posttoday
เที่ยวบินยกเลิก-ล่าช้าทะลุ 4 หมื่น จับตาสงกรานต์ไทยต่างชาติหด

เที่ยวบินยกเลิก-ล่าช้าทะลุ 4 หมื่น จับตาสงกรานต์ไทยต่างชาติหด

25 มีนาคม 2569

วิกฤตตะวันออกกลางป่วนการบินโลก เที่ยวบินยกเลิก-ล่าช้ามากกว่า 4 หมื่นเที่ยว ต้นทุนน้ำมันพุ่งกดดัน อุตสาหกรรม ค่าตั๋วขึ้น 70% ลามถึงไทย จับตาสงกรานต์ต่างชาติหด

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน กำลังส่งแรงสั่นสะเทือนต่ออุตสาหกรรมการบินทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเส้นทางบินที่เชื่อมผ่านตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการบินสำคัญของโลก ส่งผลให้เที่ยวบินจำนวนมากต้องยกเลิกหรือเลื่อนออกไป ขณะที่ต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่งสูงซ้ำเติมภาคธุรกิจการบินอย่างหนัก

 

ข้อมูลล่าสุดจากศูนย์วิจัยกสิกร ชี้ว่าในช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 14 มีนาคม 2569 เที่ยวบินทั่วโลกได้รับผลกระทบจากการยกเลิกและล่าช้าแล้วมากกว่า 40,000 เที่ยวบิน สะท้อนผลกระทบโดยตรงจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง

 

ภูมิภาคตะวันออกกลางถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการบินระหว่างประเทศ โดยมีเที่ยวบินที่เชื่อมต่อผ่านภูมิภาคนี้คิดเป็นประมาณ 8% ของเที่ยวบินระหว่างประเทศทั่วโลก ทำให้เมื่อเกิดความตึงเครียด ย่อมส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อระบบการเดินทางทางอากาศ

 

นอกจากนี้ จำนวนเที่ยวบินในช่วงเวลาดังกล่าวลดลงจาก 564,779 เที่ยว เหลือ 524,779 เที่ยว สะท้อนการชะลอตัวของการเดินทางอย่างมีนัยสำคัญ 

 

ขณะที่ผู้โดยสารที่เดินทางผ่านสนามบินในตะวันออกกลางมีจำนวนเฉลี่ยสูงถึง 700,000 คนต่อวัน ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อความแออัดและความล่าช้า

 

สำหรับประเทศไทย ในช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 18 มีนาคม 2569 มีเที่ยวบินได้รับผลกระทบยกเลิกและล่าช้ารวมกว่า 1,000 เที่ยวบิน

 

อีกหนึ่งปัจจัยกดดันสำคัญคือราคาน้ำมันเครื่องบินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดย ณ วันที่ 13 มีนาคม 2569 ราคาปรับเพิ่มขึ้นกว่า 76% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดความขัดแย้ง ส่งผลให้ต้นทุนการบินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และมีแนวโน้มดันราคาตั๋วโดยสารเพิ่มขึ้นเฉลี่ยมากกว่า 70%

 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งยืดเยื้อ จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินในหลายมิติ ทั้งต้นทุนที่เพิ่มขึ้น กระแสเงินสดของสายการบินที่ตึงตัว และความต้องการเดินทางที่อาจชะลอลง

 

ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและเส้นทางบินที่ต้องหลีกเลี่ยงพื้นที่ความขัดแย้ง อาจทำให้ระยะเวลาการบินยาวนานขึ้นและต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก

 

สำหรับภาคการท่องเที่ยวไทย อาจได้รับผลกระทบทางอ้อม โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ซึ่งต้องพึ่งพาเส้นทางบินผ่านภูมิภาคดังกล่าว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการบินที่กำลังเผชิญแรงกดดันทั้งจากดีมานด์ที่ลดลงและต้นทุนที่พุ่งสูง พร้อมความไม่แน่นอนที่ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป

 

จับตาสงกรานต์ ต่างชาติหาย 

 

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้อัปเดทสถานการณ์ท่องเที่ยวล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 22 มี.ค. 69 พบว่าประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย 8,544,484  คน ลดลง 2.97 % สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 417,216 ล้านบาท

จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยสูงสุด 5 อันดับแรก

  • อันดับ 1 จีน 1,377,750 คน
  • อันดับ 2 มาเลเซีย 854,438 คน
  • อันดับ 3 รัสเซีย 668,479 คน
  • อันดับ 4  อินเดีย 566,337 คน
  • อันดับ 5 เกาหลีใต้ 391,040 คน

 

นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 22 มี.ค. 69 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย ทะลุ 8 ล้านคนแล้ว โดยมีนักท่องเที่ยวสะสมกว่า 8.5 ล้านคน

 

สำหรับในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short haul) เดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นจำนวนมากกว่า 15 % จากการออกเดินทางท่องเที่ยวของชาวมุสลิมทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย และภูมิภาคตะวันออกกลาง อาทิ ซาอุดิอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังสิ้นสุดเทศกาลถือศีลอด (วันอีดิ้ลฟิตริ)

 

โดยตลาดมาเลเซียขยับขึ้นมาเป็นกลุ่มที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวอันดับที่ 1 ในสัปดาห์นี้ และเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นกว่า 74 % จากสัปดาห์ก่อนหน้า ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์นี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 675,407 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 46,956 คน หรือ 7.47 % คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 96,487 คน

 

สําหรับในสัปดาห์ถัดไป คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาลดลง แต่ยังคงมีปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ การมีมาตรการกระตุ้นนักท่องเที่ยวจีน การมีมาตรการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย Trusted Thailand การมีมาตรการ Ease of traveling ของรัฐบาลที่ช่วยเพิ่มการอํานวยความสะดวกในการเดินทางสู่ไทย การยกเว้นบัตรตม.6 รวมถึงส่งเสริมให้สายการบินเพิ่มจํานวนเที่ยวบินมากยิ่งขึ้น

 

ด้านปุลิน มิลินทจินดา กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ ผู้ร่วมก่อตั้ง S2O S2O Songkran Music Festival เคยกล่าวว่า งาน S2O จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–13 เมษายน ซึ่ง จำนวนผู้เข้าชมงาน S2O จะสะท้อนตามตัวเลขการท่องเที่ยวภาพรวมของประเทศไทย หากปีไหนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยน้อยลง (เช่น กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดในปีนี้) สัดส่วนชาวต่างชาติในงานก็จะลดลงตามไปด้วยจากเดิมกลุ่มคนจีน

 

แม้จะมีสถานการณ์สงครามแต่ตัวเลขนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางและอินเดียในไทยเพิ่มสูงขึ้น โดยมองว่าพวกเขาอาจจะเลือกมาเพื่อพักผ่อนหรือ "หลบ" จากความตึงเครียดในพื้นที่มาหาความสุขในงานเทศกาลแทน รวมถึงกลุ่ม อาเซียน (มาเลเซีย, เวียดนาม, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย) คาดว่าจะเป็นกลุ่มที่เข้า S2O ที่เป็นกลุ่มตัดสินใจเร็ว (Short planning) บินมาเที่ยวได้ทันทีโดยไม่ต้องวางแผนนาน สอดคล้องกับอินไซต์ พฤติกรรมชอบตัดสินใจซื้อบัตรใกล้ช่วงวันงาน (Wait and see) มากกว่าการซื้อล่วงหน้านานๆ

 

 

ข่าวล่าสุด

สูงสุดเป็นประวัติการณ์! Micron แจกโบนัสพนักงานไต้หวัน 68 เดือน

สูงสุดเป็นประวัติการณ์! Micron แจกโบนัสพนักงานไต้หวัน 68 เดือน