
SHR ตีปีก! กำไร Q1 ทุบสถิติใหม่ 264 ล้าน รับอานิสงส์ไฮซีซันไทย-มัลดีฟส์
SHR เปิดปี 69 แข็งแกร่ง กำไรโตกระฉูด 51% หลังโรงแรมไทยและมัลดีฟส์พุ่งแรง พร้อมกางกลยุทธ์เชิงรุกรับมือปัจจัยสงคราม มั่นใจปีนี้โตตามเป้าแน่นอน
KEY
POINTS
- SHR ทำกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 ทุบสถิติสูงสุดใหม่ที่ 264 ล้านบาท เติบโต 51% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
- ปัจจัยหลักมาจากช่วงไฮซีซันของธุรกิจโรงแรมในประเทศไทยและมัลดีฟส์ ซึ่งมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงถึง 87% และ 89% ตามลำดับ
- ความสำเร็จยังได้รับแรงหนุนจากกลยุทธ์เจาะกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูงและการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ
SHR ทุบสถิติกำไรสูงสุดประวัติการณ์! รับไฮซีซันไทย-มัลดีฟส์ พร้อมรุกตลาด ‘New Lifestyle’ ในยุโรป
บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (SHR) ผู้นำธุรกิจโรงแรมระดับนานาชาติในเครือสิงห์ เอสเตท รายงานความสำเร็จครั้งใหญ่ในไตรมาส 1 ปี 2569 ด้วยการทำกำไรสุทธิสูงถึง 264 ล้านบาท เติบโตขึ้น 51% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนภาพรวมการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอย่างเต็มรูปแบบในภูมิภาคหลัก
ความสำเร็จของพอร์ตโฟลิโอไทยและมัลดีฟส์
ในช่วงสามเดือนแรกของปี โรงแรมในประเทศไทยยังคงเป็นพระเอกหลัก โดยมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงถึง 87% และสามารถขยับราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) ขึ้นมาอยู่ที่ 13,951 บาท ขณะที่โรงแรมในมัลดีฟส์ยังคงรักษาระดับการเข้าพักได้ที่ 89% แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ความกังวลจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เริ่มปะทุในช่วงปลายไตรมาสก็ตาม
นายไมเคิล เดวิด มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SHR กล่าวว่า:
"ผลประกอบการไตรมาส 1 สะท้อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งตามกลยุทธ์ที่เราวางไว้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแบรนด์และการตลาดที่ดึงดูดกลุ่ม High-Spending และการขยายฐานลูกค้าให้หลากหลายขึ้น นอกจากนี้เรายังรักษาประสิทธิภาพการดำเนินงานได้ดีขึ้น เห็นได้จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับสูงขึ้นสู่ระดับ 40.9% ผนวกกับการบริหารค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลงได้ถึง 16% ทำให้เราสามารถรายงานกำไรประจำไตรมาส 1 สูงสุดใหม่ที่ 264 ล้านบาท"
ปรับตัวรับสถานการณ์โลก และรุกตลาดพรีเมียมไลฟ์สไตล์
สำหรับทิศทางในไตรมาส 2 แม้จะมีแรงกดดันจากภาวะสงครามตะวันออกกลาง แต่ SHR มั่นใจว่าโรงแรมในฟิจิและสหราชอาณาจักรซึ่งกำลังเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบจำกัด เนื่องจากฐานลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Short-haul และนักท่องเที่ยวในประเทศ
นอกจากนี้ SHR ยังเดินหน้าปรับโฉมพอร์ตโฟลิโอในสหราชอาณาจักรเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่นการเปิดตัว The Grand Hotel Leicester และ Mount Royal Hotel Edinburgh ภายใต้แบรนด์ The Unlimited Collection ซึ่งสาขาที่เอดินบะระสามารถสร้าง RevPAR โตกว่า 50% รวมถึงการเปลี่ยนแบรนด์โรงแรมในแมนเชสเตอร์และกลาสโกว์ให้เป็น lyf แบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่
นายไมเคิล เดวิด มาร์แชล กล่าวเสริมถึงแผนรับมือปัจจัยภายนอกว่า: "สงครามตะวันออกกลางถือเป็นปัจจัยสำคัญที่เข้ามากดดันภาพรวม เราจึงเน้นการดำเนินงานอย่างระมัดระวัง วางกลยุทธ์การตลาดเชิงรุกเพื่อหากลุ่มตลาดทดแทน และมุ่งบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาเสถียรภาพและสนับสนุนการเติบโตในปี 2569 ให้เป็นไปตามเป้าหมาย"







