
EECO ผนึกภาครัฐ-เอกชน ดัน EEC สู่ฮับลงทุน Data Center อาเซียน
EECO จัดสัมมนา EEC Sectoral Deep Dive Forum 2026 ระดมผู้นำรัฐและเอกชน วางทิศทาง EEC สู่ศูนย์กลาง Green Data Center แห่งภูมิภาคอาเซียน
KEY
POINTS
- EECO ตั้งเป้าผลักดันพื้นที่ EEC ให้เป็นศูนย์กลาง Green Data Center ของภูมิภาคอาเซียน โดยชูจุดเด่นด้านประสิทธิภาพพลังงานสูง (PUE ≤ 1.3) การใช้พลังงานสะอาด และมาตรการส่งเสริมการลงทุนแบบครบวงจร
- ภาคเอกชนมองว่าไทยมีศักยภาพสูงในการเป็นฮับ Data Center จากทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ ความพร้อมของโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำ และต้นทุนพลังงานที่สามารถแข่งขันได้
- ความท้าทายสำคัญคือความต้องการใช้ไฟฟ้าและน้ำปริมาณมหาศาลในอนาคต ซึ่งต้องอาศัยการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานแบบบูรณาการและความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) เพื่อรองรับการลงทุน
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO จัดงานสัมมนา EEC Sectoral Deep Dive Forum 2026 ครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ Digital Theme เพื่อเป็นเวทีสัมมนาหารือเชิงลึกระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ในการกำหนดทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นเสวนาเกี่ยวกับปัจจัยการลงทุนด้าน Data Center ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี
ภายในงาน ดร. จุฬา สุขมานพ ได้นำเสนอวิสัยทัศน์การพัฒนาพื้นที่อีอีซีสู่การเป็นศูนย์กลาง Green Data Center แห่งภูมิภาค โดยตั้งเป้าค่าประสิทธิภาพการใช้พลังงาน หรือ PUE ไม่เกิน 1.3 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลกในปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด เทคโนโลยีระบบระบายความร้อนขั้นสูง และระบบบริหารจัดการน้ำแบบหมุนเวียน รวมถึงการนำเสนอมาตรการสนับสนุนการลงทุนแบบครบวงจร ทั้งสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน บริการ One-Stop Service และการสนับสนุนสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่างเอกชน หรือ Private PPA
งานสัมมนาครั้งนี้แบ่งออกเป็น 3 ช่วง โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรม Data Center ในพื้นที่อีอีซี อาทิ Bryan Yue จาก Google Cloud, ธีรพันธุ์ เจริญศักดิ์ จาก True Internet Data Center, Bruce Lim, ธนภัค เกิดโพธิ์คา, สุเมธี เจริญวงศ์มิตร และ Terence Koh จาก UOB
ผู้ร่วมเสวนาต่างสะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทย ทั้งด้านทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ ความพร้อมของโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำ ราคาพลังงานที่สามารถแข่งขันได้ และเสถียรภาพเชิงนโยบาย ขณะเดียวกันยังมีการหารือถึงความท้าทายสำคัญ เช่น ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่คาดว่าจะเพิ่มสูงกว่า 10,000 เมกะวัตต์ในระยะยาว เมื่อเทียบกับแผนรองรับปัจจุบันที่ประมาณ 3,800 เมกะวัตต์ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การพัฒนาบุคลากรเฉพาะทาง และการปรับตัวของภาคการเงินเพื่อรองรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ใช้เงินลงทุนสูง
Bryan Yue จาก Google Cloud สะท้อนว่า การแข่งขันด้าน AI Infrastructure ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาคาร Data Center เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัย Ecosystem ระดับประเทศ ทั้งเสถียรภาพพลังงาน ระบบ Cloud และ Network Connectivity ที่แข็งแกร่ง รวมถึงกฎระเบียบที่ชัดเจน
ขณะที่ ธีรพันธุ์ เจริญศักดิ์ จาก True Internet Data Center มองว่า Data Center คือ Strategic Infrastructure ของยุค AI Economy โดยไทยมีศักยภาพเป็น “Digital Gateway of ASEAN” จากจุดแข็งด้านทำเล การเชื่อมต่อภูมิภาค และต้นทุนพลังงานที่แข่งขันได้ พร้อมชี้ว่าปัจจัยสำคัญของอุตสาหกรรมในอนาคตจะอยู่ที่ความมั่นคงของระบบไฟฟ้า พลังงานสะอาด อธิปไตยข้อมูล และการพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัล
ขณะที่ Bruce Lim ผู้จัดการทั่วไป บริษัท DayOne Data Center บริษัทผู้พัฒนา Data Center (กลุ่มทุนจีน) มีสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์ มองว่า การขยายตัวของ AI จะทำให้ Data Center รุ่นใหม่ต้องรองรับ High-density Computing มากขึ้น ส่งผลให้ระบบระบายความร้อนและการจัดการพลังงานกลายเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขัน โดยประเทศที่สามารถเตรียมความพร้อมทั้งด้านที่ดิน ระบบไฟฟ้า และโครงข่ายไฟเบอร์ได้รวดเร็ว จะได้เปรียบในการดึงดูดนักลงทุนระดับ Hyperscale
ส่วน ธนภัค เกิดโพธิ์คา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สำนักงานผู้ว่าการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สะท้อนถึงความท้าทายด้านพลังงานของไทย โดยระบุว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าของ Data Center ในอนาคตอาจสูงกว่า 10,000 เมกะวัตต์ จึงจำเป็นต้องเร่งลงทุนในระบบส่งไฟฟ้า สถานีไฟฟ้าย่อย และ Smart Grid เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น รวมถึงผลักดันพลังงานสะอาดให้สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ของผู้ประกอบการระดับโลก
ด้าน สุเมธี เจริญวงศ์มิตร ผู้ช่วยผู้ว่าการด้านวางแผนยุทธศาสตร์ การประปาส่วนภูมิภาคชี้ว่า “น้ำ” จะกลายเป็นอีกหนึ่งทรัพยากรยุทธศาสตร์ของอุตสาหกรรม AI Data Center เนื่องจากศูนย์ข้อมูลสมัยใหม่ต้องใช้น้ำจำนวนมากในระบบระบายความร้อน จึงจำเป็นต้องวางแผนบริหารจัดการน้ำระยะยาว ส่งเสริมการรีไซเคิลน้ำ และสร้างระบบ Circular Water เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน
ขณะที่ Terence Koh ผู้อำนวยการ หัวหน้ากลุ่มโซลูชันอุตสาหกรรมโทรคมนาคม สื่อ และเทคโนโลยี ธนาคารยูโอบี มองว่า Data Center กำลังกลายเป็นสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานระยะยาวของเอเชีย ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนสูงและอาศัยเสถียรภาพเชิงนโยบายของภาครัฐ โดยความร่วมมือรูปแบบ PPP จะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลรองรับเศรษฐกิจ AI และ Cloud ของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต
ทั้งนี้ EECO ยืนยันเดินหน้าประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อกำหนดพื้นที่เฉพาะสำหรับการพัฒนา Data Center การวางระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบบูรณาการ ทั้งด้านไฟฟ้า น้ำ โครงข่ายไฟเบอร์ และเคเบิลใต้น้ำ รวมถึงการผลักดันความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน หรือ PPP เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายสำคัญด้านการลงทุนดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียนอย่างยั่งยืนต่อไป







