posttoday
ท่องเที่ยวต้องรอด ! ATTA เปิดเส้นทางใหม่ บูสต์ทัวร์จีน จี้รัฐกู้เชื่อมั่น

ท่องเที่ยวต้องรอด ! ATTA เปิดเส้นทางใหม่ บูสต์ทัวร์จีน จี้รัฐกู้เชื่อมั่น

08 มิถุนายน 2569

ATTA รุกเปิดเส้นทางบินสายไหมใหม่ตุนหวง ดึงนักท่องเที่ยวจีนกำลังซื้อสูง พร้อมจี้รัฐบาลไทยเร่งแก้ปัญหากู้เชื่อมั่นความปลอดภัย ทวงคืนเบอร์หนึ่งท่องเที่ยว

นายก ATTA ถอดรหัสยุทธศาสตร์สายไหมใหม่ ดัน Two-way Tourism ผ่านชาร์เตอร์ไฟล์ท

เมื่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญกับคลื่นลมแรง ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจโลก การแข่งขันที่ดุเดือดจากประเทศเพื่อนบ้าน และวิกฤตความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะตลาดใหญ่อย่าง "จีน" ที่กลายเป็นโจทย์หินให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัว

“เราจะทำธุรกิจแบบเดิมๆ ไม่ได้อีกแล้ว ถ้าไม่หาตลาดใหม่ ไม่ปรับกลยุทธ์ วันหนึ่งเราอาจจะตามคนอื่นไม่ทัน” 

นั่นคือคำเตือนและมุมมองจาก  นายธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA) ที่มาร่วมถอดรหัสลึกถึงพิมพ์เขียวใบใหม่ในการรุกตลาดจีน 

ผ่านการเปิดเส้นทางประวัติศาสตร์ "เส้นทางสายไหมใหม่" และการทลายกำแพงความท้าทายเพื่อนำท่องเที่ยวไทยกลับมาผงาดอีกครั้ง
 

นายธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA)

ถอดรหัสยุทธศาสตร์ 4 มิติ: เมื่อ "สายไหมใหม่" ไม่ใช่แค่เรื่องเที่ยว

การขยับตัวครั้งล่าสุดของ ATTA ในการเดินทางบน "เส้นทางสายไหมใหม่" ถือเป็นก้าวที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะนี่ไม่ใช่แค่การพานักท่องเที่ยวไปถ่ายรูปกับทะเลทรายหรือโบราณสถาน 

แต่เป็นการถอดรหัสยุทธศาสตร์อันลึกซึ้งที่เชื่อมโยง 4 มิติสำคัญเข้าด้วยกัน ได้แก่ ภูมิรัฐศาสตร์, การบิน, การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจภูมิภาค

เป้าหมายสูงสุดของเมกะโปรเจกต์นี้ คือการผลักดันให้พื้นที่ภาคตะวันตะวันเฉียงเหนือของจีนกลายเป็นประตูบานใหญ่ที่เชื่อมโยงไปสู่ "ยูเรเซีย" ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีความปลอดภัยและศักยภาพทางเศรษฐกิจสูงมากในอนาคต

"ซินเจียงเป็นมณฑลที่ใหญ่มาก ใหญ่กว่าประเทศไทยถึง 3 เท่า เส้นทางนี้คือยุทธศาสตร์หลักของจีนในการเปิดประตูออกสู่โลกที่สองและสาม อย่างยุโรปและดูไบ หากในอนาคตเราสามารถผลักดันให้มีเที่ยวบินตรงสู่อุรุมชี (Urumqi) ได้สำเร็จ มันจะกลายเป็น Short Cut หรือทางลัดที่ช่วยลดเวลาและระยะทางการบินไปยุโรปได้อย่างมหาศาล"

ท่องเที่ยวต้องรอด ! ATTA เปิดเส้นทางใหม่ บูสต์ทัวร์จีน จี้รัฐกู้เชื่อมั่น

ผนึกตุนหวง เปิดชาร์เตอร์ไฟล์ท ชูยุทธศาสตร์ "Two-way Tourism"

เพื่อเปลี่ยนวิสัยทัศน์ให้กลายเป็นการปฏิบัติจริง ATTA ได้เดินหน้าจับมือกับเมืองตุนหวง มณฑลกานซู เตรียมเปิดศักราชใหม่ด้วยการส่ง ชาร์เตอร์ไฟล์ท (Charter Flight) บินตรงร่วมกับสายการบิน ไทยเวียตเจ็ต (Thai Vietjet) โดยจะคิกออฟเที่ยวบินแรกในวันที่ 28 สิงหาคมนี้
 

ความน่าสนใจของการเปิดเส้นทางนี้คือการใช้กลยุทธ์ "Two-way Tourism" หรือการท่องเที่ยวแบบสองทางที่สร้างสมดุล ไม่ใช่แค่คอยตั้งรับคนจีนเข้าไทยอย่างเดียว แต่เป็นการส่งเสริมให้คนไทยออกไปสัมผัสประเทศจีนในมุมมองใหม่ๆ ด้วย

"เราต้องทำให้เกิดกระแสการเดินทางทั้งไปและกลับ (Inbound & Outbound) เพื่อให้สายการบินสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้การลงทุนในเส้นทางบินนี้มีความคุ้มค่าและยั่งยืนในระยะยาว"

ท่องเที่ยวต้องรอด ! ATTA เปิดเส้นทางใหม่ บูสต์ทัวร์จีน จี้รัฐกู้เชื่อมั่น

จากการประเมินเบื้องต้น คาดว่าการเปิดเส้นทางบินตรงสู่ตุนหวงครั้งนี้ จะช่วยบูสต์ตัวเลขคนไทยไปจีนให้พุ่งสูงขึ้นทันที 40% ขณะเดียวกันก็ตั้งเป้าดึงดูลูกค้าเกรดพรีเมียมจากจีนเข้าไทยให้โตขึ้น 20% 

เนื่องจากกลุ่มนี้เป็นตลาดใหม่ (New Market) ที่ยังมีกำลังซื้อสูง มีความกระหายที่จะเดินทาง และที่สำคัญคือเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากข่าวเชิงลบเกี่ยวกับประเทศไทยน้อยกว่ามณฑลทางแถบชายฝั่งตะวันออก

จี้รัฐบาลแก้เกม "ความปลอดภัย" หัวใจสำคัญในการกู้ชีพตลาดจีน

แม้จะมีแผนการตลาดที่สวยหรู แต่ผู้นำ ATTA ก็ยอมรับตรงๆ อย่างไม่กังวลว่า สิ่งที่เป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่สุดในตอนนี้คือ "วิกฤตความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย" ซึ่งเป็นปัจจัยอันดับหนึ่งที่นักท่องเที่ยวจีนใช้ตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทาง

กระแสข่าวเชิงลบบนโลกโซเชียลมีเดียของจีน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การลักพาตัวเรียกค่าไถ่ หรือแม้กระทั่งเหตุอาชญากรรมที่มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปพัวพัน ได้กลายเป็นฝันร้ายที่ทำให้เอเยนต์ทัวร์ยักษ์ใหญ่ในจีนต่างลังเลที่จะอัดงบประมาณเพื่อโปรโมตประเทศไทย

ท่องเที่ยวต้องรอด ! ATTA เปิดเส้นทางใหม่ บูสต์ทัวร์จีน จี้รัฐกู้เชื่อมั่น

"เรื่องความปลอดภัย รัฐบาลไทยต้องเอาจริงเเอาจำมากกว่านี้ ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจท้องที่ออกมาแถลงข่าวเล็กๆ น้อยๆ เวลาเกิดเหตุ เพราะบนโลกโซเชียลของจีน ข่าวลบมันกระจายไปเร็วและรุนแรงมาก การที่ภาครัฐนิ่งเฉยหรือแก้ปัญหาแบบวัวหายล้อมคอก จะทำให้คนจีนเข้าใจผิดว่าเรื่องเหล่านั้นเป็นเรื่องจริงที่รัฐบาลยอมรับโดยปริยาย"   นายกสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA) เสริม

ATTA เสนอแนะว่า รัฐบาลควรจัดตั้ง "หน่วยงานเฉพาะกิจระดับชาติ" (National Task Force) ขึ้นมาทำหน้าที่ดูแลบริหารจัดการภาพลักษณ์ของประเทศและควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวโดยตรง 

เพื่อส่งสัญญาณความมั่นใจกลับไปยังประเทศจีนอย่างเป็นทางการและทรงพลัง

ท่องเที่ยวต้องรอด ! ATTA เปิดเส้นทางใหม่ บูสต์ทัวร์จีน จี้รัฐกู้เชื่อมั่น

ทลายข้อจำกัดด้านราคา เดินหน้าหนุน "คนทำทัวร์" เท่าเทียม

อีกหนึ่งประเด็นที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ปัจจุบันไทยกำลังเริ่มสูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้านราคาให้กับคู่แข่งสำคัญในภูมิภาคอย่างเวียดนามและมาเลเซีย

เนื่องจากเที่ยวบินตรงจากจีนมาไทยยังมีจำกัด ทำให้นักท่องเที่ยวจีนจำนวนมากต้องบินอ้อมไปต่อเครื่องที่เมืองใหญ่อย่างเฉิงตูหรือเซินเจิ้น 

ส่งผลให้ราคาแพ็กเกจทัวร์ไทยดีดสูงขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 6,000 - 9,000 หยวน ในขณะที่เวียดนามได้เปรียบทั้งเรื่องราคาที่ถูกกว่าและมีทางเลือกในการเดินทางเชื่อมต่อทางบกที่สะดวก

ในช่วงท้ายของการพูดคุย นายก ATTA ได้ส่งเสียงสะท้อนไปถึงรัฐบาลและผู้บริหารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้หันมามองภาพรวมของอุตสาหกรรมอย่างเป็นธรรม โดยขอให้สนับสนุนทั้งตลาดขาเข้า (Inbound) และขาออก (Outbound) อย่างเท่าเทียมกัน

"บริษัททัวร์ Outbound หรือคนที่พาท่องเที่ยวไทยไปต่างประเทศ เขาก็คือผู้ประกอบการและประชาชนคนไทยที่ทำมาหากินและเสียภาษีเหมือนกัน ถ้าภาครัฐไม่สนับสนุนให้คนไทยออกไปเที่ยวเลย การที่เราจะไปเจรจาขอน่านฟ้า เปิดเที่ยวบินใหม่ๆ หรือขอความร่วมมือเชิงพาณิชย์กับต่างประเทศมันก็เป็นไปได้ยาก เพราะสายการบินเขาบินขาเดียวไม่คุ้ม"

ท่องเที่ยวต้องรอด ! ATTA เปิดเส้นทางใหม่ บูสต์ทัวร์จีน จี้รัฐกู้เชื่อมั่น

สิ่งที่ ATTA คาดหวังในเวลานี้ คือการที่ภาครัฐช่วยเข้ามาสนับสนุนงบประมาณ รวมถึงการจัดสรรพื้นที่ในการออกงาน Roadshow ในมณฑลต่างๆ ของจีนให้มากขึ้น 

เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยมีเครื่องมือไปต่อสู้ และทวงคืนตำแหน่ง "จุดหมายปลายทางอันดับหนึ่ง" ในใจของนักท่องเที่ยวชาวจีนให้กลับคืนมาอย่างยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

ดีอีแจงงบ 1,600 ล้านบาท ยัน TH-AI Passport โปร่งใสไร้ล็อกสเปก

ดีอีแจงงบ 1,600 ล้านบาท ยัน TH-AI Passport โปร่งใสไร้ล็อกสเปก