจะเดินหน้าระบบแบ่งปันผลผลิต (PSC) ควบคู่กับระบบสัมปทานอย่างไร
อีกประเด็นคือความพร้อมของประเทศไทยในการเจรจาพื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทย หากการเจรจาตามกรอบ UNCLOS มีความคืบหน้า เพื่อให้สามารถพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติได้ทันทีเมื่อมีโอกาส
เสนอ พพ. และกองทุน ENCON หยุดเก็บเงินประชาชนทันที
ประเด็นที่นายวีระอภิปรายอย่างเข้มข้น คือ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) และกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ENCON Fund) โดยระบุว่า ประชาชนยังถูกเรียกเก็บเงินสมทบเข้ากองทุนดังกล่าว 5 สตางค์ หรือ 0.05 บาทต่อน้ำมันหนึ่งลิตร คิดเป็นรายได้เข้ากองทุนประมาณ 1,800 ล้านบาทต่อปี ขณะที่กองทุนมีเงินสะสมกว่า 16,000 ล้านบาท
แม้จะมีการตั้งงบรายจ่ายประมาณ 9,000 ล้านบาท ก็ยังเหลือเงินสะสมอีกกว่า 7,000 ล้านบาท จึงเห็นว่าไม่มีความจำเป็นต้องจัดเก็บเงินจากประชาชนต่อไป
นายวีระเสนอให้ ยกเลิกการจัดเก็บเงินสมทบเข้ากองทุนทันที พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเงินกองทุนจำนวนไม่น้อยถูกใช้ไปกับโครงการประชาสัมพันธ์และกิจกรรมที่ไม่เห็นผลลัพธ์เป็นรูปธรรม ขณะที่งานวิจัยด้านการอนุรักษ์พลังงานกลับมีน้อยกว่าที่ควร
โดยนายวีระได้กล่าวถึงประเด็นเงินสมทบกองทุนอนุรักษ์พลังงานไว้อย่างน่าสนใจ พร้อมกับยกสไลด์ข้อมูลแสดงด้วยโดยระบุว่า
"ประเด็นอยู่ที่แถว 2 ครับ แถวที่วงสีเขียวอันนี้คือเงินสมทบกองทุนอนุรักษ์พลังงาน ตรงนี้ที่ผมอยากจะพูด ลิตรละ 5 สตางค์เนี่ย ทุกคนที่เติมน้ำมันต้องจ่ายแบบรวมกันแล้ว ปีละ 1,800 ล้านบาท... ผมไปค้นไปค้นมาผมตกใจมาก ว่ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งทำอะไรไม่รู้เนี่ย มีเงินสะสมต้นปี 2569 1,6000 ล้านบาท แล้วคุณมาเก็บอะไรกันอีก ก็ต้องบอกว่าเลิกเก็บได้แล้วครับ เลิกเลยครับ...ลิตรละ 5 สตางค์ต้องเอาออกเลยนะครับ ต้องเลิกเงินสมทบกองทุนอนุรักษ์พลังงาน"
กรมธุรกิจพลังงาน ยกระดับฐานข้อมูลให้ทันสถานการณ์
นายวีระกล่าวชื่นชมการพัฒนาฐานข้อมูลของกรมธุรกิจพลังงานในช่วงวิกฤตราคาพลังงานที่ผ่านมา แต่เสนอให้พัฒนาระบบข้อมูลให้เป็นปัจจุบันมากขึ้น รองรับการตัดสินใจเชิงนโยบายแบบทันเวลา และเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชนอย่างโปร่งใส
เร่ง สนพ. ปิดจ๊อบ PDP 2026 ภายในปีนี้
สำหรับ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) นายวีระระบุว่า จะไม่เสนอปรับลดงบประมาณ เพราะเป็นหน่วยงานวิชาการหลักของกระทรวง พร้อมเรียกร้องให้เร่งจัดทำ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2026) ให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ เพื่อสร้างความชัดเจนต่อการลงทุนของประเทศ ทั้งโรงไฟฟ้า SMR พลังงานหมุนเวียน และการลงทุนด้านก๊าซธรรมชาติ
พร้อมกันนี้ ยังเสนอให้ สนพ. เพิ่มบุคลากรเฉพาะทาง เช่น นักเศรษฐศาสตร์ปิโตรเลียม หรือสร้างความร่วมมือด้านข้อมูลกับ ปตท. และ กฟผ. เพื่อยกระดับคุณภาพการวางแผนพลังงานของประเทศ
กกพ. ถูกตั้งคำถามเรื่องธรรมาภิบาล
นายวีระยังกล่าวถึงกรณีโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงาน กกพ. มูลค่ากว่า 600 ล้านบาท ที่ยังไม่แล้วเสร็จ หลังผู้รับเหมาทิ้งงานหลายครั้ง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากองค์กรกำกับดูแลยังไม่สามารถบริหารจัดการโครงการของตนเองได้ ก็สะท้อนถึงปัญหาด้านธรรมาภิบาลที่ควรได้รับการแก้ไข
ขอเปิดข้อมูลการใช้เงินกองทุน ENCON ทุกโครงการ
ในช่วงท้ายของการอภิปราย นายวีระขอให้กระทรวงพลังงานจัดส่งข้อมูลการใช้จ่ายของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานทั้งหมด ตั้งแต่เริ่มจัดตั้งกองทุนจนถึงปัจจุบัน ทั้งโครงการที่ดำเนินการแล้ว โครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ และโครงการที่จะเปิดรับข้อเสนอใหม่ เพื่อให้คณะกรรมาธิการสามารถตรวจสอบความคุ้มค่าและความโปร่งใสของการใช้เงินได้อย่างครบถ้วน
นายวีระย้ำว่า แม้งบประมาณของกระทรวงพลังงานจะมีสัดส่วนไม่มากเมื่อเทียบกับภารกิจที่ต้องรับผิดชอบ แต่บทบาทของกระทรวงมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างยิ่ง จึงจำเป็นต้องเร่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง แต่งตั้งผู้บริหารในองค์กรสำคัญให้ครบถ้วน เร่งจัดทำ PDP 2026 และทบทวนการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารนโยบายพลังงานของประเทศในระยะยาว
สรุปชัดๆ ภาพรวมและการลดลงของงบประมาณ
- งบประมาณปี 2570: กระทรวงพลังงานได้รับจัดสรร 2,293 ล้านบาท ลดลง 500 ล้านบาท (18%) จากปี 2569 (2,797 ล้านบาท)
- นายวีระ ธีระภัทรานนท์ (กมธ.งบฯ 2570) แสดงความกังวลว่า แม้แต่งบประมาณจะลดลง แต่กระทรวงฯ มีภารกิจใหญ่หลวงในการบริหารจัดการค่าไฟฟ้าและน้ำมันที่ประชาชนต้องจ่ายรวมกว่า 3 ล้านล้านบาทต่อปี การบริหารที่ผิดพลาดจะส่งผลกระทบต่อทั้งประเทศ
- ความสนใจทางการเมือง: กระทรวงพลังงานเป็นที่สนใจของฝ่ายการเมืองอย่างมาก เนื่องจากมีบทบาทในการกำหนดนโยบายน้ำมันและไฟฟ้า รวมถึงกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ 2 แห่ง คือ ปตท. (มีบริษัทลูกเกือบ 200 แห่ง) และ กฟผ. ซึ่งเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์มหาศาลและการออกใบอนุญาต/สัมปทาน
ปัญหาเชิงโครงสร้างและข้อเสนอแนะสำหรับหน่วยงานหลัก:
1. สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน:
- คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.): ปัจจุบันมีกรรมการเพียง 4 คน จากที่ต้องมี 7 คน ตั้งแต่ปี 2567 ทำให้ขาดบุคคลากรในการตัดสินใจเรื่องค่าไฟฟ้าและนโยบายสำคัญ ผู้พูดเห็นว่าไม่เหมาะสม
- สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (SFFO) และสำนักงานกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ENCON Fund): ทั้งสองหน่วยงานไม่มีผู้บริหารระดับสูง (ผู้จัดการ) มีเพียงผู้รักษาการ ซึ่งเป็นปัญหาต่อการบริหารจัดการราคาน้ำมันขายปลีกและกองทุนฯ
2. กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ:
- สัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่: สอบถามเกี่ยวกับความสนใจในการเปิดสัมปทานใหม่ทั้งบนบกและในทะเลอันดามัน รวมถึงศักยภาพในการค้นพบก๊าซธรรมชาติและน้ำมัน
- ระบบ Production Sharing: ต้องการการประเมินและทิศทางที่ชัดเจนว่าจะใช้ระบบแบ่งปันผลผลิตควบคู่กับระบบสัมปทานต่อไปอย่างไร
- การเจรจาพื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทย: สอบถามถึงความพร้อมของกรมฯ ในการเจรจาพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติในพื้นที่ที่มีการไกล่เกลี่ยตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)
3. กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.):
- กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ENCON Fund): เป็นประเด็นสำคัญที่สุด ผู้บริโภคถูกเรียกเก็บเงินสมทบ 0.05 บาท/ลิตร รวม 1,800 ล้านบาทต่อปี แต่ ณ ต้นปี 2569 กองทุนฯ มีเงินสะสมถึง 16,000 ล้านบาท และแม้จะมีการประมาณการรายจ่าย 9,000 ล้านบาท ก็ยังคงเหลือเงินสะสมกว่า 7,000 ล้านบาท
ข้อเสนอแนะ: เรียกร้องให้ ยกเลิกการเก็บเงินสมทบเข้ากองทุนอนุรักษ์พลังงานทันที โดยมองว่าวิธีคิดแบบเก่าไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และเงินกองทุนฯ มักถูกนำไปใช้ในรายการที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เช่น การประชาสัมพันธ์ โดยไม่เห็นผลงานวิจัยที่เป็นรูปธรรม
4.กรมธุรกิจพลังงาน:
- การพัฒนาข้อมูล: ชื่นชมการพัฒนาข้อมูลในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา แต่เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาระบบข้อมูลที่ทันสมัย สามารถใช้งานได้ทันสถานการณ์ และเผยแพร่ข้อมูลให้สาธารณะเข้าใจอย่างโปร่งใส
5. สำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.):
- งบประมาณ: ผู้พูดจะไม่ตัดงบประมาณของหน่วยงานนี้ เนื่องจากเป็นฝ่ายวิชาการและเลขานุการสำคัญของคณะกรรมการนโยบายพลังงานต่างๆ
- แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP): เรียกร้องให้ จัดทำ PDP 2026 ให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความชะงักงันในการลงทุนและวางแผนของทุกภาคส่วน (เช่น กฟผ. รอเรื่อง SMRs, พลังงานลม, ก๊าซธรรมชาติ)
- บุคลากรและความร่วมมือ: สนพ. ควรมีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง (เช่น Petroleum Economist) หรือเสริมสร้างความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ ปตท. และ กฟผ. ที่มีบุคลากรและข้อมูลอยู่แล้ว
ปัญหาการกำกับดูแลองค์กรอิสระ:
- คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.): นอกจากปัญหาขาดกรรมการแล้ว กกพ. ยังประสบปัญหาการบริหารจัดการโครงการสร้างอาคารสำนักงานมูลค่ากว่า 600 ล้านบาท ที่ยังสร้างไม่เสร็จและผู้รับเหมาทิ้งงานหลายครั้ง ซึ่งแสดงถึงปัญหาในการกำกับดูแลตนเอง
คำขอข้อมูลเพิ่มเติม:
- นายวีระขอข้อมูลการใช้จ่ายเงินของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานทั้งหมด ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน รวมถึงรายละเอียดโครงการต่างๆ ที่ได้รับจัดสรรเงิน ทั้งที่ผ่านมาและโครงการที่กำลังจะเปิดรับคำขอใหม่
โดยสรุป คือนายวีระมองว่า งบประมาณของกระทรวงพลังงานน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับภารกิจที่สำคัญ และมีข้อบกพร่องเชิงโครงสร้างหลายประการที่ต้องได้รับการแก้ไขเร่งด่วน โดยเฉพาะการยุติการเก็บเงินสมทบกองทุนอนุรักษ์พลังงานและการเร่งรัด PDP 2026







