
ชี้ TPA เปิดทางธุรกิจใหม่ Load Aggregator หนุน Data Center เขมือบไฟ
TPA ไม่ได้เป็นเพียงการเปิดเสรีตลาดไฟฟ้า แต่กำลังสร้างระบบนิเวศธุรกิจพลังงานรูปแบบใหม่ ตั้งแต่ Load Aggregator ตลาดซื้อขายไฟฟ้า ไปจนถึงการรองรับการเติบโตของ Data Center ในประเทศไทย
KEY
POINTS
- การเปิดเสรี TPA (Third Party Access) เป็นการปูทางให้เกิดธุรกิจรูปแบบใหม่คือ "Load Aggregator" ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางรวบรวมและบริหารจัดการความต้องการใช้ไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ไฟรายใหญ่
- ธุรกิจ Load Aggregator จะเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของ Data Center และโรงงานขนาดใหญ่ที่ต้องการไฟฟ้าสะอาดและมีเสถียรภาพสูง โดยช่วยจัดหาและบริหารสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากผู้ผลิตหลายรายให้
- ภาครัฐกำลังผลักดันนโยบายนี้อย่างเป็นรูปธรรม โดยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้อนุมัติโครงการนำร่อง TPA เพื่อรองรับการลงทุนของ Data Center โดยเฉพาะ
เวลาพูดถึง Third Party Access (TPA) หลายคนมักนึกถึงการเปิดเสรีตลาดไฟฟ้า ให้ผู้ใช้ไฟสามารถเลือกซื้อไฟจากผู้ผลิตรายใดก็ได้ผ่านโครงข่ายไฟฟ้าเดิม แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ TPA จะเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีในประเทศไทยมาก่อน หนึ่งในนั้นคือ Load Aggregator หรือผู้รวบรวมและบริหารความต้องการใช้ไฟฟ้า
Load Aggregator จะทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายไฟฟ้า
หากในอนาคตประเทศไทยมี Data Center โรงงาน หรือผู้ใช้ไฟรายใหญ่ที่ต้องการไฟฟ้าสะอาดตลอด 24 ชั่วโมง บริษัทเหล่านี้อาจไม่จำเป็นต้องไปเจรจากับโรงไฟฟ้าหลายแห่งด้วยตนเอง แต่สามารถใช้บริการ Load Aggregator ให้เป็นผู้จัดหาและบริหารสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแทน เปรียบเสมือนโบรกเกอร์ในตลาดการเงิน ที่ช่วยจับคู่ผู้ซื้อกับผู้ขายให้ตรงกับความต้องการมากที่สุด
การเกิดขึ้นของ Load Aggregator จะทำให้ตลาดซื้อขายไฟฟ้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะผู้ผลิตไฟฟ้าแต่ละแห่งมีต้นทุน เวลาในการผลิต และรูปแบบพลังงานที่แตกต่างกัน ขณะที่ผู้ใช้ไฟแต่ละรายก็มีความต้องการไม่เหมือนกัน บางรายต้องการไฟฟ้าสีเขียว บางรายต้องการราคาต่ำที่สุด หรือบางรายต้องการความมั่นคงของระบบสูงสุด เมื่อมีคนกลางที่เข้าใจตลาด ก็จะช่วยลดต้นทุนการทำธุรกรรม และทำให้การซื้อขายเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจนี้ไม่ได้ต้องเข้าใจแค่เรื่องการซื้อขายไฟฟ้า แต่ต้องเข้าใจระบบโครงข่ายไฟฟ้าด้วย เพราะทุกธุรกรรมล้วนเกิดขึ้นบนสายส่งเดียวกัน หากบริหารจัดการไม่ดี อาจทำให้บางพื้นที่เกิดความหนาแน่นของสายส่ง (Grid Congestion) จนไม่สามารถส่งไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น Load Aggregator จึงต้องวางแผนทั้งด้านปริมาณการใช้ไฟ ช่วงเวลาการใช้ไฟ และข้อจำกัดของระบบโครงข่ายไปพร้อมกัน
สุดท้ายแล้ว TPA จึงไม่ใช่แค่การเปิดให้ซื้อขายไฟฟ้าได้อย่างเสรี
แม้วันนี้ประเทศไทยจะยังไม่มีตลาดซื้อขายไฟฟ้าเสรีเต็มรูปแบบ แต่ทิศทางเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเห็นชอบโครงการนำร่อง Direct PPA ผ่านระบบ Third Party Access (TPA) เพื่อรองรับการลงทุนของ Data Center ขนาดใหญ่ โดยกำหนดกรอบโครงการนำร่องรวม 2,000 เมกะวัตต์ ขณะเดียวกัน คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กำลังพิจารณารายละเอียดของ TPA Code และอัตราค่าผ่านสาย (Wheeling Charge) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเปิดให้เอกชนใช้โครงข่ายไฟฟ้าได้อย่างเป็นธรรมและโปร่งใส
การที่ไทยมี TPA จึงเป็นการเปิดประตูสู่ระบบเศรษฐกิจพลังงานรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Load Aggregator ผู้ค้าพลังงาน แพลตฟอร์มซื้อขายไฟฟ้า ผู้ให้บริการบริหารความยืดหยุ่นของระบบ (Flexibility Services) หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการคาร์บอน
ธุรกิจเหล่านี้จะเข้ามาสร้างการแข่งขัน เพิ่มทางเลือกให้ผู้ใช้ไฟ และทำให้ระบบไฟฟ้าของประเทศมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากประเทศไทยเดินหน้าสู่ TPA อย่างจริงจัง เราอาจไม่ได้เห็นเพียงตลาดไฟฟ้าที่เปลี่ยนไป แต่จะได้เห็นระบบนิเวศธุรกิจพลังงานใหม่ที่เติบโตตามมาอีกมากมาย
ดร.ณัทกฤช อภิภูชยะกุล
อนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศอย่างเป็นระบบและการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) สภาผู้แทนราษฎร







