BAM คืนชีพ “บ้านพระพิทักษ์” ปลุกย่านเก่าสู่ฮับสร้างสรรค์ใหม่
BAM จับมืออาศรมศิลป์ พลิกบ้านไม้ 88 ปี สู่พื้นที่สร้างสรรค์ ฟื้นเศรษฐกิจชุมชน ดึงคนรุ่นใหม่คืนย่านเมืองเก่า พร้อมสร้างโอกาสใหม่รอบด้าน
KEY
POINTS
- BAM ร่วมมือกับสถาบันอาศรมศิลป์ดำเนินโครงการฟื้นฟู "บ้านพระพิทักษ์" ซึ่งเป็นสินทรัพย์รอการขาย (NPA) ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
- มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาย่านเมืองเก่าให้กลายเป็นศูนย์กลางสร้างสรรค์ (Creative Hub) แห่งใหม่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเชื่อมโยงชุมชน
- โครงการนี้เป็นต้นแบบการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินทรัพย์ตามแนวคิด ESG โดยผสานมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และการอนุรักษ์วัฒนธรรมเข้าด้วยกันอย่างยั่งยืน
บริษัท บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (BAM) เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์เชิงรุกในการพลิกฟื้นสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ โดยมุ่งยกระดับจาก “ทรัพย์รอการขาย” (NPA) ให้กลายเป็นแหล่งสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการผนึกกำลังกับ สถาบันอาศรมศิลป์ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยความร่วมมือครั้งนี้ได้ถูกถ่ายทอดออกมาเป็น “โครงการทรัพย์แผ่นดิน ต้นแบบการฟื้นฟูสินทรัพย์เพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์” ที่มีเป้าหมายสำคัญในการคืนชีวิตให้กับ “บ้านพระพิทักษ์” บ้านไม้สองชั้นอายุ 88 ปี ให้กลับมาเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงผู้คน ชุมชน และเศรษฐกิจเข้าด้วยกันอีกครั้ง
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา BAM มีบทบาทสำคัญในการดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านการบริหารจัดการสินทรัพย์รอการขาย โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนทรัพย์ที่เคยถูกปล่อยร้างหรือหยุดนิ่งให้กลับมามีมูลค่าและสร้างประโยชน์ได้อีกครั้ง แนวคิดหลักที่องค์กรยึดถือคือการเติบโตควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR in Process ซึ่งเป็นการผสานมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานหลัก ไม่ใช่เพียงกิจกรรมเสริม แต่เป็นหัวใจของการดำเนินธุรกิจ โดย BAM มองว่าสินทรัพย์ NPA ไม่ใช่เพียงตัวเลขในเชิงบัญชี แต่คือ “ทรัพย์ของแผ่นดิน” ที่สามารถต่อยอดเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนได้อย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาสินทรัพย์ให้เกิดคุณค่าอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจในบริบทของพื้นที่ ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชน นี่จึงเป็นที่มาของความร่วมมือกับสถาบันอาศรมศิลป์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการนำองค์ความรู้ด้านสถาปัตยกรรมเชิงวัฒนธรรมและการออกแบบมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้การฟื้นฟูพื้นที่สามารถรักษาอัตลักษณ์เดิมไว้ได้ ขณะเดียวกันก็สามารถตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างลงตัว
โครงการนี้เริ่มต้นจากการพัฒนา “บ้านพระพิทักษ์” ซึ่งตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่าตรอกตึกดิน ใกล้เสาชิงช้าและศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร บนพื้นที่กว่า 135.1 ตารางวา มูลค่าประมาณ 36.78 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายให้เป็นต้นแบบของการนำทรัพย์สินด้อยคุณภาพกลับมาสร้างมูลค่าใหม่ ไม่เพียงในเชิงธุรกิจ แต่ยังรวมถึงการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนโดยรอบ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์คุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของพื้นที่ โครงการนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ BAM ในการเปลี่ยนบทบาทของการบริหารสินทรัพย์ จากเพียงการจัดการทรัพย์สิน ไปสู่การเป็น “เครื่องมือสร้างคุณค่าใหม่” ที่เชื่อมโยงมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันอย่างมีความหมาย
ภายใต้กรอบแนวคิด ESG โครงการทรัพย์แผ่นดินฯ ยังเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นสำคัญ โดยผสมผสานแนวคิดเรื่องพื้นที่สุขภาวะ (Well-being) เข้ากับการพัฒนาให้เป็นย่านศิลปะและการออกแบบที่มีชีวิต (Living Art and Design District) ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 8 เดือน และในระยะแรกจะเริ่มเปิดพื้นที่บ้านพระพิทักษ์เพื่อจัดกิจกรรมด้านศิลปะในช่วงปลายปี 2569 พร้อมผลักดันให้กลายเป็นแลนด์มาร์กการท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจของย่านเมืองเก่าโดยรอบ
เมื่อโครงการแล้วเสร็จ คาดว่าจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในวงกว้าง โดยเฉพาะต่อคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่กว่า 600 คน ผ่านการดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้คนกลุ่มใหม่ให้เข้ามาสัมผัสเสน่ห์ของย่าน ส่งผลให้จำนวนผู้สัญจรเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีอยู่ประมาณ 3,000 คน พร้อมทั้งกระตุ้นการใช้จ่ายและสร้างโอกาสใหม่ให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมทางสังคมและเศรษฐกิจในระดับชุมชนอย่างต่อเนื่อง
หัวใจสำคัญของโครงการนี้สะท้อนอยู่ในแนวคิด “Transforming Non-Performing Assets into Enduring Value” หรือการเปลี่ยนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพให้กลายเป็นคุณค่าที่ยั่งยืน ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงมิติทางธุรกิจ แต่ครอบคลุมถึงคุณค่าที่ส่งผลดีต่อทุกภาคส่วน ทั้งพนักงาน ผู้ถือหุ้น ลูกค้าและลูกหนี้ สังคม และประเทศชาติในภาพรวม
ในมุมของสถาบันอาศรมศิลป์ โครงการนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการร่วมสร้างต้นแบบของการพัฒนาเมืองรูปแบบใหม่ ที่เชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และเศรษฐกิจเข้าด้วยกันอย่างสมดุล โดยมี “บ้านพระพิทักษ์” เป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบูรณาการในระดับย่าน ผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นชุมชน ผู้ประกอบการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการในหลากหลายสาขา ทั้งประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม การออกแบบเมือง และการบริหารจัดการ
ท้ายที่สุด โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการฟื้นฟูอาคารเก่า แต่คือการ “ออกแบบอนาคต” ของย่านเมืองเก่าให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และสะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาที่แท้จริงนั้น ต้องสร้างสมดุลระหว่างมูลค่าทางเศรษฐกิจ คุณค่าทางสังคม และการรักษารากฐานทางวัฒนธรรม เพื่อให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริงในระยะยาว


