posttoday

รฟท.ปรับแบบสายสีแดง ย้ายสถานีราชวิถีเป็น “รามาธิบดี” ผุด Sky Walk เชื่อม รพ.

10 เมษายน 2569

รฟท. ลุยปรับแบบรถไฟสายสีแดง (Missing Link) หลังเปิดรับฟังความคิดเห็น เดินหน้าปรับย้ายจุดก่อสร้างสถานีราชวิถีและเปลี่ยนชื่อเป็น “สถานีรามาธิบดี”

KEY

POINTS

  • รฟท.ลุยปรับแบบรถไฟสายสีแดง (Missing Link) หลังเปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชน
  • เดินหน้าปรับย้ายจุดก่อสร้างสถานีราชวิถีและเปลี่ยนชื่อเป็น “สถานีรามาธิบดี”
  • พร้อมผุด Sky Walk เชื่อมต่อ “รพ.รามาธิบดี” อำนวยความสะดวกประชาชน คาดเริ่มก่อสร้างต้นปี 2573

 

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยความคืบหน้าการปรับแบบปรับรายละเอียดรายงาน EIA โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง ส่วนต่อขยาย (Missing Link) หลังเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน โดยมีการปรับย้ายจุดก่อสร้างสถานีราชวิถีและเปลี่ยนชื่อเป็น “สถานีรามาธิบดี” พร้อมสร้าง Sky Walk เชื่อมต่อโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน ยกระดับการเดินทางของผู้ใช้บริการและสถานที่สำคัญในพื้นที่ 

 

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จัดรับฟังความคิดเห็นประชาชน โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง ส่วนต่อขยาย (Missing Link) (ปัจฉิมนิเทศโครงการ) โดยมีผู้แทนหน่วยราชการ หน่วยงานสังกัดกรุงเทพมหานคร รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา ผู้นำชุมชน ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สื่อมวลชน และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมในการรับฟังและให้ข้อคิดเห็นต่อโครงการ 

รฟท.ปรับแบบสายสีแดง ย้ายสถานีราชวิถีเป็น “รามาธิบดี” ผุด Sky Walk เชื่อม รพ.

นายอรรถพล เก่าประเสริฐ วิศวกรใหญ่ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง การรถไฟฯ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในที่ประชุม ว่า การจัดประชุมครั้งนี้ เป็นการสรุปผลการศึกษาการปรับรายละเอียดโครงการระบบรถไฟ  ชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ – พญาไท – มักกะสัน - หัวหมาก และสายสีแดงเข้ม ช่วงบางซื่อ - หัวลำโพง หรือ Missing Link เนื่องจากปัจจุบันสภาพภูมิประเทศทางกายภาพได้เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการทบทวนผลการศึกษา ทั้งในด้านความเหมาะสม รูปแบบโครงการใหม่ 

 

 

รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อนำไปใช้ประกอบการขออนุมัติดำเนินโครงการฯ สามารถพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนระบบรางให้เป็นไปตามแผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนระบบรางในกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้รวบรวมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของจากทุกภาคส่วน

 

หลังจากที่ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ไปแล้ว โดยสรุปผลการศึกษาในส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการฯ ประกอบด้วย 

1. การเปลี่ยนตำแหน่งและชื่อสถานีราชวิถี โดยการย้ายจุดก่อสร้างสถานีมายังทิศใต้ของแยกอุภัยเจษฎุทิศ และเปลี่ยนชื่อเป็น “สถานีรามาธิบดี” โดยตั้งอยู่ระหว่างถนนสวรรคโลกและถนนกำแพงเพชร 5 (ห่างจากจุดเดิมประมาณ 100 เมตร) พร้อมทั้งก่อสร้างสะพานลอยคนเดินข้าม (Sky Walk) เพื่อเชื่อมต่อเข้ากับพื้นที่โรงพยาบาลรามาธิบดี

 

นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อกับโครงการก่อสร้างสะพานลอยทางเดินของกรุงเทพมหานคร บริเวณแยกตึกชัยไปจนถึงแยกอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่กำลังก่อสร้างในขณะนี้ ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนทั่วไป ให้สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขและระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างไร้รอยต่อ

 

2. รูปแบบโครงสร้างทางรถไฟเป็นแบบคลองแห้ง (Open Trench) 

 

3. ลักษณะสถานี เป็นสถานีที่เป็นรูปกล่อง (Cut-and-Cover Station Box) ประกอบด้วย ชั้นชานพักผู้โดยสาร (Concourse) ชั้นชานชาลา (Platform) หลังคาสูง 5.5 เมตร

 

4. สถานีใต้ดิน แบบ 2 ชั้น โดยให้ชั้นบนเป็นทางวิ่งของสายเหนือ-ใต้ (North-South) และชั้นล่างเป็นทางวิ่งสายตะวันออก-ตะวันตก (East-West) และเผื่อพื้นที่ด้านข้างไว้ให้โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และโครงการ Airport Rail Link ส่วนต่อขยายในอนาคต ที่จะต้องวางโครงสร้างไว้ใต้ดินเช่นเดียวกัน 

รฟท.ปรับแบบสายสีแดง ย้ายสถานีราชวิถีเป็น “รามาธิบดี” ผุด Sky Walk เชื่อม รพ.

นายอรรถพล กล่าวเพิ่มว่า ขณะเดียวกันการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งสถานีราชวิถีของโครงการดังกล่าว อาจทำให้ลักษณะของผลกระทบที่เคยศึกษาไว้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยการรถไฟฯ จึงได้จัดทำมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการนำข้อคิดเห็นที่ได้รับจากประชาชนเพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน ดังนี้ 

 

1. สร้างแนวกำแพง (Barrier) ล้อมรอบพื้นที่กองเก็บดินที่เกิดจากการขุดเปิดหน้าดินและจัดให้มีร่องน้ำและบ่อกักเก็บน้ำขนาดเพียงพอ เพื่อรองรับน้ำที่เกิดจากการก่อสร้าง เพื่อป้องกันการทรุดตัวของดินและการชะล้างพังทลายของดิน

 

2. ติดตั้งรั้วทึบความสูงจากพื้นดินไม่น้อยกว่า 1.0 เมตร และฉีดพรมน้ำเป็นช่วง ๆ รอบบริเวณก่อสร้าง และปิดคลุมท้ายรถบรรทุกที่ใช้บรรทุกดิน หิน และวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างด้วยผ้าใบให้มิดชิด เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง

 

3. แจ้งตารางเวลาทำงานให้พื้นที่ได้รับทราบล่วงหน้า รวมถึงติดตั้งเครื่องตรวจวัดระดับเสียงและความสั่นสะเทือนแบบ Real-time ตลอดช่วงการก่อสร้างโครงการ หลีกเลี่ยงการก่อสร้างที่ก่อให้เกิดเสียงดังในช่วงเวลากลางคืน รวมทั้งใช้เครื่องมืออุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานและวิธีการก่อสร้างที่ก่อให้เกิดเสียงน้อยที่สุด  

 

4. การเบี่ยงช่องจราจร และปิดกั้นการจราจรขณะเข้าและออกจากบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง จัดให้มีระยะเข้าออกอย่างเพียงพอ เพื่อให้การจราจรผ่านบริเวณพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกไม่ติดขัดและไม่เกิดอุบัติเหตุ มีศูนย์ประชาสัมพันธ์และประสานงานตำรวจจราจร เพื่ออำนวยความสะดวกในพื้นที่ก่อสร้าง

 

รวมถึงประชาสัมพันธ์เรื่องเส้นทางลัด ทางเลี่ยง วันและเวลาการปิดถนนในเวลากลางคืน การเพิ่มช่องจราจรในชั่วโมงเร่งด่วน (Reversible Lanes) ในชั่วโมงเร่งด่วนเช้าและเย็นในทิศทางที่มีการจราจรมากกว่าในทิศทางตรงกันข้าม และเพิ่มช่องจราจรในชั่วโมงเร่งด่วนให้สัมพันธ์กับความต้องการในการเดินทาง ตลอดจนดำเนินการคืนสภาพผิวจราจรทันทีเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ

 

5 แจ้งการดำเนินการรื้อย้ายสาธารณูปโภคให้พื้นที่และผู้ใช้เส้นทางได้รับทราบล่วงหน้า พร้อมทั้งปรับปรุงท่อระบายน้ำและปรับปรุงผิวถนนควบคู่กัน ปิดกั้นขอบเขตที่ชัดเจนในบริเวณที่ทำการรื้อย้าย รวมทั้งติดตั้งสัญญาณเตือนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ติดตั้งรั้วชั่วคราวบริเวณที่มีการก่อสร้างผนังกันดิน (D-Wall) โดยกำหนดระยะห่าง 1 เมตร จากขอบนอกของ D-Wall รวมทั้งใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ในพื้นที่ก่อสร้างใกล้เคียง ตั้งอยู่ระยะห่างไม่น้อยกว่า 5 เมตร และจัดตำแหน่งของสาธารณูปโภคและสาธารณูปการภายหลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จ

 

ที่ผ่านมา การรถไฟฯ ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งการสัมภาษณ์เชิงลึก การประชุมปฐมนิเทศโครงการ และการประชุมกลุ่มย่อยในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะต่อผลการศึกษาโครงการที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบสถานีและสิ่งอำนวยความสะดวก แผนการดำเนินงานและกรอบระยะเวลา ผลกระทบต่อพื้นที่ในระยะก่อสร้างและระยะเปิดดำเนินการโครงการ รวมทั้งมาตรการสิ่งแวดล้อมและมวลชนสัมพันธ์ เพื่อให้รายงานผลการศึกษาและวิเคราะห์โครงการมีความสมบูรณ์และครอบคลุมมากยิ่งขึ้น 

 

โดยหลังจากการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเสร็จเรียบร้อยแล้ว รฟท. จะรวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปศึกษาและขออนุมัติก่อสร้างโครงการ คาดว่าจะสามารถนำเสนอ ครม. อนุมัติโครงการได้ในปี 2571 จากนั้น จะจัดทำร่าง TOR และราคากลาง พร้อมประกวดราคาในปี 2572 เริ่มก่อสร้างปี 2573 (ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 5 ปี) และเปิดให้บริการในปี 2578

 

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ”ผนึก 5 กระทรวงคุมเม็ดพลาสติก เร่งรีไซเคิลลดต้นทุน