
ขยายผลโกงสอบท้องถิ่น ออกหมายเรียก "ธีรุตม์-เรืองเดช" รับทราบ 7 ข้อหา
คดีโกงสอบท้องถิ่น ขยายผลถึง 13 ผู้ต้องหา ตำรวจออกหมายเรียก "ธีรุตม์-เรืองเดช" ผู้บริหารระดับสูง รับทราบ 7 ข้อหา ส่วนอีก 11 รายโดนอั้งยี่-ซ่องโจร
ขยายผลคดีทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น ตำรวจกองปราบปรามออกหมายเรียกอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มศว. เข้ารับทราบข้อกล่าวหา 7 ความผิด ทั้งมาตรา 157 ปลอมเอกสารราชการ เปิดผนึกเอกสาร และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
ขณะที่ผู้ต้องหาอีก 11 ราย ซึ่งถูกจับกุมภายในบ้านพักย่านบางใหญ่ เตรียมถูกแจ้งข้อหาอั้งยี่ ซ่องโจร และร่วมทำลายเอกสาร ด้านนายกรัฐมนตรีประกาศเดินหน้ากวาดล้างทั้งขบวนการ ย้ำ "ใครทำผิดไม่มีทางหลุด"
ตำรวจออกหมายเรียก 13 ผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่น
ความคืบหน้าคดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนของกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ล่าสุด พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. เตรียมออกหมายเรียกผู้ต้องหาเพิ่มเติมรวม 13 ราย ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาภายในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้
ในจำนวนดังกล่าว แบ่งเป็นผู้บริหารระดับสูง 2 ราย และผู้เกี่ยวข้องอีก 11 ราย ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. และตำรวจกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าตรวจค้นภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ขณะถูกกล่าวหาว่ากำลังดำเนินการแก้ไขข้อมูลคำตอบการสอบ
2 ผู้บริหารระดับสูงถูกเรียกแจ้ง 7 ข้อหาหนัก
ผู้ต้องหาระดับสูงที่ถูกออกหมายเรียก ได้แก่
- นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
- นายเรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ทั้งสองรายถูกแจ้งข้อกล่าวหา 7 กระทง ประกอบด้วย
- เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต (มาตรา 157)
- ปลอมเอกสารราชการโดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่
- รับรองข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ
- ร่วมกันนำหรือเอาเอกสารของผู้อื่นไปจนก่อให้เกิดความเสียหาย
- ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ
- ร่วมกันเปิดผนึกหรือนำเอกสารที่ปิดผนึกออกไปเพื่อล่วงรู้ข้อความ
- ร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน
ข้อกล่าวหาครอบคลุมความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ประมวลกฎหมายอาญาหลายมาตรา และ พ.ร.บ.าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560
อีก 11 ราย เจอข้อหาอั้งยี่-ซ่องโจร
ส่วนผู้ต้องหาอีก 11 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่ถูกจับกุมภายในบ้านพักย่านบางใหญ่ จะถูกแจ้งข้อกล่าวหาหลายฐานความผิด ได้แก่
- ร่วมกันเป็นอั้งยี่
- ร่วมกันเป็นซ่องโจร
- ร่วมกันทำลาย ซ่อนเร้น หรือเอาเอกสารของผู้อื่นไปจนเกิดความเสียหาย
- ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฐานนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
เร่งสอบปากคำขยายผลถึงผู้บงการ
คดีดังกล่าวเป็นผลจากการขยายผลการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเชื่อว่ามีการนำกระดาษคำตอบและข้อมูลการสอบออกจากระบบ ก่อนส่งต่อให้กลุ่มผู้ร่วมขบวนการดำเนินการแก้ไขข้อมูลเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ผู้เข้าสอบบางราย
แหล่งข่าวจากชุดสืบสวนระบุว่า หลังผู้ต้องหาทั้ง 13 รายเข้ารับทราบข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนจะเร่งสอบปากคำ เปรียบเทียบกับพยานหลักฐาน ทั้งเส้นทางการเงิน การติดต่อสื่อสาร และพยานเอกสารที่ตรวจยึดได้ เพื่อขยายผลไปยังผู้ร่วมวางแผน ผู้สนับสนุน และผู้สั่งการ หากพบหลักฐานเพิ่มเติม ก็อาจมีการออกหมายเรียกหรือหมายจับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มในระยะต่อไป
นายกฯ แจงรัฐบาลเดินหน้า 7 มาตรการ
ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ระบุว่า รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการหลายด้านทันทีหลังพบการทุจริต โดยประกอบด้วย
- ย้ายผู้บริหารกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นไปประจำสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
- แต่งตั้งรองปลัดกระทรวงมหาดไทยสอบสวนข้อเท็จจริง
- ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงผู้เกี่ยวข้อง
- มอบหมายให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลการตรวจสอบ
- ประสานการทำงานกับ ป.ป.ช. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขยายผลคดี
- ให้คณะกรรมการกลางสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) มีมติยกเลิกการประกาศผลสอบปี 2568
- เตรียมดำเนินการออกหมายเรียกหรือหมายจับเพิ่มเติม หากพบพยานหลักฐานหรือเส้นทางการเงินเชื่อมโยงถึงผู้ร่วมขบวนการรายอื่น
นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า การดำเนินการของรัฐบาลไม่ได้หยุดอยู่เพียงการยกเลิกผลสอบ แต่กำลังเดินหน้าทั้งการสอบสวนทางวินัยและการดำเนินคดีอาญาควบคู่กัน พร้อมยืนยันว่า "ใครทำผิดไม่มีทางหลุด เพราะข้อมูลทุกอย่างเชื่อมโยงกัน







