posttoday

บางกอกเคเบิ้ลผนึก ION Energy รุกตลาดโซลาร์ สู่ผู้นำพลังงานครบวงจร

21 เมษายน 2569

บางกอกเคเบิ้ลปรับเกมใหญ่ ซื้อ ION Energy เสริมทัพโซลาร์รูฟท็อป รับดีมานด์พลังงานสะอาดโตแรง มุ่งสู่ Energy Solution Provider เต็มรูปแบบ

KEY

POINTS

  • บริษัทสายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล (BCC) เข้าซื้อกิจการ ION Energy เพื่อปรับเปลี่ยนทิศทางธุรกิจจากการเป็นผู้ผลิตสายไฟฟ้าสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแบบครบวงจร (Energy Solution Provider)
  • การผนึกกำลังครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อรุกตลาดพลังงานสะอาด โดยเฉพาะโซลาร์รูฟท็อปที่กำลังเติบโตสู่ตลาดกระแสหลัก จากปัจจัยหนุนด้านมาตรการลดหย่อนภาษีของภาครัฐและต้นทุนเทคโนโลยีที่ลดลง
  • ความร่วมมือนี้สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้ ION Energy ด้านต้นทุนสายไฟฟ้าและซัพพลายเชน ขณะเดียวกันก็ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ BCC ในการขยายสู่ธุรกิจพลังงานปลายน้ำที่เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง

การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานกำลังกลายเป็นแรงขับสำคัญของโลกยุคใหม่ และในประเทศไทย คลื่นลูกนี้เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อภาคธุรกิจขนาดใหญ่ขยับตัวอย่างจริงจัง หนึ่งในดีลที่น่าจับตาคือการปรับทิศทางครั้งใหญ่ของ Bangkok Cable หรือ BCC ที่ประกาศก้าวข้ามบทบาทผู้ผลิตสายไฟฟ้า สู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแบบครบวงจร (Energy Solution Provider) ผ่านการเข้าซื้อกิจการ ION Energy และยกระดับขึ้นเป็นบริษัทในเครือ ถือเป็นหมากสำคัญในการรุกตลาดพลังงานสะอาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

 

ตลอดเวลากว่า 6 ทศวรรษ BCC เป็นเสมือน “กระดูกสันหลัง” ของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไทย ด้วยบทบาทในการผลิตและพัฒนาสายไฟฟ้าสำหรับภาครัฐ เอกชน และครัวเรือน แต่เมื่อบริบทพลังงานโลกเปลี่ยนไป ทั้งจากความผันผวนด้านราคาเชื้อเพลิง ฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้บริษัทต้องคิดใหม่และไปให้ไกลกว่าเดิม การเข้าซื้อ ION Energy จึงไม่ใช่เพียงการขยายธุรกิจ แต่คือการวางตำแหน่งใหม่ในห่วงโซ่พลังงาน ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงโซลูชันปลายน้ำที่เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง

 

บางกอกเคเบิ้ลผนึก ION Energy รุกตลาดโซลาร์ สู่ผู้นำพลังงานครบวงจร


นายพงศภัค นครศรี ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หรือ Bangkok Cable (BCC) ผู้นำด้านการผลิตและพัฒนาสายไฟฟ้าและสายเคเบิลชั้นนำของประเทศไทย และผู้ร่วมก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ION Energy กล่าวว่า

 

“3-5 ปีก่อน ตลาดธุรกิจโซลาร์ ยังถือเป็นตลาดธุรกิจเฉพาะ หรือ Niche Market ที่ผู้คนยังไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก แต่ในปีนี้ แนวโน้มพลังงานโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างชัดเจน จากความผันผวนของสถานการณ์ต่างๆ ขณะเดียวกัน ไทยเองยังมีมาตรการภาครัฐที่ช่วยลดหย่อนภาษีให้ผู้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป สูงสุดถึง 200,000 บาท เรามองว่าทั้งหมดกำลังทำให้ตลาดโซลาร์ ก้าวเข้าสู่ตลาดกระแสหลัก หรือ Mainstream และเป็นส่วนที่เราเข้าไปต่อยอดในฐานะกระดูกสันหลังของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานได้”

 

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ “โซลาร์รูฟท็อป” กำลังหลุดพ้นจากสถานะตลาดเฉพาะกลุ่ม สู่การเป็นตลาดกระแสหลักอย่างแท้จริง ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากมาตรการภาครัฐที่เปิดโอกาสให้ประชาชนลดหย่อนภาษีจากการติดตั้งโซลาร์ได้สูงสุด 200,000 บาท ประกอบกับต้นทุนเทคโนโลยีที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้การติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

 

บางกอกเคเบิ้ลผนึก ION Energy รุกตลาดโซลาร์ สู่ผู้นำพลังงานครบวงจร

 

ด้าน ION Energy ประเมิน ไทยมีครัวเรือนติดโซลาร์ได้ 1.3 ล้านครัวเรือน มูลค่าตลาดหลักแสนล้าน เพิ่งติดโซลาร์สะสมแค่ 70,000 ครัวเรือน เดินหน้าชูเทคโนโลยีใหม่ อาทิ โดรนล้างโซลาร์ เสริมแกร่งบริการหลังการขาย เพิ่มความมั่นใจผู้บริโภค หวังติดตั้งใหม่ 1,500-2,000 หลังในปีนี้

 

ในมุมของ ION Energy การเข้ามาอยู่ภายใต้ร่มของ BCC คือการเพิ่ม “แรงส่ง” ให้ธุรกิจเติบโตได้เร็วและมั่นคงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในด้านต้นทุนและซัพพลายเชน เพราะสายไฟฟ้าเป็นหนึ่งในต้นทุนหลักของระบบโซลาร์ รองจากแผงและอินเวอร์เตอร์ การมีผู้ผลิตสายไฟอยู่ในเครือจึงช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันยังช่วยเสริมภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือในการขยายตลาดทั้งในประเทศและภูมิภาค

 

สำหรับสาเหตุที่เลือกลงทุนใน ION Energy นั้น เนื่องจาก ION Energy ถือเป็นผู้นำในตลาดกลุ่มโซลาร์รูฟท็อปสำหรับโครงการอสังหาริมทรัพย์ ได้รับความไว้วางใจจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ อาทิ แสนสิริ ศุภาลัย เอสซี เอพี มีปริมาณการติดตั้งสะสมมากกว่า 6,500 หลัง มีจุดเด่นใน 3 ด้าน ได้แก่

 

1.เครือข่ายพันธมิตรแข็งแกร่ง สร้างการเติบโตในตลาดจริง ION Energy มีความร่วมมือกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำและพันธมิตรทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ช่วยขยายฐานลูกค้าและเร่งการเข้าถึงตลาดในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

2.ความเชี่ยวชาญในการดำเนินงาน บริษัทมีประสบการณ์ในการติดตั้งโซลาร์จริงในระดับใหญ่ พร้อมควบคุมคุณภาพ เวลา และต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงศักยภาพในการส่งมอบงานที่เชื่อถือได้ในระดับอุตสาหกรรม

 

3.แพลตฟอร์มพร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต ION Energy มีโครงสร้างธุรกิจที่สามารถขยายจากโซลาร์รูฟท็อป ไปสู่โครงการขนาดใหญ่ รวมถึงการต่อยอดสู่ Energy Platform รองรับการเติบโตของตลาดพลังงานสะอาดในระยะยาว

 

บางกอกเคเบิ้ลผนึก ION Energy รุกตลาดโซลาร์ สู่ผู้นำพลังงานครบวงจร

 

ด้าน นายพีรกานต์ มานะกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ION Energy ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร กล่าวว่า 


“การที่เราเข้ามาเป็นบริษัทในเครือบางกอกเคเบิ้ล จะช่วยให้เรามีต้นทุนในการแข่งขันที่ดียิ่งขึ้น เพราะสายไฟฟ้าถือเป็นต้นทุนอันดับ 3 ของธุรกิจโซลาร์ รองจากตัวแผงโซลาร์และ Inverter ขณะเดียวกัน การได้เป็นส่วนหนึ่งของบางกอกเคเบิ้ล ช่วยให้เราขยายตลาดโซลาร์ในภูมิภาค มีภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และมีขีดความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีของเราให้โดดเด่นเหนือภาพรวมตลาด” 
 

ทั้งนี้ ทิศทางการดำเนินธุรกิจหลังจากนี้ จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาบริการหลังการขายของบริษัทให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เนื่องจากโซลาร์รูฟท็อป จะเป็นสิ่งที่อยู่กับลูกค้าแต่ละรายไปประมาณ 30 ปี ล่าสุด จึงได้พัฒนาโดรนล้างโซลาร์ และเตรียมเปิดตัวในงานสถาปนิก’69 (ASA Architect Expo) ที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ ในวันที่ 28 เม.ย.-3 พ.ค.นี้ เพื่อสะท้อนให้ผู้บริโภคเห็นถึงนวัตกรรมในการส่งมอบบริการที่ทันสมัย และรวดเร็วยิ่งขึ้น

 

ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาการเปิดตัวศูนย์บริการในหัวเมืองใหญ่ที่มีความต้องการโซลาร์เพิ่มเติม เพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้าในแต่ละท้องถิ่นได้อย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภค ทันการใช้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท เบื้องต้น บริษัทตั้งเป้าติดตั้งโซลาร์ให้แก่ครัวเรือน 1,500-2,000 หลัง ภายในสิ้นปี 2569
 

สำหรับบริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ION Energy เป็นผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร และเป็นผู้ต่อยอดโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจรให้ตอบโจทย์ทั้งภาคครัวเรือนและอสังหาริมทรัพย์ มีวิสัยทัศน์ผลักดันพลังงานสะอาดให้เข้าถึงครัวเรือนไทยอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยผสานเทคโนโลยีโซลาร์ อินเวอร์เตอร์ แบตเตอรี่ และระบบบริหารพลังงานอัจฉริยะไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ทำให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามผลผลิตพลังงานได้แบบเรียลไทม์ ลดค่าไฟและเสริมความปลอดภัยของระบบในทุกขั้นตอน มีประสบการณ์การติดตั้งให้แก่ที่อยู่อาศัยของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ รวมถึงบ้านของผู้บริโภคทั่วไป รวมแล้วกว่า 6,500 หลังทั่วประเทศ
 

ขณะที่ บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หรือ Bangkok Cable (BCC) เป็นผู้นำด้านการผลิตและพัฒนาสายไฟฟ้าและสายเคเบิลชั้นนำของประเทศไทย ก่อตั้งในปี พ.ศ.2507 ให้บริการครอบคลุม 7 กลุ่มการใช้งาน ได้แก่ 1.ระบบผลิตและส่งพลังงานไฟฟ้า (Transmission) 2.ระบบจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า (Distribution) 3.ระบบไฟฟ้าภายในบ้านพักและอาคาร (Construction and Building) 4.ระบบขนส่งและคมนาคม (Transportation and Mobility) 5.ระบบไฟฟ้าในโรงงาน และภาคอุตสาหกรรม (Industrial) 6.พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) และ 7.ระบบไฟฟ้าในรถยนต์ (Automotive) เพื่อสร้างความปลอดภัยและขับเคลื่อนเมืองสู่อนาคต

 

ปัจจุบัน มีลูกค้าโครงการขนาดใหญ่ของทั้งภาครัฐและเอกชนจำนวนมากที่ใช้สายไฟฟ้าของบางกอกเคเบิ้ล อาทิ โครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค สนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2 โครงการสายไฟฟ้าใต้ดิน รถไฟฟ้าสายสีชมพู โครงการรถไฟทางคู่สายตะวันออก และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำ เขื่อนอุบลรัตน์ นอกจากนี้ บริษัท มีส่วนสนับสนุนโครงการ ASEAN Power Grid โดยเฉพาะโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนหลวงพระบาง (Luang Prabang Hydropower Project) ในประเทศลาว

ข่าวล่าสุด

ส่องงบไตรมาส 1/69 “2 แบงก์พาณิชย์” KTB กำไรโต สวน BBL ลดลง