
'สิริพงศ์' ย้ำ ดันตั๋วร่วม 17-45 บาท เล็งใช้เต็มระบบปี 2570
“สิริพงศ์” เผยแผนตั๋วร่วมรถไฟฟ้าค่าโดยสารสูงสุด 45 บาท เก็บค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียว พร้อมเดินหน้ารวมบริหารทุกสายภายใต้ รฟม. ตั้งเป้าใช้เต็มรูปแบบปี 2570
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้เสนอแนวทางลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางของประชาชนเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเวียนรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาอย่างเป็นทางการในลำดับถัดไป
สำหรับสาระสำคัญของแผนตั๋วร่วม ประกอบด้วย 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การกำหนดเพดานค่าโดยสารรถไฟฟ้าไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว การจัดโครงสร้างการบริหารระบบรถไฟฟ้าให้มีเจ้าของและผู้กำกับดูแลรายเดียว รวมถึงการพัฒนาระบบจัดเก็บและกระจายรายได้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ในส่วนของการบริหารจัดการโครงข่ายรถไฟฟ้า กระทรวงคมนาคมมีแนวคิดให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) โอนทรัพย์สินและภาระหนี้สินของรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทอง มาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อให้เกิดรูปแบบ “Single Ownership” หรือการบริหารจัดการโดยหน่วยงานหลักเพียงแห่งเดียว ซึ่งจะช่วยลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินงาน และเอื้อต่อการกำหนดนโยบายค่าโดยสารร่วมในอนาคต
ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังจะได้รับมอบหมายให้คัดเลือกผู้ให้บริการระบบบริหารจัดการรายได้ หรือ Clearing House จากหน่วยงานหรือผู้ประกอบการที่มีความพร้อมอยู่แล้ว แทนการจัดตั้งองค์กรใหม่ เพื่อลดภาระงบประมาณของภาครัฐและเร่งรัดการดำเนินงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรมเร็วขึ้น
ส่วนประเด็นการซื้อคืนสัมปทานจากภาคเอกชน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการผลักดันนโยบายตั๋วร่วม นายสิริพงศ์ ระบุว่า สัญญาสัมปทานที่ใกล้ครบกำหนดจะปล่อยให้สิ้นสุดตามอายุสัญญาโดยไม่มีการเจรจาซื้อคืน ขณะที่สัมปทานที่ยังมีอายุคงเหลืออีกเป็นเวลานาน จะพิจารณาแนวทางระดมทุนเพื่อรองรับการบริหารจัดการในอนาคต
แนวทางที่อยู่ระหว่างการศึกษา ได้แก่ การใช้กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund: TFF) หรือการให้ รฟม.ออกพันธบัตรระดมทุน เพื่อนำเงินมาใช้ในการจัดการสัมปทานและโครงสร้างระบบรถไฟฟ้า โดยคำนึงถึงการไม่เพิ่มภาระหนี้สาธารณะของประเทศ
ทั้งนี้ หากแผนงานทั้งหมดดำเนินไปตามกรอบเวลาที่กำหนด จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับระบบขนส่งมวลชนของไทยให้เชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารเครือข่ายรถไฟฟ้าทั่วกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในระยะยาว โดยรัฐบาลตั้งเป้าให้ประชาชนสามารถใช้ระบบตั๋วร่วมได้อย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2570.







