
“วราวุธ” ดัน กนอ. นำร่องเมืองคาร์บอนต่ำ ปักหมุด 3 นิคมฯ ยกระดับศก.สีเขียว
“วราวุธ” รุกคืบโครงการ LCC หนุน กนอ. ปฏิรูปนิคมฯ ภาคเหนือ-บางปู-แหลมฉบัง สู่เมืองคาร์บอนต่ำ ผุดนวัตกรรมเงินคาร์บอนเชื่อมตลาดโลก คาดสร้างรายได้ปีละ 3.4 ล้านดอลลาร์
KEY
POINTS
- กระทรวงอุตสาหกรรมผลักดันให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เป็นหน่วยงานนำร่องในโครงการเมืองคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Cities) โดยร่วมมือกับธนาคารโลกและ EXIM Bank
- กำหนดพื้นที่เป้าหมายนำร่อง 3 แห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ, บางปู และแหลมฉบัง ภายใต้งบลงทุนกว่า 3,500 ล้านบาท
- ตั้งเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก 2.33 ล้านตันคาร์บอนฯ ภายใน 10 ปี ผ่านกลไกการซื้อขายคาร์บอนเครดิต เพื่อยกระดับเศรษฐกิจสีเขียวและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความคืบหน้าการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยภายใต้โครงการ Low Carbon Cities & Carbon Market Development (LCC) ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ชาติในการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินและพลังงาน เพื่อสร้างระบบนิเวศการเงินคาร์บอนที่ได้มาตรฐานสากลเป็นครั้งแรกของประเทศไทย
ยกระดับนิคมฯ สู่มาตรฐานสากล
นายวราวุธระบุว่า ภายหลังจากที่การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ตอบรับเข้าร่วมเป็นหน่วยงานนำร่องภาครัฐ (PSOs) เมื่อช่วงต้นปี 2568 ล่าสุดโครงการได้รับความร่วมมือจากธนาคารโลกผ่าน EXIM Bank ในการสนับสนุนเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ทั้งพลังงานหมุนเวียน (RE) และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยมุ่งเน้นการวางแพลตฟอร์มตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจที่โปร่งใสและเชื่อมโยงกับตลาดสากลผ่านกองทุน Verified Emission Reductions Monetization Facility (VERMF)
กลไกการเงินเชิงนวัตกรรม
ด้านนายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. รายงานว่าโครงการนี้ได้รับงบลงทุนกว่า 3,500 ล้านบาท โดยใช้รูปแบบธุรกิจผ่านบริษัทจัดการพลังงาน (ESCOs) ซึ่งจะกู้เงินจาก EXIM Bank มาดำเนินการทั้งหมด หน่วยงานรัฐจะชำระค่าบริการจากผลประหยัดพลังงานที่เกิดขึ้นจริง (Performance-based) เท่านั้น ขณะที่ กนอ. จะทำหน้าที่บริหารจัดการสิทธิ์คาร์บอนเครดิตผ่านกลไก CME เพื่อรวบรวมและแปลงมูลค่าผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทั้งในรูปแบบสปอตและสัญญาซื้อขายล่วงหน้า 10 ปี
เป้าหมายและแผนการดำเนินงาน (Roadmap)
โครงการดังกล่าวตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก 2.33 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ภายใน 10 ปี และสร้างงานสีเขียว (Green Jobs) เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในเวทีโลก โดยมีกำหนดการสำคัญดังนี้:
- พฤษภาคม 2569: สรุปพื้นที่เป้าหมาย (นิคมฯ ภาคเหนือ, บางปู, แหลมฉบัง)
- มิถุนายน 2569: จัดทำร่าง RFP ให้แล้วเสร็จ
- กรกฎาคม - สิงหาคม 2569: เปิดให้บริษัท ESCO ลงพื้นที่ประเมินงาน
- พฤษภาคม 2570: เริ่มกลไกซื้อขายคาร์บอนเครดิตอย่างเต็มรูปแบบ
- ปี 2570 - 2572: ขยายผลสู่โครงการระยะที่ 2 ครอบคลุมนิคมอุตสาหกรรมภาคเอกชน
"รายได้จากการจำหน่ายคาร์บอนเครดิตจะถูกนำไปหมุนเวียนลงทุนในโครงการสีเขียวรอบใหม่ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนพลังงานภาครัฐได้อย่างยั่งยืนและสร้างความเชื่อถือให้กับตลาดคาร์บอนเครดิตไทยในระดับสากล" นายวราวุธกล่าว







