เมืองจะโตอย่างฉลาด NIA เปิดคอร์ส ปั้นผู้นำเมืองนวัตกรรม รับมืออนาคต
NIA เปิดตัวหลักสูตร City Innovation Alliance รุ่นแรก เสริมทักษะผู้นำเมืองด้านนวัตกรรม ความยืดหยุ่น และการบริหารความเสี่ยง รับมือโลกอนาคตอย่างยั่งยืน
KEY
POINTS
- สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เปิดตัวหลักสูตร “City Innovation Alliance (CIA)” เพื่อสร้างเครือข่ายผู้นำเมืองนวัตกรรมจากหลากหลายภาคส่วนสำหรับรับมือความท้าทายและขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองในอนาคต
- หลักสูตรมุ่งเน้นการลงมือปฏิบัติจริงภายใต้แนวคิด “เมืองนวัตกรรมที่ยืดหยุ่น (Innovative & Resilient City)” โดยพัฒนาทักษะสำคัญ 3 ด้าน คือ การบริหารความเสี่ยง การมองอนาคต และการสร้างความพร้อมด้านความยืดหยุ่น
- เป้าหมายสูงสุดคือการสร้าง “City Innovators” ที่มีวิสัยทัศน์ สามารถใช้นวัตกรรมและเครือข่ายความร่วมมือในการออกแบบเมืองให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืน
เมืองต้องเผชิญแรงกดดันทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความเสี่ยงจากวิกฤตการณ์รูปแบบใหม่ การพัฒนาเมืองจึงจำเป็นต้องอาศัยผู้นำที่สามารถคิดเชิงอนาคต บริหารความเสี่ยง และใช้นวัตกรรมเป็นเครื่องมือสำคัญ
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้เดินหน้ายกระดับการพัฒนาเมืองของประเทศไทยผ่านการเปิดตัวหลักสูตร “City Innovation Alliance (CIA)” รุ่นที่ 1 ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างผู้นำเมืองยุคใหม่ให้พร้อมรับมือกับความท้าทายของเศรษฐกิจอนาคตและการแข่งขันในระดับโลก หลักสูตรนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงผู้บริหารและผู้มีบทบาทด้านการพัฒนาเมืองจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคประชาสังคม ให้สามารถบูรณาการองค์ความรู้ นโยบาย และนวัตกรรม ไปสู่การลงมือปฏิบัติจริงในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ได้สะท้อนถึงความสำคัญของหลักสูตรนี้ว่า โลกในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความเสี่ยงจากวิกฤตใหม่ ๆ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการพัฒนาเมือง ดังนั้น เมืองจึงไม่สามารถพัฒนาได้ด้วยแนวคิดแบบเดิม แต่จำเป็นต้องมี “ผู้นำเมือง” ที่มีความสามารถในการคิดเชิงอนาคต บริหารความเสี่ยง และใช้นวัตกรรมเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อน การสร้างเครือข่ายผู้นำและระบบนิเวศนวัตกรรมจึงเป็นหัวใจหลักในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และนำไปสู่การพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนในระยะยาว
หลักสูตร City Innovation Alliance (CIA) ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด “Innovative & Resilient City” โดยเน้น 3 แกนสำคัญ ได้แก่ การบริหารจัดการความเสี่ยงของเมือง (Risk Management) การมองอนาคต (Foresight) และการสร้างความพร้อมด้านความยืดหยุ่น (Resilience Readiness) ซึ่งทั้งสามองค์ประกอบนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญในการออกแบบเมืองที่สามารถปรับตัวได้ท่ามกลางความไม่แน่นอน ขณะเดียวกัน หลักสูตรยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมเมือง ผ่าน 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ บุคลากร (Talent) ระบบนิเวศ (Ecosystem) เงินทุน (Finance) และนวัตกรรม (Innovation) เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างโครงสร้างพื้นฐาน ความคิดสร้างสรรค์ และกลไกสนับสนุนที่จำเป็นต่อการพัฒนาเมืองในอนาคต
สิ่งที่ทำให้หลักสูตรนี้มีความโดดเด่น คือการมุ่งเน้น “การลงมือทำจริง” มากกว่าการเรียนรู้เชิงทฤษฎี ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ผ่านกระบวนการทดลอง ออกแบบ และพัฒนาแนวทางนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในบริบทของพื้นที่ตนเอง ซึ่งจะช่วยให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงแนวคิดเชิงนามธรรม อีกทั้งยังเป็นเวทีสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ที่จะร่วมกันผลักดันโครงการนวัตกรรมเมืองให้เกิดขึ้นและขยายผลได้ในระดับประเทศ
ในมุมของการพัฒนาประเทศ หลักสูตร CIA ไม่ได้เป็นเพียงโปรแกรมฝึกอบรมทั่วไป แต่เป็นกลไกเชิงยุทธศาสตร์ในการสร้าง “City Innovators” หรือผู้นำเมืองที่มีวิสัยทัศน์ สามารถเชื่อมโยงเทคโนโลยี นโยบาย และความต้องการของประชาชนเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของเมืองไทยในอนาคต โดยเฉพาะในยุคที่เมืองต้องแข่งขันกันทั้งด้านเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และความยั่งยืน
การเปิดหลักสูตรนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ NIA ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นประเทศนวัตกรรม ผ่านการพัฒนา “คน” และ “เครือข่าย” ควบคู่กันไป เพราะการพัฒนาเมืองที่แท้จริงไม่ใช่เพียงการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน แต่คือการสร้างผู้นำที่มีความสามารถในการเปลี่ยนแปลง และสามารถออกแบบอนาคตของเมืองให้ตอบโจทย์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างยั่งยืน
“Resilient City” หรือ “เมืองที่มีความยืดหยุ่น”
คำว่า “Resilient City” หรือ “เมืองที่มีความยืดหยุ่น” เป็นแนวคิดสำคัญในการพัฒนาเมืองยุคใหม่ โดยหมายถึงเมืองที่สามารถ “รับมือ ปรับตัว และฟื้นตัว” จากความเปลี่ยนแปลงหรือวิกฤตต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว ภัยแล้ง หรือวิกฤตจากมนุษย์ เช่น เศรษฐกิจตกต่ำ โรคระบาด หรือการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว
หัวใจของ Resilient City ไม่ใช่แค่การ “ป้องกัน” ปัญหา แต่คือการ “อยู่รอดและเติบโตได้” แม้ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน เมืองลักษณะนี้จะมีระบบที่พร้อมรองรับความเสี่ยง เช่น โครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรงและยืดหยุ่น ระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็ง การวางแผนเมืองที่คำนึงถึงอนาคต รวมถึงการมีข้อมูลและเทคโนโลยีที่ช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ
ในมิติของสังคม Resilient City ยังหมายถึงชุมชนที่มีความเข้มแข็ง ประชาชนมีความรู้และพร้อมปรับตัว มีเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ซึ่งช่วยให้สามารถฟื้นตัวจากวิกฤตได้เร็วขึ้น ตัวอย่างเช่น เมืองที่สามารถกลับมาฟื้นตัวทางเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วหลังเกิดวิกฤต หรือสามารถปรับรูปแบบการใช้ชีวิตและการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ใหม่ ๆ ได้
ในมิติของเศรษฐกิจ เมืองที่มีความยืดหยุ่นจะไม่พึ่งพาอุตสาหกรรมเพียงด้านเดียว แต่มีความหลากหลายทางเศรษฐกิจ สามารถปรับตัวตามแนวโน้มโลก เช่น เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว หรือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ทำให้ลดความเสี่ยงจากความผันผวนในระยะยาว
ที่สำคัญ Resilient City ต้องอาศัย "ข้อมูล" และ “นวัตกรรม” เป็นตัวขับเคลื่อน (Data & Innovation Driven) ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการเมือง (Smart City) การใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อคาดการณ์ความเสี่ยง หรือการออกแบบนโยบายที่ยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์
ดังนั้น เมื่อเชื่อมโยงกับหลักสูตร City Innovation Alliance (CIA) แนวคิด Resilient City จึงเป็นหนึ่งในแกนหลักที่ช่วยพัฒนา “ผู้นำเมือง” ให้สามารถมองไกล วางแผนเป็น และปรับตัวได้ทัน เพื่อให้เมืองไทยไม่เพียงแค่ “อยู่รอด” แต่สามารถ “แข่งขันและเติบโต” ได้อย่างยั่งยืนในโลกอนาคต
ผู้สนใจสามารถสมัครได้ตั้งแต่ วันนี้-19 พฤษภาคม 2569 ทาง https://shorturl.at/TCYzL และเริ่มเรียน 1 กรกฎาคม - 26 สิงหาคม 2569 ทุกวันพุธ เวลา 12.00 - 18.00 น. ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์ กรุงเทพฯ หรือศึกษารายละเอียดและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันวิทยาการนวัตกรรม (NIA Academy) สํานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) โทรศัพท์ 02-0175555 หรือ 0945516169 อีเมล [email protected] เว็บไซต์ https://academy.nia.or.th/site


