ไทยประกาศศักดาฮับยานยนต์โลก เปิดตัว FMT 2026 ผนึก TyreXpo ปั้นนิเวศใหม่
ประเทศไทยรุกหนักสู่ยุค Technology-Driven Hub เปิดเวทีเจรจาธุรกิจระดับนานาชาติ Future Mobility Thailand 2026 เชื่อมโยงนวัตกรรม EV-ยางรถยนต์-MRO ครบวงจร รับมือจุดเปลี่ยนอุตสาหกรรม
KEY
POINTS
- ประเทศไทยประกาศจัดงาน "Future Mobility Thailand 2026" (FMT 2026) โดยร่วมมือกับ "TyreXpo Asia" เพื่อสร้างระบบนิเวศใหม่และผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
- งานนี้มีเป้าหมายเพื่อเป็นเวทีเชื่อมโยงผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ไทยกับพันธมิตรทั่วโลก เพื่อปรับตัวสู่เทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
- การจัดงานครั้งนี้เป็นการแสดงศักยภาพเพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมการเดินทางและฮับยานยนต์ของภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม
เจาะลึกจุดเปลี่ยน: วิกฤตและความท้าทายในโลกยานยนต์อนาคต
อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเผชิญกับ "จุดเปลี่ยนสำคัญ" ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ปัญหาหลักที่ผู้ประกอบการต้องเจอคือการปรับตัวให้ทันต่อ ความผันผวนของโครงสร้างการผลิต ซึ่งกระทบต่อจุดคุ้มทุนในปัจจุบัน
ทำให้โรงงานแบบเดิมต้องเพิ่มความยืดหยุ่นและเร่งสร้างทักษะแรงงานใหม่ (Reskill) เพื่อรองรับระบบอัจฉริยะและยานยนต์ไฟฟ้าที่มีกลไกแตกต่างจากรถยนต์สันดาปโดยสิ้นเชิง
นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ นายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) กล่าวถึงความสำคัญของก้าวนี้ว่า:
"Future Mobility Thailand 2026 จะเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับพันธมิตรจากทั่วโลก อาทิ จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น เยอรมนี และเกาหลี เพื่อสนับสนุนการ Transform อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไทยสู่อนาคตอย่างเป็นรูปธรรม"
การปรับตัวจากภายในสู่เครือข่ายระดับโลก
ดร.เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ ชี้ให้เห็นว่าหัวใจสำคัญของการอยู่รอดคือ "ความแข็งแกร่งจากภายใน" และการทลายกรอบการทำงานเดิมๆ สู่การแบ่งปันองค์ความรู้ร่วมกันตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตสู่ความยั่งยืน
สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ นางอนุษฐา เชาว์วิศิษฐ เลขาธิการ TAPMA ที่มองว่า:
"งาน Future Mobility Thailand จะเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับพันธมิตรระดับโลก สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ และเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว"
ตลาดอาฟเตอร์มาร์เก็ต: โอกาสใหม่ในยุค Aging Fleet และ EV
ในส่วนของภาคบริการ Mr. Alwin Seow (นายอัลวิน เซียว) จาก Informa Markets ระบุว่าอาเซียนกำลังเติบโตเร็วที่สุดจากการเพิ่มขึ้นของรถยนต์ใช้งานระยะยาว (Aging Fleet) และการมาของ EV ที่เปลี่ยนความต้องการด้านการบำรุงรักษา (MRO) และเทคโนโลยียางรถยนต์ไปอย่างสิ้นเชิง
"เราไม่ได้มองตัวเองแค่ในฐานะผู้จัดงาน แต่เรากำลังสร้างแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงระบบนิเวศอุตสาหกรรมทั้งหมด... เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้พบปะ สร้างเครือข่าย และขยายธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประเทศไทยมีทุกองค์ประกอบที่เหมาะสม ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการจัดงานครั้งนี้" นายอัลวิน เซียว กล่าว
งาน Future Mobility Thailand 2026 และ TyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive 2026 จึงไม่ใช่เพียงงานแสดงสินค้า แต่เป็น "เข็มทิศ" ที่จะพาอุตสาหกรรมไทยไปสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมการเดินทางของภูมิภาคอย่างแท้จริง


