
รัฐบาลดัน "โฮลดิ้งมหาวิทยาลัย" แปลงงานวิจัยการแพทย์สู่เชิงพาณิชย์
รัฐบาลดัน "โฮลดิ้งมหาวิทยาลัย" ปลดล็อกงานวิจัยการแพทย์จากห้องแล็บสู่ภาคอุตสาหกรรม หวังลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพ
รัฐบาลเร่งเครื่องนวัตกรรมการแพทย์ ใช้ "โฮลดิ้งมหาวิทยาลัย" แปลงงานวิจัยเป็นเงิน ดันไทยสู่ฮับสุขภาพโลก
ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์เพื่อนำประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูง โดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ
ล่าสุด นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้บรรยายในหลักสูตร ปนพ.3 ณ สถาบันพระปกเกล้า โดยระบุถึงแนวทางการพาประเทศไปสู่เป้าหมายดังกล่าวว่า จำเป็นต้องสร้าง “ระบบนิเวศนวัตกรรม” ที่มีความเข้มแข็ง ซึ่งจะเชื่อมโยงตั้งแต่การพัฒนากำลังคน การทำวิจัย ไปจนถึงการนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์
ทั้งนี้ มีแนวทางในการดำเนินงานร่วมกันในหลายมิติ ได้แก่
1.ปลดล็อกศักยภาพภูมิภาค : เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม
2.ตั้งบริษัทโฮลดิ้งของมหาวิทยาลัยและกองทุนร่วมลงทุน : เพื่อดึงงานวิจัยจากห้องแล็บไปใช้จริงในภาคอุตสาหกรรมและสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์
3.สร้างพื้นที่สร้างสรรค์ระดับชุมชน : เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงเครื่องมือนวัตกรรม นำไปต่อยอดและสร้างมูลค่าได้จริง
ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านสุขภาพและการแพทย์ของโลก ผ่านการพัฒนานวัตกรรมแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการดูแลสุขภาพ, การพัฒนาเวชสำอางจากสมุนไพรไทย, การผลิตอุปกรณ์ฟื้นฟูสมรรถภาพ ไปจนถึงเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง
การดำเนินงานทั้งหมดนี้ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและนวัตกรรมการแพทย์ระดับนานาชาติ พร้อมทั้งสร้างความมั่นคงทางสุขภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้อย่างยั่งยืนต่อไป







